สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ – ธเนศ จิระเสวกดิลก’ ไขความลับ เหตุผลที่อุตสาหกรรมน้ำหอม ยังโตต่อเนื่อง

 ‘พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ – ธเนศ จิระเสวกดิลก’ ไขความลับ เหตุผลที่อุตสาหกรรมน้ำหอม ยังโตต่อเนื่อง

“น้ำหอม” โดยทั่วไป มักถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย หรือ หมวดสินค้าสิ้นเปลือง เพราะไม่ใช่สิ่งจำเป็นในพื้นฐานของการดำรงชีวิต แต่หากจะว่าตามความเป็นจริงแล้ว วันนี้ “น้ำหอม” ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่กำลังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตลอดช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา รวมถึง ยังเป็นสินค้าที่มาพร้อมการส่งเสริมบุคลิกภาพ และ การสร้างความสุขทางใจ ให้กับผู้ใช้ด้วย

ตลาดน้ำหอมทั่วโลก ปรับตัวสูง

คุณพัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ “ธเนศ จิระเสวกดิลก” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด แห่ง divana ได้ออกมาถ่ายทอดมุมมอง เกี่ยวกับ น้ำหอม และ เทรนด์กลิ่นโลกในปี 2026 ตลอดจนพฤติกรรมของผู้บริโภค และสุขภาวะ รวมถึงการบอกให้รู้ถึงทิศทางของการนำแบรนด์เครื่องหอมไทย สู่เวทีโลก ให้ทุกคนได้รับทราบกันว่า วันนี้ อุตสาหกรรมน้ำหอม ไม่ใช่แค่การผลิต หรือ จำหน่ายแต่เพียงอย่างเดียว เท่านั้น แต่ยังเป็นการบ่งบอกให้ทราบถึง การแสดงออกของผู้คนที่มีความเป็นตัวตนในแบบเฉพาะ มากขึ้น

2 ซีอีโอ แห่งดีวาน่า เล่าให้ฟังว่า จากการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของผู้บริโภควันนี้ กำลังให้ความสำคัญกับอารมณ์ รวมถึงสุขภาวะ และการแสดงออกทางตัวตนมากขึ้น ได้ทำให้ ตลาดน้ำหอม และ เครื่องหอมทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น “จากรายงานของ Global Market Insights เผยให้เห็นว่า ตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องหอมทั่วโลก มีมูลค่าอยู่ประมาณ 84.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2025 และยังมีการคาดการณ์กันว่า ตลาดผลิตภัณฑ์นี้ จะเพิ่มขึ้นเป็น 88.7 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2026 โดยมาพร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี ราว 5.4% ต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะตลาดเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งถือเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโตเร็วที่สุด”

“ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้เลือกเพียง กลิ่นที่หอม แต่เลือก กลิ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต จึงทำให้ น้ำหอม เป็นมากกว่าเครื่องหอม รวมถึงยังเป็นเครื่องมือดูแลอารมณ์และสุขภาวะ ทั้งในแง่การผ่อนคลาย การเสริมสมาธิ หรือการสร้างความมั่นใจ เทรนด์อย่าง Gourmand & Elevated Gourmand ที่ผสานโน้ตอบอุ่นนุ่มละมุนกับโครงสร้างกลิ่นซับซ้อนมากขึ้นยังคงเติบโต เช่นเดียวกับแนวคิด Scent Layering, Genderless Fragrance, Skin Scent และความต้องการผลิตภัณฑ์ Clean, Natural และ Sustainable ซึ่งกำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องหอมระดับโลก” พัฒนพงศ์ กล่าว

แบรนด์ไทยสู่ระดับโลก

ซีอีโอ บอกด้วยว่า วันนี้ คนทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องของอารมณ์ การฮีลใจตัวเอง ไปจนถึง การส่งต่อความสุขให้กับตัวเอง มากขึ้น ขณะที่ ตลาดน้ำหอมในประเทศไทยและเอเชีย เรียกว่า มีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่เป็น Niche Brand ที่มี Character น่าสนใจ “ท่ามกลาง สถานการณ์ เศรษฐกิจที่ผันผวน สิ่งหนึ่งที่คนมองหา คือ ความสุข และการมีสุขภาพกายที่ดี ขณะที่ ดิวานา ของเรา ก็ยืนหยัดในเรื่องนี้ มาตลอด 25 ปี และปีนี้ น่าจะเป็นปีที่เราพิสูจน์ให้เห็นว่า แบรนด์ของไทยสามารถไประดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ โดย ดิวานาเป็นแบรนด์น้ำหอมไทยที่ใช้กลิ่นเป็นสื่อกลางแห่งความหมาย สุขภาวะ และความยืนยาวในระดับสากล”

ทิศทางการเติบโตเชิงกลยุทธ์

ทางด้าน ธเนศ จิระเสวกดิลก ซีอีโอ สายงานการตลาด กล่าวย้ำถึง การเติบโตของธุรกิจ ดีวาน่า ด้วยว่า “เราได้ขยายประสบการณ์แบรนด์ divana โดยเปิดช็อปใหม่ช่วงปลายปี 2025 ที่ผ่านมา รวมถึง การเปิด divana Perfumery & Café ที่ CentralWorld ชั้น 1 ที่เป็นก้าวสำคัญในการผสานศาสตร์กลิ่นเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยปีนี้ผลิตภัณฑ์หลักของเราจะมุ่งไปสู่ Eau de Parfum ระดับพรีเมียม และแนวทาง Personalised Fragrance ที่เชื่อมโยงอารมณ์ ความทรงจำ และความหมายเฉพาะตัวของผู้ใช้”

“นอกจากนี้ เรายังประกาศทิศทางการเติบโตเชิงกลยุทธ์ระยะ 2025–2026 สู่การเป็น Global Wellness & Longevity Platform ด้วยการนำ Thai Wellness Wisdom มาเป็นแกนกลาง และปักหมุดตลาดสำคัญ ประกอบด้วย จีน ตลอดจนกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง ไปจนถึง สหรัฐฯ โดยผ่านโมเดลความร่วมมือด้านรีเทล สปา โรงแรม และการจัดจำหน่ายเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างเครือข่าย Wellness Ecosystem ในระดับนานาชาติ” ธเนศ กล่าว

Wellness & Longevity Consultant & Management Partner

ไม่เพียงแค่นั้น ดิวานา ยังได้เตรียมยกระดับตัวเอง ในก้าวสู่การเป็น Wellness & Longevity Consultant & Management Partner โดยให้บริการออกแบบประสบการณ์เวลเนสครบวงจร ตั้งแต่ การพัฒนาแนวคิด การกำหนดตำแหน่ง     แบรนด์ การออกแบบประสบการณ์ ไปจนถึงการบริหารจัดการเชิงปฏิบัติการ “ในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ดีวาน่า จะได้เปิดตัวความร่วมมือ กับโรงแรมระดับ 5 ดาว ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งจะเป็นต้นแบบของโมเดล Wellbeing Lifestyle Integration ที่ผสาน Spa, Fragrance, Wellness Rituals และ Community Experience เข้ากับธุรกิจ Hospitality อย่างเป็นระบบ เพื่อสะท้อนภาพของการเปลี่ยนผ่านจาก Luxury Service สู่การเป็น Wellbeing-Centric Lifestyle Destination ต่อไป”

ชยายฐานสู่ลูกค้ากลุ่ม Gen Z

การขยายฐานลูกค้า เรียกว่า เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ ทางการตลาด ที่ทั้ง 2 ซีอีโอ มองเอาไว้ด้วย “เทรนด์ Scent Identify หรือการมีตู้น้ำหอมส่วนตัวเฉลี่ยคนละ 8-12 กลิ่น ที่สามารถเลือกใช้ได้ตามบุคลิก และช่วงเวลา ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญ โดยเรามองอายุเฉลี่ยของลูกค้าจากลดลงจาก 28.45 ปี ลงมาเหลือ 24.35 ปี โดยเฉพาะ กลุ่ม Gen Z เพราะคนกลุ่มนี้ ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิก และตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร และมากกว่านั้น ยังเป็นการตอบโจทย์กับความเป็นตัวตนของพวกเขา และยังเชื่อมโยงกับเรื่อง Sustainability ด้วย เพราะกลิ่นที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ จากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ มันทำให้ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณค่าที่มีมากขึ้น”

อย่างไรก็ดี หากใครชื่นชอบเครื่องหอมแบรนด์ไทย สามารถไปสัมผัส และรับประสบการณ์ใหม่ กับดิวาน่า ที่มีสปา และคลินิก 12 แห่ง รวมถึง จุดจำหน่ายสินค้ากว่า 20 แห่งทั่วประเทศไทย ได้เลย และล่าสุด ดิวานา ยังได้เปิดตัวน้ำหอมกลิ่นใหม่ Room Diffuser – Absolute Edition ที่ผสานนวัตกรรมใหม่ล่าสุด ทำให้หอมนานถึง 8,888 ชั่วโมง หรือ 367 วัน ที่พร้อมมอบพลังชีวิต และช่วยบำบัด ให้ร่างกายได้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างปลอดภัย

 

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ