‘เพชรพัณณิน’ นักการเมืองรุ่นใหม่ ผู้ถูกสะท้อนเงาพลเอกเปรม
ช่วงนี้กระแสการเมืองยังดุเดือด หลังการเลือกตั้ง ยังมีคำถามมากมายจากประชาชน วันนี้เรามีโอกาสอีกครั้ง ที่ได้มาพูดคุยกับ คุณนิน เพชรพัณณิน พากฤตโยธิน นักการเมืองหญิงรุ่นใหม่ ผู้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การเมืองอย่างมืออาชีพ พร้อมกับการสร้างผลงานดีๆให้กับเยาวชนผ่านกีฬา
1.คุณคิดอย่างไรกับผลการเลือกตั้ง ในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ที่ผ่านมาบ้างคะ?
“การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนตื่นตัวและต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีทิศทาง ดิฉันมองว่าผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือความคาดหวังที่รัฐบาลใหม่ต้องรับผิดชอบ ดิฉันเคารพทุกคะแนนเสียง เพราะทุกเสียงสะท้อนความคาดหวังและความห่วงใยต่อประเทศ ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ดิฉันมองว่าการเลือกตั้งไม่ใช่จุดจบของการแข่งขัน แต่เป็นจุดเริ่มต้นของความรับผิดชอบ ไม่ว่าใครจะได้ทำหน้าที่บริหาร แต่ประเทศต้องการความร่วมมือ ความโปร่งใส และการทำงานที่วัดผลได้ ดิฉันเชื่อว่าการเมืองยุคใหม่ต้องยืนอยู่บนข้อมูล ข้อเท็จจริง และความกล้าที่จะปรับตัว เพื่อให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของโลก และเพื่อไม่ให้ความหวังของประชาชนสูญเปล่า”
2.มีหลายคนพูดว่าคุณไม่ใช่เพียงแค่หลานของพลเอกเปรม แต่คุณยังเปรียบเหมือนเงาสะท้อนของพลเอกเปรม?
“ดิฉันมองว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่มีคนกล่าวถึงท่านในบริบทนี้ เพราะพลเอกเปรมเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์การเมืองไทย สิ่งที่ดิฉันได้รับจากท่านคือหลักคิดเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการวางประโยชน์ส่วนรวมไว้เหนือสิ่งอื่นใด แต่ในขณะเดียวกัน ดิฉันเติบโตมาในบริบทของโลกที่แตกต่างออกไป ความท้าทายในวันนี้ไม่เหมือนในอดีต ดังนั้นแม้จะยึดถือคุณค่าบางประการร่วมกัน ดิฉันก็มีแนวคิด วิธีทำงาน และมุมมองต่ออนาคตในแบบของตนเอง ดิฉันเชื่อว่าการเคารพรากฐานไม่ได้หมายความว่าเราต้องหยุดอยู่กับที่ หน้าที่ของคนรุ่นใหม่คือเรียนรู้จากอดีต แล้วพัฒนาแนวทางที่เหมาะสมกับยุคสมัย เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและทันโลก”
3.คุณคิดว่าควรมีการเลือกตั้งใหม่หรือไม่?
“เรื่องการเลือกตั้งใหม่ไม่ควรถูกตัดสินด้วยความรู้สึกหรือแรงกดดันทางการเมือง แต่ควรพิจารณาบนข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายเป็นสำคัญ หากมีกระบวนการใดที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือกระทบต่อความสุจริตเที่ยงธรรม ก็ต้องให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม สิ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญที่สุดคือความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบเลือกตั้ง เพราะประชาธิปไตยจะเข้มแข็งได้ ก็ต่อเมื่อประชาชนเชื่อว่าทุกคะแนนเสียงมีคุณค่าและได้รับการคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการยืนยันผลเดิมหรือการจัดการเลือกตั้งใหม่ ต้องตั้งอยู่บนหลักนิติธรรม ความโปร่งใส และประโยชน์ของประเทศเป็นอันดับแรก”
4.คุณคิดอย่างไรที่หลายกระแสและหลายคนมองว่าคุณถูกสนับสนุนจากทีมทหารลูกป๋าและทีมตำรวจที่มีอำนาจในประเทศนี้ และยังมีอภิสิทธิ์พิเศษ ไม่ใช่เพราะความสามารถแต่เพราะคุณเป็นหลานของพลเอกเปรม?
“ดิฉันขอเรียนอย่างตรงไปตรงมาว่า การได้รับกำลังใจหรือคำแนะนำจากใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรในกองทัพ ตำรวจ หรือภาคส่วนอื่นของสังคม ถือเป็นเรื่องที่น่าขอบคุณ เพราะทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ และมีสิทธิ์แสดงความเห็นหรือสนับสนุนบุคคลที่ตนเชื่อมั่น อย่างไรก็ตาม การทำงานทางการเมืองต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ไม่ใช่ด้วยเครือข่าย ดิฉันเติบโตมาจากการทำงานจริง การลงพื้นที่จริง และการรับฟังปัญหาของประชาชนโดยตรง สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่หล่อหลอมตัวดิฉันมากกว่าสายสัมพันธ์ใด ๆ ดิฉันยอมรับว่าได้เรียนรู้คำสอนและคำแนะนำที่ดีจากผู้ใหญ่หลายท่าน ซึ่งสอนเรื่องวินัย ความรับผิดชอบ และการยึดประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก แต่ท้ายที่สุดแล้ว ดิฉันต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตนเอง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินจากความสามารถและผลงานที่จับต้องได้”
5.เราทราบว่าคุณมีโครงการที่จะจัดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ คือฟุตบอลเยาวชนเพื่อการกุศล โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ เพราะจะนำเงินไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กที่ขาดความพร้อมในด้านทุนทรัพย์ ไม่ทราบว่างานจะจัดที่ไหน และมีรายละเอียดอย่างไรบ้างคะ?
“โครงการฟุตบอลเยาวชนเพื่อการกุศลครั้งนี้ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ดิฉันตั้งใจทำด้วยความเชื่อว่า ‘โอกาสทางการศึกษา’ คือรากฐานสำคัญของอนาคตประเทศ เราตั้งใจจัดงานโดยไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จากรายได้สุทธิ เพื่อมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่ขาดความพร้อมด้านทุนทรัพย์อย่างแท้จริง งานมีกำหนดจัดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ เป็นการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนสำหรับเด็กอายุ 12–18 ปี ค่าสมัครทีมละ 2,000 บาท โดยมีเงินรางวัลชนะเลิศ 50,000 บาท พร้อมถ้วยรางวัลเกียรติยศจากพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ซึ่งถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับเยาวชนที่เข้าร่วมแข่งขัน ดิฉันมองว่านี่ไม่ใช่เพียงการแข่งขันกีฬา แต่เป็นพื้นที่สร้างวินัย ความสามัคคี และแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ ทุกคน รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกำหนดการและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เราจะแจ้งให้ทราบอย่างครบถ้วนเมื่อได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน และขอเชิญชวนทุกทีมส่งเยาวชนเข้าร่วมแข่งขัน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนพลังของกีฬาให้กลายเป็นโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือ”
6.คุณนินคิดว่าการที่นักการเมืองออกมาใช้คำพูดสาดโคลนกันไปมา ส่งผลเสียอย่างไรต่อประชาชน?
“ดิฉันมองว่าการใช้คำพูดสาดโคลนกันทางการเมืองอาจสร้างกระแสในระยะสั้น แต่ในระยะยาวส่งผลเสียต่อประชาชนมากกว่าที่คิด เพราะมันทำให้การเมืองเบี่ยงเบนจากสาระสำคัญ คือการแก้ปัญหาปากท้องและพัฒนาประเทศ เมื่อการถกเถียงกลายเป็นการโจมตีส่วนตัว ความเชื่อมั่นของประชาชนต่อระบบการเมืองก็จะลดลง และสังคมจะถูกแบ่งขั้วมากขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดคนที่ได้รับผลกระทบคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ดิฉันเชื่อว่าการแข่งขันทางการเมืองควรอยู่บนพื้นฐานของนโยบาย เหตุผล และข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่เราควรบริหารความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่ขยายความขัดแย้ง การเมืองที่เข้มแข็ง ไม่ใช่การเมืองที่เสียงดังที่สุด แต่คือการเมืองที่รับผิดชอบต่อคำพูดของตนเอง และไม่ลืมว่าทุกคำพูดมีผลต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของประชาชน”
จากการพูดคุยกับคุณนินในวันนี้ เธอแสดงจุดยืนที่เน้นความเคารพต่อกระบวนการประชาธิปไตย หลักกฎหมาย และความสำคัญของเสียงประชาชนเป็นหลัก ในประเด็นที่ถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับแรงสนับสนุนทางการเมือง เธอยืนยันว่าการทำงานต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน และพร้อมให้ตรวจสอบ ในส่วนของกิจกรรมเพื่อสังคม คุณนินเปิดเผยแผนจัดการแข่งขันฟุตบอลเยาวชนเพื่อการกุศลในช่วงเดือนมิถุนายน 2569 ที่สนามกีฬาติณสูลานนท์ โดยมีเป้าหมายสนับสนุนทุนการศึกษาให้เด็กที่ขาดแคลน พร้อมระบุว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีข้อสรุปที่ชัดเจน ภาพรวมของการให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ สะท้อนแนวทางการสื่อสารที่ระมัดระวัง เน้นเหตุผล และหลีกเลี่ยงการตอบโต้เชิงอารมณ์ในประเด็นทางการเมือง

