สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

พาลูกเที่ยวอย่างไร ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัยใน…วันเด็ก

 พาลูกเที่ยวอย่างไร ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัยใน…วันเด็ก
พาลูกเที่ยวอย่างไร ให้สุขกาย สบายใจ และปลอดภัยในวันเด็ก ภายใต้คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2569 “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคมของทุกปี นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสสำคัญที่เด็ก ๆ ทั่วประเทศรอคอย เพราะเป็นวันที่เปิดพื้นที่แห่งการเรียนรู้ ความสนุกสนาน และการเสริมสร้างพัฒนาการอย่างรอบด้าน โดยหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมกันจัดกิจกรรมสร้างสรรค์อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การพาเด็ก ๆ ออกไปทำกิจกรรมในวันเด็กมักหลีกเลี่ยงความแออัดของผู้คนได้ยาก ผู้ปกครองจึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยเป็นพิเศษ

พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ (ว 34129) กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการพาเด็กเที่ยววันเด็กอย่างเหมาะสม โดยระบุว่าสถานที่จัดกิจกรรมวันเด็กมีทั้งรูปแบบภายในอาคาร (Indoor) เช่น พิพิธภัณฑ์เด็ก สถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุ พระราชวังพญาไท โรงพยาบาล และมหาวิทยาลัยต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบกลางแจ้ง (Outdoor) เช่น สภากาชาดไทย อุทยานการเรียนรู้ กองทัพอากาศ กองทัพเรือ ศูนย์การเรียนรู้ระบบนิเวศ และสวนสัตว์ ซึ่งแต่ละรูปแบบมีข้อดี ข้อควรระวัง และวิธีดูแลเด็กที่แตกต่างกัน

การเข้าร่วมกิจกรรมในสถานที่แบบ Indoor มีข้อดีคือไม่ต้องกังวลเรื่องสภาพอากาศ และช่วยลดการสัมผัสฝุ่น PM 2.5 แต่ข้อควรระวังคือความแออัดในพื้นที่ปิด ซึ่งอาจทำให้เกิดการแพร่กระจายของโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ RSV โควิด-19 และโรคปอดอักเสบ รวมถึงโรคที่ติดต่อผ่านการสัมผัสสิ่งของร่วมกัน เช่น มือปากเท้าเปื่อย หรือ Herpangina ผู้ปกครองควรให้เด็กสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2–3 เมตร และหมั่นล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์อย่างสม่ำเสมอ

ส่วนการทำกิจกรรมในสถานที่แบบ Outdoor มีข้อดีคือพื้นที่กว้าง อากาศถ่ายเทสะดวก และลดความแออัดของผู้คน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งแดด ลม และฝน หากแต่งกายไม่เหมาะสมอาจทำให้เกิดผดผื่น ระคายเคือง เป็นหวัด หรือภาวะฮีทสโตรกได้ นอกจากนี้บางพื้นที่อาจมีแมลงหรือสัตว์ขนาดเล็กที่ก่อให้เกิดการกัดต่อยและอาการระคายเคือง ผู้ปกครองจึงควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หมวก แว่นกันแดด เสื้อผ้าที่ระบายอากาศดี รวมถึงยากันยุงหรือยาป้องกันแมลงติดตัวไปด้วย พร้อมแนะนำให้เด็กเว้นระยะห่าง และดูแลความสะอาดของมืออย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกัน

ทั้งนี้ ไม่ว่าการเที่ยววันเด็กจะเป็นแบบ Indoor หรือ Outdoor กิจกรรมบางช่วง เช่น การนั่งพัก การต่อแถว หรือการใช้ห้องน้ำสาธารณะ ยังคงมีความเสี่ยงจากความแออัด โดยเฉพาะการรับประทานอาหารร่วมกัน เนื่องจากช่วงเดือนมกราคมเป็นฤดูหนาวซึ่งพบการระบาดของเชื้อไวรัสทางเดินอาหาร เช่น โรต้าไวรัส และโนโรไวรัส ได้ง่าย ผู้ปกครองควรเลือกอาหารที่ปรุงสุกใหม่ ใช้อุปกรณ์รับประทานอาหารส่วนตัว พกแก้วน้ำหรือกระติกน้ำสำหรับเด็กเล็ก และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือทำกิจกรรม

นอกจากการดูแลด้านสุขภาพแล้ว ความปลอดภัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ปกครองควรให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่สบายเหมาะสมกับสภาพอากาศ ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง ติดป้ายหรือสายรัดข้อมือกันเด็กหายที่ระบุชื่อและเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน รวมถึงโรคประจำตัว และควรพกยาประจำตัวของเด็กติดไปด้วยเสมอ โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้เด็กพกพาของมีค่าติดตัว เพื่อป้องกันการสูญหายหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ท้ายที่สุด พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ ขอให้ทุกครอบครัวที่พาเด็ก ๆ ออกไปร่วมกิจกรรมวันเด็ก มีช่วงเวลาแห่งความสุข สนุกสนาน และกลับบ้านอย่างปลอดภัยไร้โรคภัย โดยแผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ให้ความสำคัญกับคุณภาพการรักษาและมาตรฐานการบริการ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับสากล ได้แก่ AACI ค.ศ. 2025, AACI Clinical Excellence Certification Maternity Services ค.ศ. 2025, ISO 7101:2023 และ ISO 9001:2015 ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษาได้ที่ โรงพยาบาลนวเวช โทร. 1507 หรือ Line: @navavej

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ