สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ’ ลุยตลาด ‘ห้องน้ำอัจฉริยะ’

 ‘จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ’ ลุยตลาด ‘ห้องน้ำอัจฉริยะ’

เรียกว่า เป็นครั้งแรกของบริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TOA กับการจับมือร่วมกับ แบรนด์ธุรกิจด้านสุขภัณฑ์อัจฉริยะชั้นนำระดับโลก จากจีน อย่าง JOMOO ที่ไม่เพียตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านสุขภาพ และสังคมผู้สูงวัย เท่านั้น แต่จะยังเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญ ที่จะมาผลักดันให้ธุรกิจของ TOA เติบโตขึ้นด้วย โดยล่าสุด ได้จัดงาน เปิดตัวโชว์รูม ‘Smart Bathroom Solution’ ครบวงจรแห่งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ใจกลางสุขุมวิท 26 เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา พร้อมนำ สุขภัณฑ์อัจฉริยะ ‘X-Series’ เป็นสินค้าเรือธง ตั้งเป้ายอดขาย 200 ล้านบาท ภายใน 3 ปี ตอกย้ำวิสัยทัศน์ใหม่ของ TOA ในการมุ่งสู่ตลาด Smart Toilet เพื่อตอบรับเมกะเทรนด์ด้านสุขภาพและสังคมสูงวัย

 

ภาพรวมตลาดสุขภัณฑ์

จตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เผยว่า วันนี้ตลาดสุขภัณฑ์ไทยโดยรวมมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท และมีศักยภาพการเติบโตสูง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากภาคอสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยว และความต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค “หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับสุขอนามัย (Hygiene) และการลดการสัมผัส (Touchless) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์กลุ่ม Smart Toilet และ Smart Bathroom ที่มีเทคโนโลยี ทำความสะอาดอัตโนมัติ และฟังก์ชันไร้สัมผัสพุ่งสูงขึ้น” 

สอดรับกับ นโยบายด้านสาธารณสุข ที่ส่งเสริมให้แต่ละครัวเรือน ที่มีผู้สูงอายุหันมาใช้สุขภันฑ์แบบนั่งราบมากขึ้น “ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ ที่ทำให้สุขภัณฑ์อัจฉริยะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับที่อยู่อาศัยในอนาคต เพราะมีฟังก์ชั่นที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสบาย รวมถึงความปลอดภัน และ ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มผู้สูงอายุ และ ผู้ที่ใส่ใจในสุขภาพโดยตรง” ซีอีโอ กล่าว 

ความมั่นใจ และเชื่อมั่นในแบรนด์

อะไรเป็นเหตุผล ที่ทำให้ TOA ตัดสินใจร่วมมือกับ แบรนด์สุขภัณฑ์ ชั้นนำระดับโลก จากประเทศจีน ในครั้งนี้ โดยซีอีโอ กล่าวยอมรับว่า จากความแข็งแกร่งของ TOA ที่มีทีมงานฝ่ายขายขนาดใหญ่ รวมถึงมี เครือข่ายร้านค้าตัวแทนจำหน่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และฐานลูกค้าโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ตลอดจน มีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์โซลูชันผู้บริโภคครบวงจรทุกเซกเมนต์ ทั้งสีทาอาคาร สีตกแต่งพิเศษ สีงานไม้ สีอุตสาหกรรม เคมีภัณฑ์ก่อสร้าง เช่น เคมีภัณฑ์กันซึม ปูนกาวซีเมนต์ ปูนมอตาร์สำเร็จรูป กระเบื้องเซรามิกสำหรับปูพื้นและผนัง แผ่นฝ้ายิปซัม (ปัจจุบันเราเป็นเบอร์ 2 ในตลาด) ไปจนถึงสินค้ากลุ่มฮาร์ดแวร์ วัสดุก่อสร้างต่างๆ “ด้วยปัจจัยเหล่านี้ เราจึงมั่นใจว่าการผนึกกำลังกับ JOMOO แบรนด์สุขภัณฑ์ระดับโลก จะช่วยให้สินค้า Smart Toilet สามารถเข้าถึงผู้บริโภคและโครงการชั้นนำทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พร้อมยังเป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพชีวิต และสุขอนามัยของคนไทยอีกด้วย โดยเราตั้งเป้ายอดขายภายใน 3 ปี ไว้ที่ 200 ล้านบาท” 

กระนั้นก็ตาม ภายในปีนี้ ซีอีโอ ย้ำว่า ภายในปีนี้ และปีหน้า อาจจะมีการขยายร้านออกไปอย่างน้อย 150 ร้านค้า ก่อนที่จะเพิ่มไปจนถึงเป้าที่ตั้งไว้ในอีก 3 ปีข้างหน้า “สำหรับเรื่องของ มาร์เก็ตแชร์ วันนี้เรามองว่า ตลาดสุขภัณฑ์โดยรวมแล้ว มีอยู่ราวๆ 20,000 ล้านบาท ส่วนเราคาดว่า จะขอแบ่งมาร์เก็ตแชร์ มาเพียงแค่ 1% เท่านั้น เพราะว่ายังต้องอาศัยเวลาในการสร้างฐานลูกค้า โดยเราเรียกว่าเพิ่งเริ่มก็ว่าได้ ในธุรกิจส่วนนี้ ซึ่งยังคงต้องทำความเข้าใจกับตลาดอีกพอสมควร” 

.ซีอีโอ บอกด้วยว่า อีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ ที่ตัดสินใจเลือก JOMOO ก็เพราะ ดีเอ็นเอ ของ TOA และ JOMOO เหมือนกัน “เพราะเราเน้นสินค้าประเภทพรีเมี่ยม รวมถึงสินค้าที่เป็นการยกระดับการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ซึ่งเราได้สัญญาร่วมมือกัน ในช่วต้นปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ทั้ง TOA และ JOMOO ยังเป้าหมายที่ไม่ต่างกัน โดยเฉพาะ การขยายตลาด ซึ่งทาง JOMOO ก็ต้องการขยายตลาดของตัวเอง ออกมานอกประเทศ ขณะที่เราเอง ก็ต้องการขยายธุรกิจไปในสินค้าอื่นๆ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของสี เท่านั้น ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เราได้มาเจอกัน และทำธุรกิจด้วยกัน” 

การวางกลยุทธ์ 

ในส่วนของการวางกลยุทธ์ นั้น ทางด้าน TOA มีความมุ่งมั่น ในการขับเคลื่อนธุรกิจ Smart Toilet ด้วยกลยุทธ์สำคัญ 3 ด้าน ซึ่งประกอบด้วย การขยายเครือข่ายเข้าถึงผู้บริโภค: เดินหน้าขยายเครือข่ายร้านตัวแทนจำหน่ายปัจจุบันสู่เป้าหมายกว่า 200 ร้านค้า ภายในปี 2026 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าในทุกภูมิภาค ควบคู่กับการนำเสนอผลิตภัณฑ์นวัตกรรมคุณภาพสูงแก่โครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของ การยกระดับประสบการณ์งานโครงการ ด้วยการเน้นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดในด้านดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานสุขภัณฑ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม และอาคารสาธารณะ รวมถึงงานรีโนเวทให้สะดวกสบายและทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึง การให้บริการหลังการขายครบวงจร ที่ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้ลูกค้า ด้วยบริการหลังการขาย (After-Sales Service) ครบวงจร พร้อมทีมสนับสนุนและอะไหล่สำรอง (Spare Parts) เพื่อการดูแลอย่างต่อเนื่อง และมีแผนขยายโชว์รูมเพิ่มเติมเพื่อให้ลูกค้าสามารถทดลองสัมผัสประสบการณ์ใช้งานจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

ยกระดับมาตรฐานตลาดสุขภัณฑ์ไทย

อย่างไรก็ดี ซีอีโอ เน้นย้ำด้วยว่า “การนำ Smart Toilet มาเป็นสินค้าเรือธง จะไม่เพียงแต่เสริมความแข็งแกร่งให้แก่ TOA ในฐานะผู้ให้บริการโซลูชันครบวงจรเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานของตลาดสุขภัณฑ์ในประเทศไทยให้เติบโตไปพร้อมกับนวัตกรรมระดับโลก โดย TOA ตั้งเป้าหมายในการขยายช่องทางการจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทน และโครงการชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้า High-End ที่มีความต้องการสินค้าคุณภาพสูง ดีไซน์สวยงาม และเทคโนโลยีล้ำสมัย

การเปิดตัวโชว์รูมOA I JOMOO แห่งใหม่ ณ ใจกลางสุขุมวิท 26 บนพื้นที่กว่า 460 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อตอบโจทย์แนวคิด SMART & Digital Intelligence Bathroom อย่างเต็มรูปแบบในครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การนำเสนอสินค้าใหม่ แต่เป็นการประกาศถึงทิศทางใหม่ของ TOA ในการก้าวเข้า สู่ตลาดที่มีอนาคตสดใส และตอกย้ำถึงศักยภาพของตลาด Smart Toilet ในไทยที่กำลังจะก้าวสู่ยุคแห่งความอัจฉริยะอย่างเต็มตัว” นายจตุภัทร์กล่าวปิดท้าย 

***********************

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ