บุกตรวจผับดังกลางวอล์คกิ้งสตรีทพัทยา เจอพนักงานฉี่ม่วง-ต่างด้าวไร้ใบอนุญาต หลังผู้จัดการร้านพร้อม บอดี้การ์ด ทำร้ายลูกค้า นักท่องเที่ยวชาวอินเดีย จนได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเวลาเที่ยงคืน วันที่ 30 กันยายน 2568 นายพัชรพัชร์ ศรีธัญญนนท์ นายอำเภอบางละมุง สั่งการให้ นายณฐาภพ ยมจินดา ปลัดอำเภอบางละมุง ประสานกำลังกับ พ.ต.อ.นภัสพงษ์ โฆษิตสุริยมณี ผกก.ตม.จว.ชลบุรี ร.ต.อ.อิงควัชร์ เกรียงสินกุลยศ รอง สว.ตม.จว.ชลบุรี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนด่าน ตม.พัทยา พ.ต.ต.สุชาติ ดุสดี สารวัตรป้องกันปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว และกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 100 นาย เปิดปฏิบัติการจู่โจมผับยักษ์ BOSS CLUB PATTAYA ใจกลางวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวหลายร้อยคน กำลังเต้นสนุกสุดเหวี่ยงกับเสียงเพลงจากดีเจ เจ้าหน้าที่จึงขึ้นเวทีสั่งปิดเพลง เปิดไฟ ก่อนกระจายกำลังคุมเข้ม ตรวจหาสารเสพติดในกลุ่มพนักงานชาย-หญิง ทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมตรวจหนังสือเดินทางชาวต่างชาติทุกคน
ผลตรวจเบื้องต้น พนักงานคนไทย ปัสสาวะม่วงรวม 9 ราย (ชาย 5 หญิง 4) พนักงานต่างชาติชายกว่า 40 ราย พบหลายคน ไร้ใบอนุญาตทำงาน, ทำงานผิดนายจ้าง, ไม่มีพาสปอร์ตติดตัว ส่วนนักท่องเที่ยวบางรายพบว่า โอเวอร์สเตย์
ระหว่างตรวจค้น มีพนักงานต่างชาติบางส่วนพยายามวิ่งหลบหนีขึ้นไปด้านบน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมและนำตัวลงมารวมกลุ่มตรวจสอบทั้งหมด
สาเหตุที่มีการบุกเข้าตรวจเข้มครั้งนี้ มาจากคดีอื้อฉาวก่อนหน้านี้ เมื่อนักท่องเที่ยวชาวอินเดียวัย 33 ปี เข้าแจ้งความว่า ถูกผู้จัดการคลับอินเดียดังกล่าว และ บอดี้การ์ดทำร้ายร่างกาย ใช้ปืนจ่อหัว และ ยึดพาสปอร์ตไป กระทั่งพบว่า บอดี้การ์ดรายหนึ่งเคยโพสต์โชว์ปืนซึ่งคาดว่าเป็นบีบีกัน ยิ่งตอกย้ำถึงความเสื่อมเสียที่เกิดขึ้น
เบื้องต้น กรมการปกครองมีคำสั่ง ปิดสถานบริการดังกล่าวเป็นเวลา 2 วันทันที และหากตรวจสอบพบความผิดซ้ำหรือร้ายแรง อาจถูกสั่งปิดยาว รวมถึงเอาผิดตามกฎหมายทุกข้อหา
ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงการเอาจริงของเจ้าหน้าที่ ในการกวาดล้างสถานบันเทิงที่สร้างปัญหายาเสพติด แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย และละเมิดความปลอดภัยนักท่องเที่ยวในเมืองพัทยาอย่างเข้มงวด
