สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

อินโนเวสท์ เอกซ์ มองบวกไตรมาส 4/68 ชูหุ้น Domestic Play–เทคโนโลยี รับดอกเบี้ยขาลง ดอลลาร์อ่อนค่า

 อินโนเวสท์ เอกซ์ มองบวกไตรมาส 4/68 ชูหุ้น Domestic Play–เทคโนโลยี รับดอกเบี้ยขาลง ดอลลาร์อ่อนค่า

นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย Head of Research Department บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไตรมาส 4/68 มีความชัดเจนขึ้นหลังความไม่แน่นอนคลี่คลาย โดยเฉพาะแรงหนุนจากการลดดอกเบี้ยเฟดที่เร็วกว่าคาด ช่วยหนุนกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดเกิดใหม่ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า ทำให้หุ้นเอเชียรวมถึงไทยกลับมาน่าสนใจ

“บรรยากาศลงทุนในไตรมาสสุดท้ายของปีเริ่มผ่อนคลาย นักลงทุนหันกลับมาให้น้ำหนักกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ ขณะที่ SET Index ยังคงมีแรงส่งเชิงบวกต่อเนื่อง” นายสุทธิชัยกล่าว พร้อมแนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตแบบกระจายทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ทางเลือกอย่างทองคำ เพื่อลดความผันผวน

ด้าน ดร. ปิยศักดิ์ มานะสันต์ หัวหน้านักวิจัยเศรษฐกิจ InnovestX ระบุว่า เศรษฐกิจโลกมีสัญญาณดีขึ้นหลังสหรัฐฯ ประกาศ “Reciprocal Tariff” ต่ำกว่าที่เคยกังวล โดยประเทศพัฒนาแล้วถูกเก็บภาษีเฉลี่ยราว 15% และประเทศกำลังพัฒนาอย่างไทย 19–20% ส่งผลให้ GDP โลกปี 2568–2569 มีโอกาสขยายตัว 2.9% และ 3.0% ตามลำดับ

เฟดส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยต่อเนื่องตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แม้ตลาดแรงงานสหรัฐฯ ชะลอตัว แต่ยังมีแรงกดดันเงินเฟ้อจากภาษีใหม่ ขณะที่เศรษฐกิจจีนยังเผชิญความท้าทายเชิงโครงสร้าง คาดโตเพียง 4.4% ในปีนี้ และ 4.0% ในปีหน้า แม้มีนโยบายกระตุ้นและมาตรการ Anti-Involution

สำหรับไทย ดร. ปิยศักดิ์ ประเมินว่าเศรษฐกิจยังชะลอตัวต่อเนื่องใน 4 ไตรมาสข้างหน้า ทำให้ทั้งปี 2568–2569 โตเพียง 1.8% และ 1.4% แต่ยังพอได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้น โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการแต่งตั้งทีมเศรษฐกิจใหม่ของรัฐบาล

นายสิทธิชัย ดวงรัตนฉายา หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุน InnovestX กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยไตรมาส 4/68 ความเสี่ยงขาลงเริ่มจำกัด แม้ Upside ไม่กว้างมาก แต่ยังควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะหุ้น Domestic Play ที่ได้อานิสงส์จากนโยบายเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวฟื้นตัว ค่าเงินบาทแข็งค่า และแนวโน้มดอกเบี้ย ธปท. ลดลง

InnovestX ปรับเป้าหมาย SET Index ปี 2568 ที่ 1,350–1,400 จุด พร้อมแนะนำให้สะสมเมื่อดัชนีต่ำกว่า 1,200 จุด กลยุทธ์คือคัดเลือกหุ้นพื้นฐานแข็งแกร่ง งบดุลมั่นคง และได้ประโยชน์จากอุปสงค์ในประเทศ ดอกเบี้ยขาลง รวมถึงนโยบายรัฐ โดยหุ้นเด่น ได้แก่ AP, CENTEL, DIF, HMPRO และ MTC

นอกจากนี้ ยังมองบวกหุ้นวัฏจักรและกลุ่มเทคโนโลยีโลก ที่จะได้แรงหนุนจากดอกเบี้ยขาลงและเศรษฐกิจฟื้น หุ้นเด่นต่างประเทศ เช่น TSLA, MSFT, NVDA, AAPL, RTX, JPM (สหรัฐฯ), ASML, LVMH, BAE System, ABB, BNP Paribas, L’Oreal (ยุโรป) รวมถึง Tencent, Alibaba, SMIC, Trip.com, HKEX, Lenovo, Xpeng/Zeekr (จีน)

ดร. รัฐศรัณย์ ธนไพศาลกิจ Head of Investment Strategy & Trading Product Specialist Department InnovestX กล่าวเสริมว่า นักลงทุนควรจัดพอร์ตอย่างรอบคอบและกระจายความเสี่ยง หลังตลาดหุ้นปรับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เมษายนที่ผ่านมา

โดยกลยุทธ์เน้นหุ้นสหรัฐฯ คุณภาพสูง หรือกองทุนอิง S&P500 แบบ Equal Weight ภายใต้ธีม Catch up play หุ้นยุโรปได้แรงหนุนจากมาตรการการคลังและการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ส่วนตลาดเกิดใหม่รวมถึงจีนยังน่าสนใจจากดอกเบี้ยขาลงและดอลลาร์อ่อนค่า

ในฝั่งตราสารหนี้ แนะนำลงทุนระยะสั้น–กลางเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่ทองคำยังเป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ดี ส่วน REITs ไทยมีความน่าสนใจกว่า REITs โลกจาก Dividend Yield ที่สูงกว่า

ส่วนสินทรัพย์ดิจิทัลก็เริ่มได้แรงหนุนจากกฎเกณฑ์ชัดเจนขึ้นในหลายประเทศ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน InnovestX แนะนำกองทุนเด่นเพื่อกระจายความเสี่ยง ได้แก่ หุ้นจีน KFCSI300-A, หุ้นยุโรป ES-EG-A, ทองคำ UOBSG-H และ REITs ไทย MPDIVMF รวมถึงการลงทุน DR23 ในหุ้นจีนชั้นนำ และการใช้ US Options หรือ USD Futures บริหารความเสี่ยงค่าเงิน

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยและโลกในไตรมาส 4/68 มีทิศทางเชิงบวกจากดอกเบี้ยขาลง ดอลลาร์อ่อนค่า และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การเติบโตเศรษฐกิจไทยยังจำกัด นักลงทุนจึงต้องใช้กลยุทธ์ “เลือกลงทุน” ในหุ้นพื้นฐานดี งบดุลแข็งแรง และมี Valuation สมเหตุสมผล ขณะเดียวกันต้องกระจายพอร์ตไปยังหุ้นต่างประเทศ ทองคำ REITs และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อบริหารความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนอย่างยั่งยืนในระยะยาว

*********************

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ