รศ.ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ กับมุมมองเล่าใหม่ เทศกาล “สงกรานต์”
เมื่อพูดถึงเทศกาล “สงกรานต์” สิ่งแรกที่หลายคน นึกถึงคือ เรื่องของความสนุกสนาน การสาดน้ำ ที่เรียกเสียงหัวเราะ และรอยยิ้มแห่งความสุข ซึ่งถือเป็นหนึ่งเทศกาล ที่อาจบอกได้ว่า เป็น “ซอล์ฟ พาวเวอร์” ของไทย ในการดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มขึ้นในแต่ละปี
เทศกาลความสุข ที่ผลักดันเศรษฐกิจ
รองศาสตราจารย์ ดร.ภาวิกา ศรีรัตนบัลล์ หัวหน้าโครงการวิจัย และ ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เปิดเผยกับ “บางกอกทูเดย์” ว่า เทศกาลสงกรานต์ ของไทยวันนี้ ไม่ใช่แค่เทศกาลแห่งความสุข ที่หลายๆ คนรอคอย เท่านั้น แต่กำลังกลายเป็น เทศกาลยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่ไม่เพียงสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย อย่างเดียวอีกต่อไปแล้ว ทว่า ยังจะเป็นอีกหนึ่งเทศกาล ที่ผลักดันให้เกิดการขับเคลื่อนทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และ ประชาชน อีกด้วย
“จากโครงการพัฒนา และ ขับเคลื่อนเทศกาลสงกรานต์ไทย ไปสู่เทศกาลระดับโลก เพื่อส่งเสริมซอล์ฟพาวเวอร์ ของประเทศไทย ระหว่าง กันยายน 2567 – ตุลาคม 2668 ซึ่งเป็นความร่วมมือกันระหว่าง สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิจัยจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ ตลอดจน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี สถาบันไทยศึกษา และสถาบันวิจัยสังคม ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) ได้จัดเสวนาเผยแพร่ผลงานวิจัย นำเสนอการเล่าเรื่องสงกรานต์ในมุมมองใหม่ ที่น้อยคนจะรู้จัก Songkran New Narrative ซึ่งผลจากการเสวานา บอกว่า นี่เป็นอีกหนึ่งการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของเทศกาลสงกรานต์ในฐานะเทศกาลวัฒนธรรมร่วมแห่งเอเชีย ที่เชื่อมโยงคุณค่า ความศรัทธา และความร่วมสมัย เข้ากับกระบวนการออกแบบเชิงสร้างสรรค์ (Design Thinking) ที่ก่อให้เกิด 3 มิติหลัก ประกอบด้วย ความรู้ (Knowledge), ความจริงแท้ (Authenticity) และความยั่งยืน (Sustainability)”
Songkran New Narrative
หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวด้วยว่า การศึกษาครั้งนี้ได้ใช้กระบวนการสร้างสรรค์เรื่องเล่าชุดใหม่ ที่แตกต่างจากกรอบมุมมองเดิมและชี้ให้เห็นว่าเทศกาลสงกรานต์ไม่ได้เป็นเพียงงานรื่นเริงที่ผู้คนจดจำกันเท่านั้น แต่ยังมีมิติที่ลึกซึ้งเกี่ยวข้องกับเวลา จักรวาลวิถี และมรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับมิตรประเทศในเอเชีย “หนึ่งในกระบวนการสำคัญของงานวิจัย คือ การ ถอดรหัสสัญลักษณ์ (Decode Symbols) จากพิธีกรรมและความเชื่อดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นความบริสุทธิ์ ขันน้ำ เจดีย์ทราย ดอกไม้ นาคหรือสัตว์มงคลต่างๆ สัญลักษณ์เหล่านี้ถูกนำมาตีความใหม่และใช้เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ ทั้งในเชิงสินค้าเชิงสร้างสรรค์ (Creative Products) เช่น เสื้อผ้าแฟชั่น น้ำหอม ของที่ระลึก ปืนฉีดน้ำน้องนาค และในเชิงการออกแบบนิทรรศการ (Exhibition Design) ที่ประกอบด้วย Virtual Exhibition แอนิเมชัน ‘Songkran Stories’ และวิดีโอ ‘100 Years of Songkran Beauty’
“จากจุดตั้งต้นดังกล่าว งานวิจัยยังได้ขยายมิติการมองสงกรานต์จากประเพณีท้องถิ่นไปสู่การเป็นเส้นทางวัฒนธรรม รากร่วม Shared Cultural Routes ที่เชื่อมโยงไทยกับประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแนวคิดนี้ มุ่งหวังที่จะผลักดันให้สงกรานต์ก้าวขึ้นเป็น Global Festival ผ่านการสื่อสารสาธารณะและการสร้างระบบนิเวศเทศกาล (Festival Ecosystem) ที่เอื้อต่อการแลกเปลี่ยนในระดับสากล รวมถึงการเชื่อมโยงบทบาทจากกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholder Engagement) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และชุมชน ทำให้เทศกาลสงกรานต์สามารถดำรงอยู่และเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป”
เล่าเรื่องใหม่ “สงกรานต์”
ทั้งนี้ งานวิจัยนี้ จึงไม่ใช่การเล่าเรื่องเก่าเกี่ยวกับสงกรานต์ แต่ได้สร้างมุมมองใหม่ “Songkran New Narrative” ที่ไม่เพียงสะท้อนมิติทางศาสนา ครอบครัว และชุมชนแบบดั้งเดิม แต่ยังตีความใหม่ในเชิงซอฟต์พาวเวอร์ ผ่านสื่อวัฒนธรรมดิจิทัล และการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ เพื่อให้สงกรานต์ก้าวสู่เทศกาลที่มีทั้งความร่วมรากในเอเชียและศักยภาพสู่การเป็นเทศกาลระดับโลก
ผู้อำนวยการสถาบันเอเขียศึกษา บอกด้วยว่า การเล่าเรื่องใหม่เกี่ยวกับสงกรานต์ ที่ว่านี้ จะเป็นเรื่องของคอนเซ็ปต์วัฒนธรรมร่วม ที่เราไม่เคยไฮไลท์แมสเซส นี้ ซึ่งจะถูกแปลงเป็นสัญญา เช่นเรื่อน นาค ที่ไม่ได้มีอยู่เพียงเฉพาะในวัฒนธรรมไทย หรือแม้แต่เรื่องของ น้ำ ก็เป็นสิ่งที่เราทำให้มีความเป็น อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ไม่เฉพาะบริบทไทย เท่านั้น”
สงกรานต์กับ เศรษฐกิจไทย
สำหรับประเด็นของ สงกรานต์ ที่มีต่อเศรษฐกิจ และ สังคม ของประเทศไทย นั้น ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา กล่าวว่า ตรงนี้เป็นโจทย์สำคัญ ที่เพราะเมื่อความรู้ถูกค้นพบแล้ว ก็ต้องมีการนำไปใช้ ดังนั้น หากมีผู้ผลิต หรือ ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นในแง่การผลิตสินค้า ก็เป็นสิ่งที่เรากำลังมองหาอยู่ แต่ว่า ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ที่อยู่ในแวดวงวิชาการ บางทีเราทำงานวิชาการ ก็ไม่ได้กว้างขวางพอ ที่จะมองเห็นสิ่งเหล่านั้น และนี่อาจจะเป็นครั้งแรก ที่เราพยายามพลิกโฉมของสถาบันวิจัย ที่จะทำให้งานวิจัยออกไปสู่โลกภายนอก เพื่อให้สามารถนำไปใช้ได้จริง ด้วยเหตุนี้ สื่อ จึงเป็นสิ่งสำคัญ และสื่อที่เราหมายถึงนี้ ก็ไม่ใช่สื่อทั่วๆ ไป แต่ต้องเป็นสื่อ ที่มองเห็นความสำคัญ และเปิดโอกาสให้เราพูด หรือมีพื้นที่ ในการสื่อสาร และทำให้คนอื่นๆ ได้รับสารของเรา และเข้ามาพูดคุย เพื่อพัฒนาสินค้า หรือ โปรดักส์ ร่วมกัน เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ในหลายๆ โอกาสต่อไป”
ส่วนการสื่อสาร ไปยังต่างประเทศ ผู้อำนวยการ กล่าวว่า ได้ใช้แนวทางของกระทรวงการต่างประเทศ เป็นหลัก “เรามองว่า ทางกระทรวงเขามีหน้าที่ ในการสื่อสารเรื่องราวของประเทศไทย อยู่แล้ว และที่ผ่านมา เราก็ได้รับการอนุเคราะห์เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการนำผลงาน ที่เราผลิตร่วมกับภาคี ออกไปเผยแพร่ ผ่านกรมสารนิเทศ กองการทูตวัฒนธรรม ผ่านหนัง หรือ เรื่องสั้น ทำให้คนต่างชาติมองเห็นภาพคนไทย ได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะ เรื่องของวัฒนธรรม ที่เรียกว่า มีความหมายอย่างมาก ในมุมมองของต่างชาติ”
ความคาดหวัง
สำหรับความคาดหวังในโครงการ “ต้องยอมรับว่า เราอาจให้ความสำคัญกับเรื่องความรู้ ในแง่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ที่ยังทำได้อีก ซึ่งที่ผ่านมา อาจจะไปเริ่มจากโปรดักส์ สักชิ้นหนึ่ง แล้วก็จะไปในเวย์ที่ถูกกำหนดตามไดเร็คชั่นที่มีอยู่แล้ว แต่หากเราชวนกันคิดใหม่ ก่อนที่เราจะได้เศรษฐกิจสร้างสรรค์ หรือ โปรดักส์ ที่จะไปขับเคลื่อน ถ้าเราให้ความสำคัญกับกระบวนการ ซึ่งตรงนี้ ก็จะทำให้เกิดการต่อยอดความรู้ ของโปรดักส์ ที่เราจะนำออกไป จากนั้น เราก็จะค่อนๆ ไปใช้กระบวนการแบรนดิ้ง หรือ การกระบวนการสื่อสาร ต่อไป”
กระนั้น ก็ตาม ผู้อำนวยการสถาบันเอเชียศึกษา ยังเปิดโอกาสให้ ผู้ประกอบการ หรือ ผู้ที่สนใจผลิตสินค้า ทั้งที่มีความพร้อม หรือ มองหาความแตกต่าง หรือ แม้แต่ ท่านที่อยากเริ่มธุรกิจใหม่ๆ ทางสถาบัน ก็พร้อมที่จะเป็นที่ปรึกษา หรือ ร่วมพูดคุยเพื่อหาไอเดียที่ดีที่สุด ในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกมา “เพราะเราคือ คอนเทนต์ โปรดิวเซอร์ ที่มาพร้อมกระบวนการหลายอย่างที่จะเข้ามาสนับสนุน รวมถึง ยังมีหลายๆ คณะในจุฬาฯ ที่พร้อมจะให้ความร่วมมือ เพื่อเป็นการเติมเต็มส่วนที่อาจจะพร่อง ที่จะก่อให้เกิดผลสำเร็จร่วมกันในอนาคตต่อไป”
ผู้สนใจ หรือ ผู้ประกอบการในธุรกิจผลิตสินค้า ที่ต้องการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ สามารถติดต่อ สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชั้น 7 อาคารประชาธิปก รำไพพรรณี ภายในมหาวิทยาลัยจุฬลงกรณ์ …ไม่แน่ว่า เทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ทุกคนอาจจะได้เห็น “สงกรานต์” ในมุมมองใหม่ อีกมุมหนึ่ง ที่ไม่เพียงสร้างความสุข ให้กับทุกคน และนักท่องเที่ยว เท่านั้น แต่ยังจะมาเป็นอีกหนึ่งเทศกาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย ต่อไปก็เป็นได้
**********************
