ระเบิดศึกกงสี ตระกูลดัง ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน – ตลาดหุ้น
ระเบิดศึกกงสี ตระกูลดัง ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุน – ตลาดหุ้น
…จากความขัดแย้งของ 3 พี่น้องคน ที่โชยกลิ่นตุๆ มานานหลายปี..กำลังส่งผลกระทบกับแบรนด์ธุรกิจ และการลงทุน…

เรียกว่า ระหองระแหง กันมาระยะหนึ่งแล้ว ก่อนจะกลายเป็นศึกสายเลือดในตระกูลเดียวกัน ที่รุนแรงถึงขนาดทำเอา บรรดานักลงทุนในตลาดทุนไทย ร้อนระอุ ไปตามๆ กันเลย ไม่เพียงแค่นั้น ยังส่งผลกระทบถึงภาพลักษณ์ โดยเฉพาะ แบรนด์ธุรกิจที่มีชื่อเสียงให้พลอยสะดุด ตามไปด้วย
ศึกสายเลือดที่ว่า คือ ความขัดแย้งของพี่น้อง 3 คน ในตระกูลดุสิตธานี ที่เริ่มมีกลิ่นตุๆ ออกมาหลายปีพอสมควร นับตั้งแต่ ท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ผู้ก่อตั้งโรงแรมดุสิตธานี เสียชีวิตไปเมื่อปี 2563 หรือกว่า 5 ปีที่แล้ว แต่เพิ่งมาระอุ และดุเดือดมากขึ้นในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เมื่อทายาทสาว 2 คน คือ สิณี เธียรประสิทธ์ และ สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค โหวตไล่พี่ชาย “ชนินทร์ โทณสณิก ออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ชนัดถ์ และลูก จำกัด (บริษัทที่ท่านผู้หญิงชนัตย์ ปิยะอุย ตั้งชึ้ยน โดยมีทายามทั้ง 3 คนถือหุ้น เพื่อลงทุนในบริษัท ดุสิตธานีจํากัด (มหาชน) หรือ DUSIT ในสัดส่วน 49.74%)
สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นของ 3 ทายาทดุสิตธานี ในบริษัท ชนัตถ์ และลูก จำกัด จะมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน โดยชนินทร์ โทณวณิก มีสัดส่วนถือหุ้นอยู่ที่ 26.66% ขณะที่ ทางด้านสินี เธียรประสิทธิ์ มีสัดส่วนการถือหุ้นรวม 26.65% และ สุนงค์ สาลีรัฐวิภาค มีสัดส่วนการถือหุ้น 21.68% นอกจากนี้ ยังมีกองมรดกของท่านผู้หญิงชนัตถ์ ปิยะอุย ถือหุ้นในสัดส่วน 24.99%
หลังการประกาศปลด “ชนินทร์ โทณวณิก” ออกจากตำแหน่งกรรมการ บริษัท ชนัตถ์ และลูก จำกัด ครั้งนั้น ทำให้ทายาทอีก 2 คน คือ สินี เธียรประสิทธิ์ และสุนงค์ สาลีรัฐวิภาค เข้ามามีอำนาจการตัดสินใจแทน พร้อมๆ กับแต่งตั้งกรรมการใหม่อีก 2 คน
คือ นายภัทร สาลีรัฐวิภาค และนางสาวลลิตา เธียรประสิทธิ์ เข้ามาทำหน้าที่แทน
ความขัดแย้งภายในตระกูลของทายาทดุสิตธานี ที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องภายในตระกูล อีกต่อไป แต่วันนี้ ยังส่งผลกระทบกับตลาดหุ้นด้วย เมื่อการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 32/2568 เมษายน ที่ผ่านมา ทางบริษัทชนัตถ์และลูก จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT ไม่อนุมัติงยการเงินสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 แม้จะผ่านการรับรองจากผู้สอบบัญชีแล้วก็ตาม และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งรายเล็ก และรายใหญ่ ไปตามๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไปเป็นวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และเนื่องจากไม่สามารถส่งงบการเงิน ไตรมาส 1 ปี 2568 ได้ทันในวันที่ 15 พฤษภาคม 2568 ทางตลาดหลักทรัพย์ จึงต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ ด้วยการขึ้นเครื่องหมาย SP หรือ การระงับการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการชั่วตคราว จนกว่าบริษัทจะนำส่งงบการเงินไตรมาส 1/2568 เป็นที่เรียบร้อย
อย่างไรก็ดี วันนี้ คงต้องรอดูท่าที ของทาง บริษัท ชนัตถ์และลูก จำกัดในการประชุมผู้ถือหุ้นฯ ในวันที่ 28 พฤษภาคม อีกครั้ง ว่า ผลสรุปมติในที่ประชุมจะออกมาในรูปใด และจะมีทิศทาอย่างไรต่อไป หรือ ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ จะบานปลายลูกลามออกไปหรือไม่…คงต้องรอคิดตามกันต่อไป
