‘ธีวดล ไม้ไทย’ สายอาร์ตตัวจริง กับแนวคิดไม่ซ้ำใคร
หากใครได้มีโอกาสไปชม นิทรรศกาล MOCANA BANGKOK 2025 หรือ เทศกาลศิลปะสุดล้ำระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ในช่วงกลางเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา คงจะได้เห็นผลงานศิลปะที่แตกต่างไม่ซ้ำใคร ซึ่งเป็นการรวมงานศิลปะหลากหลายแขนง ภายใต้แนวคิด “The Human Connection” ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้สัมผัส และการเข้ามามีส่วนร่วมกับศิลปิน ผ่านนิทรรศการ การแสดงสด และ เวิร์กช็อปสุดพิเศษที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
ความหลงใหลในศิลปะ
ความแปลกใหม่ในงานนิทรรศการ ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ต้องยกความชอบ และยกนิ้วให้กับ “เท็ดดี้–ธีวดล ไม้ไทย” ผู้จัดงานเทศกาล MOCANA BANGKOK 2025 ศิลปินคนไทย ที่คร่ำวอดอยู่ในวงการศิลปะมานานนับสิบปีในต่างประเทศ ซึ่งเจ้าตัวเล่าให้ฟังว่า ไปเรียนหนังสือต่างประเทศตั้งแต่อายุเพียง 9. ขวบ “ผมไปเรียนที่อังกฤษตอนอายุ 9 ขวบ จนถึงอายุ 18 ปี และหลังจากนั้นก็ย้ายไปเรียนที่นิวยอร์ก อเมริกา จนถึงอายุ 24 ที่โรงเรียน พาร์สัน สคูล ในนครนิวยอร์ก สหรัฐฯ ซี่งตอนแรกผมมองว่าจะไปเรียนเรื่อง Interior Design แต่ก็เปลี่ยนเป็น Product Design แทน ซึ่งส่วนหนึ่งอาจมาจากเหตุผลส่วนตัว ที่ผมชอบงานประเภท ที่สร้างงานที่ใช้จริงได้ และอีกอย่างคือ ผมชอบวิธี่การสอนของทางโรงเรียน และได้เรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมของความเป็นศิลปิน รวมถึง ยังช่วยให้เราเกิดแนวคิดการประยุกต์ ที่สามารถประยุกต์งานของเรา ให้กลายเป็นชิ้นงานได้จริง”
ครั้งแรกกับ งานเอ็กซิบิชั่น ในนิวยอร์ก
เจ้าตัวเล่าด้วยว่า หลังจากที่เขาเรียนจบ ก็ได้เข้าไปทำงานกับบริษัทแห่งหนึ่งได้ประมาณ 3 เดือน ทางคุณแม่ ก็ขอให้กลับมาช่วยธุรกิจที่บ้าน “ตอนนั้น คุณแม่บอกว่า เราจะต้องกลับมาเมืองไทย นะ เพราะจะเปิด ดิ เอ็มสเฟียร์ ผมก็ตอบตกลงกับคุณแม่ แต่มีเงื่อนไขว่า ผมขอสร้างงานของตัวเอง อย่าง เอ็กซิบิชั่น สเปซ ก่อน”
“เอ็กซิบิชั่น สเปซ ที่จัดขึ้นในนครนิวยอร์ค ตามแผนในของผม เป็นเอ็กซิบิชั่น ที่ไม่เคยเกิดมาก่อน และเป็นพื้นที่ซึ่งรวบรวมงานของเหล่าศิลปินมาจัดแสดง แบบตลอดทั้งวัน ทั้งคืน ซึ่งพอจัดขึ้นจริง ภายใต้ชื่อ MOCANA ตามรูปแบบงาน 12 ชั่วโมง ที่มีทั้งการแสดงผลงานทั้งในภาคกลางวัน และภาคกลางคืน ก็ถือได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างดี เพราะแค่ 12 ชั่วโมง ก็มีคนเข้ามาชมงานนิทรรศการศิลปะของเราไปมากกว่า 800 คน และแต่ละคนที่เข้ามาชม ต่างก็ชื่นชอบนิทรรศการของเราครั้งนั้น และผมก็ยังได้มีการจัดงานอีกอย่างน้อย 3 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปีครึ่ง และก็ประสบความสำเร็จเช่นกัน ก่อนที่ล่าสุด จะมาจัดที่กรุงเทพฯ ในช่วงเดือนมีนาคม ที่ผ่านมา” เท็ดดี้ เล่าให้ฟังเพิ่มเติมด้วยว่า การจัดงานนิทรรศการต่างประเทศ เขาใช้เงินลงทุนไปเพียง 1 ล้านบาท เท่านั้น แต่ได้ผลตอบรับที่มีมูลค่าเกินกว่านั้นมาก
มุมมองตลาดศิลปะในไทย
ถ้าถามว่า มีมุมมองอย่างไร กับตลาดงานศิลปะ ในประเทศไทยวันนี้ “ผมมองว่า งานศิลปะถูกฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรมของคนไทยอยู่แล้ว และตลาดศิลปะ ในวันนี้ ก็มีความแข็งแกร่งในตัวเอง และยังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องมาตลอด และตัวของผมเอง ก็รู้สึกชื่นชม องค์กรต่างๆ ที่นำศิลปะมาจัดแสดงในรูปแบบใหม่ๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น งาน An Biennale Week หรือ Awakening Bangkok ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นเพียงพื้นที่จัดแสดงผลงานศิลปะเท่านั้น แต่ยังเรียกว่า เป็น แพลตฟอร์ม สำคัญ ที่ช่วยเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ ได้มีพื้นที่สำหรับการแสดงผลงานสร้างสรรค์อย่างเต็มที่อีกด้วย” เท็ดดี้ เผยมุมมอง
ตัวพ่อสายอาร์ตแห่งยุค ยังเล่าถึงแรงบันดาลใจ ของตัวเองในการจัดแสดงงานศิลปะที่มีความแตกต่างจากงานนิทรรศการศิลปะ ทั่วไปด้วยว่า สิ่งแรกเลย ก็คงจะเป็นการจัดงานศิลปะในสไตล์ที่แตกต่างไปจาก Art Gallery อื่นๆ “ผมค้เองการที่จะรวมศิลปะทุกประเภทเข้ามาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นงาน fine art, performance, installation, fashion, music, food และอื่นๆ เพราะเราต้องการนำกสิ่งที่แตกต่างมารวมกัน เพื่อให้เกิดเป็นพลังใหม่ ที่มีมนต์เสน่ห์ พร้อมกับประสบการณ์ใหม่ในการเข้าชมงาน ที่มีบรรยากาศต่างไปจากงานศิลปะแบบดั้งเดิม ซึ่งก็รวมถึงการตีความหมายชองงานศิลปะได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น”
“ส่วนในเรื่องของธีมจัดแสดง MOCANA ที่เรานำมาใช้นั้น มีความหมานว่า นิทรรศการศิลปะแบบ Multimedia ซึ่งเป็นรูปแบบ
ที่ผมก่อตั้งขึ้น ตั้งแต่การจัดงานแสดงศิลปะที่นิวยอร์ก และนำมาโชว์ผลงานในเมืองไทย และงานล่าสุดที่ผมจัดขึ้นนี้ ก็เป็นการทำงานร่วมกับศิลปิน ที่มาจากหลากหลายแขนง โดยแบ่งผลงานออกเป็น 5 หมวดหลักๆ ประกอบด้วย Fine Art ซึ่งเป็นงานศิลปะแบบ ทัศนศิลป์ หรือจะเป็น Film งานศิลปะด้านภาพยนตร์ รวมถึง Functional Art หรืองานศิลปะเชิงใช้งาน ไปจนถึง Fashion งานศิลปะเกี่ยวกับแฟชั่น และสุดท้าย Food หรือ ศิลปะที่เกี่ยวกับเรื่องอาหาร”
MOCANA กับความหมาย
สำหรับความหมายของคำว่า MOCANA นั้น เท็ดดี้ อธิบายว่า เป็นการนำชื่อมาจากภาษาสันสกฤต ที่มีความหมายซ่อนอยู่หลายความหมายด้วยกัน ตั้งแต่ ความหมายที่บ่งบอกถึง การปลดปล่อย (Liberation) การหลุดพ้น (Salvation) การปล่อยวาง (Letting Go) และ การเป็นอิสระ (Setting Free) “และด้วยชื่อ และความหมายของ MOCANA นี่เอง ผมเลยต่อยอดมาตั้งชื่องานศิลปะชิ้นหนึ่งที่เป็นรูปปั้น ซึ่งนำมาจัดแสดงอยู่ภายในงานล่าสุดด้วย ซึ่งชื่อว่า MAMACANA ที่มีความหมายถึง Thje Mother of Creativity” ถือเป็นอีกผลงานศิลปะชิ้นเอก ที่สร้างความฮือฮา ในงานนิทรรศการ ที่เจ้าตัวได้รับฟิตแบก จากผู้เข้าชมงานศิลปะเป็นอย่างดี
“จากที่ผมได้พูดคุยกับคนที่เข้าชมงาน รวมถึงรับฟังมุมมอง ความคิดเห็นของผู้คนส่วนใหญ่ พบว่า พวกเขาชอบการจัดแสดงงาน ที่ผมจัดขึ้นล่าสุดนี้ อย่างมาก โดยทุกคนต่างบอกว่า เป็นการจัดงานที่แปลกใหม่ และเป็นสิ่งที่พวกเขากำลังตามหาอยู่ด้วย” โดยเจ้าตัว ยังได้ตั้งเป้าให้กับ MOCANA ด้วยว่า อยากจะให้ ชื่อนี้เป็นที่ชื่อที่ในเมืองไทย และคนทั่วโลกรู้จัก รวมถึง เป็รชื่อที่ทุกคนจะคิดถึงประสบการณ์ และงานอาร์ตหลากหลายแขนงมารวมกัน ตลอดจน คิดถึงความสนุก และเป็นพื้นที่ซึ่งทุกคน สามารถมาใช้ไลฟ์สไตล์ได้อย่างมีความสุข และให้ทุกคนรู้ว่า MOCANA เป็นงานที่มากกว่าความเป็นอาร์ต
ศิลปะมีมูลค่า ที่ไม่เพียงแค่ตัวเลข
เมื่อถามถึง มูลค่าของงานศิลปะ ที่นำมาจัดแสดงครั้งนี้ คุณเท็ดดี้ อธิบานว่า มูลค่าขจองงานศิลปะในเชิง Physical Value ของงาน MOCANA มีมูลค่ารวมทั้งหมดราวๆ 2.5 ล้านบาท แต่สำหรับตัวของผมแล้ว ผมไม่ได้มองมูลค่าของผลงานศิลปะ อยู่ที่ตัวเลข แต่ผมมองเห็นถึงคุณค่าของผลงานศิลปะแต่ละชิ้น ที่มีมากกว่าตัวเลข เพราะศิลปะแต่ละชิ้นมีความพิเศษในตัวเอง มีมูลค่าในตัวเอง และยังเป็นสิ่งที่มาช่วยเปิดโอกาสให้ผู้ชม ได้ตีความตามมุมมอง และ ประสบการณ์ของแต่ละคน ผมเลยมองว่า สิ่งเหล่านี้ ไม่สามารถวัดค่าออกมาเป็นตัวเลขได้”
“นอกจากนี้ ผมยังเชื่อว่า มูลค่ที่แท้จริงของศิลปะยังอยู่ที่ เรื่องของ ประสบการณ์และความรู้สึก ที่ผู้ชมได้รับจากงาน มากกว่ามูลค่าทางการเงินแต่เพียงอย่างเดียว” เท็ดดี้ ย้ำพร้อมกับบอกด้วยว่าในช่วงปลายปีนี้ MOCANA จะกลับมาสร้างประสบการณ์ด้านการจัดงานแสดงศิลปะ ที่ไม่ซ้ำใคร เพื่อให้ทุคน ได้สัมผัสกับงานศิลปะที่เป็นมากกว่าศิลปะ
————————–






