“วินทุกเว(ที) ways to win” EP101 ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ เปิดโลกทัศน์ “ความรู้ที่ต้องติดตาม…คำถามที่เตรียมตอบ”
อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ ๔๗๘ ระหว่างวันศุกร์ที่ ๑๑ – วันศุกร์ที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๘
หน้า ๒๙ วินทุกเว(ที) ways to win EP101 ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ
ความรู้ที่ต้องติดตาม
คำถามที่เตรียมตอบ
ในการประกวดนางงามหรือนายแบบมาทุกยุคทุกสมัย หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการประกวดนั่นคือ “การตอบคำถาม/สัมภาษณ์” (INTERIEW) ในรอบต่าง ๆ ซึ่งเคยเขียนไปแล้ว แต่จะขอนำมาย้ำและขยายความอีกครั้งหนึ่ง
โดยปัจจุบันเวทีใหญ่ของไทย นิยมใช้วิธีการตอบคำถามจากพิธกรหรือคณะกรรมการในรอบ 10 หรือ 12 คน จากนั้นมารอบ 5 คน บางเวทีจาก 5 คน ประกาศรองอันดับ 4 และ อันดับ 3 แล้วจากนั้น 3 คนสุดท้ายต้องใส่หูฟัง เพื่อตอบคำถามเดียวกัน โดยใช้เวลาในการตอบคำถามแต่ละคนประมาณ 30 วินาที
นอกจากนี้มีเวทีใหญ่อย่าง“มิสแกรนด์ไทยแลนด์” (MISS GRAND THAILAND) ของ “บอสณวัฒน์ อิสรไกรศีล” ยังมีรอบสปีช (SPEECH) วัดกึ๋นนางงามในหัวข้อหรือประเด็นที่เหมือนกันเป๊ะ ไม่มีการใส่หูฟัง ดังนั้นหากใครตอบคนหลัง ๆ จะมีโอกาสได้ฟังเพื่อนผู้เข้าประกวดแต่ละคนพูด จะว่าได้เปรียบกว่าก็ไม่เชิง เนื่องจากหากเป็นคำตอบที่มีอยู่ในใจไว้แล้ว บังเอิญว่าเพื่อนคนแรก ๆ นำไปตอบเสียก่อน คงต้องเปลี่ยนแผนการตอบใหม่ เพื่อที่จะได้ไม่ซ้ำหรือใกล้เคียงกัน

แล้วในระหว่างการเก็บตัวของผู้เข้าประกวดมีกิจกรรมการตอบคำถามหรือการพูดอีกหลายกิจกรรม อาทิ การ ไลฟ์สดขายของที่ต้องเป็นแบบ REAL TIME โดยไม่จำกัดในเรื่องของเวลา การตอบคำถามแบบเปิดใจห้องดำหรือห้องเย็น เพื่อเจ้าของเวทีหรือคณะกรรมการได้รู้จัก และรู้เช่นเห็นชาติผู้เข้าประกวดว่าเป็นคนแบบไหน เหมาะที่ทำงานด้วยได้ไหมในตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ดำรงตำแหน่ง บางเวทีก็มากกว่านั้น อย่าง “น้องกชเบล-ศรัณย์รัชต์ เผือกพิพัฒน์” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ปี 2025 ที่เพิ่งได้รับตำแหน่งไปหมาด ๆ เซ็นสัญญากับกองประกวดยาวนานถึง 5 ปี ผมเห็นด้วยนะ เพราะแค่ 1 ปี ตามระยะเวลาดำรงตำแหน่งเหมือนเวทีสมัยก่อน นางงามยังทำอะไรได้ไม่เต็มที่ก็หมดวาระแล้ว อีกทั้งศักยภาพไม่มากพอเหมือนเช่นนางงามสมัยนี้
ดังเช่น “4B” BODY(รูปร่าง)-BEAUTY(ความงาม)-BRIAN(สมอง)-BUSINESS(ธุรกิจ) คือสูตรสำเร็จนางงามเวทีของบอสณวัฒน์ ตอบโจทย์วิถีการดำเนินชีวิตของผู้คนในยุคนี้มาก อย่างน้อยเมื่อนางงามเดินออกมาจากเวทีหรือหมดสัญญาจะได้มีอาวุธติดมือไปต่อยอดในการทำมาหากินได้ แล้วสัญญา 5 ปี นางงามมีแต่ได้กับได้ เรียกว่า รวย ๆ ๆ เพราะเจ้าของเวทีมีหัวนักธุรกิจเกินขั้นเทพ มิเช่นนั้นคงไม่ได้อยู่ยั้งยืนยงมากระทั่งถึงทุกวันนี้ แถมเจ้าตัวยังประกาศชัดเจนเป็นจุดยืนอีกด้วยประมาณว่า “เวทีผมไม่ง้อเงินภาครัฐมาช่วยสนับสนุน เอางบไปช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อนจะดีกว่า ผมใช้เงินที่หามาได้มาทำเวทีการประกวดเอง..”

“คีย์เวิร์ด” (KEYWORD) นับเป็นรูปแบบการตอบคำถามที่น่าสนใจ นิยมใช้บนเวทีการประกวด อย่างเช่น รอบคัดเลือกของเวทีสาวประเภทสอง “มิสทิฟฟานี่” (MISS TIFFANY) ของ “คุณจ๋า-อสิลา พันธุศักดิ์” โดยจะให้ผู้เข้าประกวดเป็นคนเลือกคำคีย์เวิร์ดให้หยุดเองเองจากระบบคอมพิวเตอร์ที่รันคำอยู่เป็นร้อย ๆคำ จะนั้นนำมาขยี้ภายในเวลา 30 วินาทีเหมือนรอบใหญ่ให้มีมูลค่าเพิ่ม เรียกความสนใจและคะแนนจากคณะกรรมการ

ใครเตรียมตัวมาไม่ดี สติหายไป เกิดอาการที่แวดวงการประกวดเรียกกันว่า “ตายไมค์” หรือ “ช็อตไมค์” จะทำให้เสียคะแนน เสียโอกาสไปในบัดดล ในทางกลับกันหากนางงามเตรียมตัวมาดี ความรู้แน่น เก็บเรื่องราวสถานการณ์บ้านเมืองอัปเดตแบบครบทุกเม็ด กระทั่งมีการพูดกันว่า “อย่าให้เธอคนนี้ได้จับไมค์” ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเลยคือ “น้องเฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์” ที่การจับไมค์แต่ละครั้งสร้างความประทับใจให้กับผู้พูดตลอดเวลา ซึ่งถึงแม้ว่า ด้วยเหตุผลบางประการดั่งที่บอสณวัฒน์ได้พูดไป ทำให้เธอไปถึงแค่ รองอันดับ 1 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2025 แต่บทบาทในองค์กรในอนาคตรับรองว่าต้องไปรุ่ง แม้เธอจะไปไม่ถึงดวงจันทร์แต่เธอก็อยู่ท่ามกลางดวงดาวอันเจิดจรัส

สุดท้ายที่อยากฝากบอกถึงน้อง ๆ ที่เข้าประกวดในเวทีต่าง ๆ ต่อไป จงให้ความสำคัญกับรอบตอบคำถามหรือการพูด ให้มาก ๆ (เหมือนกับการมีวินัยในลงนวมบ่อย ๆก่อนขึ้นชกมวย) เท่าที่ผ่านมาจากการที่ได้เป็นที่ปรึกษาหรือคณะกรรมการตัดสินก็ดี เป็นสื่อมวลชนไปร่วมชมและทำข่าวก็ดี รวมถึงการได้เป็นคนคิดคำถามในแต่ละรอบและคำคีย์เวิร์ดให้กับหลาย ๆ เวที ส่วนใหญ่จะนำมาจากเหตุการณ์และสถานการณ์ด้านต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งในเมืองไทยและต่างเทศ ที่สำคัญคือ นำมาจากคอนเซ็ปต์ของเวทีที่เปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนไปในแต่ละปี และอย่างที่ท่าน “ว.วชิรเมธี” กล่าวไว้คือ “การพูดตรงเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าไม่ตรงคน ไม่ตรงเรื่อง ไม่ตรงกาลเทศะ พูดเมื่อไหร่ก็จะหายนะกันเมื่อนั้น”
เรื่อง : ดร.บ๊อบ-จุมพล โพธิสุวรรณ



