กรมธนารักษ์ ยก “พิพิธตลาดน้อย” ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน พร้อมวางแผนยกระดับทรัพย์สินทั่วประเทศ
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ พาสื่อมวลชนเข้าเยี่ยมชม พิพิธตลาดน้อย พิพิธภัณฑ์ชุมชนแห่งใหม่ของกรมธนารักษ์
ซึ่งเป็นหนึ่งในโมเดลของการนำที่ดินมาใช้เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ควบคู่กับการอนุรักษ์วัฒนธรรมและสังคมให้คงอยู่
ผ่านการบอกเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่และชุมชน รวมทั้งกระตุ้นการท่องเที่ยว ตามนโยบายรัฐบาล
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เผยว่า พิพิธตลาดน้อยตั้งอยู่บนที่ราชพัสดุแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กท.3870 โฉนดที่ดินเลขที่ 763 แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 214.50 ตารางวา โดยกรมธนารักษ์ได้พัฒนาและปรับปรุงโรงกลึงขนาดใหญ่ทำชิ้นส่วนประกอบเรือ เครื่องจักรและโรงสีข้าว ภายหลังเลิกกิจการ นำมาพัฒนาชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์และชาวชุมชนตลาดน้อย ปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุแปลงนี้ให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และการท่องเที่ยว
และจัดแสดงเทศกาลการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคมของชุมชนย่านตลาดน้อย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
อธิบดีกรมธนารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับอาคารพิพิธภัณฑ์ได้ออกแบบพื้นที่และอาคารที่คำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยนำวัสดุไม้ของโรงกลึงเดิมนำกลับมาใช้ใหม่ ส่งผลให้ใน พ.ศ. 2562 สถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ได้มอบรางวัลสถาปัตยกรรมรุ่นใหม่ที่สมควรเผยแพร่ ประเภทอาคารสาธารณะ
ภายในอาคารมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและกิจกรรม แบ่งออกเป็น 3 ชั้น ประกอบด้วย ชั้น 1 พื้นที่สำหรับประชาสัมพันธ์และจำหน่ายผลิตภัณฑ์เหรียญและของที่ระลึก รวมถึงจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนหรือกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ ชั้นที่ 2 พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนย่านตลาดน้อย และชั้นที่ 3 พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการย่านเซียงกง
ตลอดจนมีพื้นที่ลานอเนกประสงค์ด้านหน้าอาคาร สำหรับจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของชุมชนในโอกาสต่าง ๆ ที่หลากหลาย โดยปัจจุบันพิพิธตลาดน้อยเปิดให้บริการฟรี ในวันอังคาร – วันศุกร์ เวลา 08.30 – 16.30 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00 – 18.00 น. พิพิธตลาดน้อย ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนตลาดน้อยที่ในปัจจุบันเป็นที่นิยมต่อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพราะเป็นที่ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญ สถานที่ไฮไลต์ และของดีของเด่นของชุมชน
นอกจากนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้กล่าวว่า จะมีการเตรียมประชุมจัดทำมาสเตอร์แพลน แผนบริหารจัดการทรัพย์สินของกรมธนารักษ์ทั่วประเทศในสัปดาห์หน้า เพื่อยกระดับทรัพย์สินของรัฐ จากที่ราชพัสดุ 12.5 ล้านไร่ แบ่งเป็น
1. มาสเตอร์แพลนยกระดับสินทรัพย์เชิงวัฒนธรรม เช่น “พิพิธตลาดน้อย“
2. มาสเตอร์แพลนยกระดับสินทรัพย์เชิงสังคม ด้วยการนำที่ราชพัสดุ จัดสรรสร้างเป็นที่อยู่อาศัย รองรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย รายได้ปานกลางในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ตามนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาบ้านอยู่อาศัยให้กับประชาชน
3. มาสเตอร์แพลนยกระดับสินทรัพย์เชิงเศรษฐกิจ เพื่อสร้างผลต่อแทนต่อทรัพย์สินให้สูงขึ้น ด้วยการเดินหน้าประเมินราคาที่ดินรายแปลงทั่วประเทศ ขณะนี้การประเมินที่ดินรายแปลงทำได้ร้อยละ 50 ของที่ดินทั้งหมดทั่วประเทศ
เพื่อให้ราคาประเมินของกรมธนารักษ์สะท้อนกับราคาตลาดในปัจจุบันมากขึ้น เมื่อมีการโอนทรัพย์สิน ทำให้มียอดเงินกู้เพื่อค้ำประกันกับธนาคารได้เพิ่มขึ้น และภาครัฐมีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม โดยเฉพาะการประเมินที่ดินตามเส้นทางถนนตัดใหม่ รวมถึงการทบทวนสัญญากับภาคเอกชน หรือหน่วยงานต่างๆ เพื่อใกล้ครบสัญญาสัมปทาน ต้องนำมาศึกษาดูว่า จะต้องปรับค่าเช่าให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างไร

