‘เจ้าท่า’ เดินหน้าขุดลอกแม่น้ำ-ลำคลองปี 68 ตั้งเป้า 8 ล้าน ลบ.ม.ฟื้นฟูแหล่งน้ำ
โชว์ผลสำเร็จ ปี62-67นำวัสดุที่ขุดลอกเป็นค่าตอบแทนช่วยรัฐประหยัด 690 ลบ.
“เจ้าท่า” โชว์ผลงานโครงการขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ (ขุดลอกต่างตอบแทน) ประจำปีงบประมาณ 2562 – 2567 รวมทั้งสิ้น 508 โครงการ ในพื้นที่ 35 จังหวัดทั่วประเทศ มีปริมาณวัสดุขุดลอก 25 ล้าน ลบ.ม. ช่วยรัฐประหยัดงบ 690 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนงบประมาณ ปี 2568 ดำเนินการแล้ว 14 โครงการ เพิ่มศักยภาพการระบายน้ำในแม่น้ำสายหลักและแม่น้ำสาขา ลดระดับความเสียหายของตลิ่ง ป้องกันอุทกภัย บรรเทาปัญหาภัยแล้ง เพิ่มพื้นที่กักเก็บน้ำเพื่อเกษตรยั่งยืน
นายกริชเพชร ชัยช่วย อธิบดีกรมเจ้าท่า เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมเจ้าท่า ได้ร่วมประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบูรณาการแผนการขุดลอกคลองและการสูบน้ำเพื่อการเกษตร โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ซึ่งในที่ประชุมมีมติให้พิจารณาแนวทางการขุดลอกต่างตอบแทนของกรมเจ้าท่า ที่จะสร้างประโยชน์ ทั้งในด้านการป้องกัน และแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งให้กับประชาชน โดยใช้วัสดุที่ได้จากการขุดลอก ได้แก่ กรวด หิน ดิน ทราย เป็นค่าตอบแทน เพื่อการบริหารจัดการงบประมาณรายจ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสามารถประหยัดงบประมาณของราชการ
ทั้งนี้ กรมเจ้าท่า ได้มีแผนดำเนินโครงการขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ (ขุดลอกต่างตอบแทน) ประจำปีงบประมาณ 2568 โดยอาศัยระเบียบกรมเจ้าท่าว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ขุดลอกเพื่อดูแลและรักษาสภาพลำน้ำ พ.ศ. 2556 ประกอบกับระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยวิธีการเกี่ยวกับการขุดลอกแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์ที่ตื้นเขิน พ.ศ. 2547 ซึ่งองค์กรปกครองท้องถิ่นสามารถนำวัสดุที่ได้จากการขุดลอกมาเป็นค่าตอบแทนตามเงื่อนไข วิธีการ ที่กำหนดระเบียบฯ โดยการสำรวจออกแบบจัดทำโครงการพร้อมเหตุผลความจำเป็น ยื่นขออนุญาตต่อสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาในพื้นที่ (หรือผู้ว่าราชการจังหวัดตามที่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าท่า) และขออนุมัติผู้ว่าราชการจังหวัด ในการนำวัสดุที่ได้จากการขุดลอกมาเป็นค่าตอบแทนแทนค่าจ้าง โดยไม่ใช้งบประมาณของทางราชการ
กรมเจ้าท่า ในฐานะหน่วยงานสำคัญในการปฏิบัติภารกิจการกำกับ ควบคุม ดูแล และพัฒนาส่งเสริมการขนส่งทางน้ำให้ได้รับความปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางน้ำ รวมทั้งผลิตและพัฒนาบุคลากร เกี่ยวกับการขนส่งทางน้ำให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล โดยเฉพาะพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งมีความสำคัญ ที่ต้องดูแล และเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของน้ำ ด้วยการขุดคลอง พื้นที่เก็บกักน้ำ เพื่อชะลอความเร็วของน้ำไม่ให้ไหลบ่าเข้าสู่พื้นที่ตอนล่าง และยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่ป่าต้นน้ำ เป็นการป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน รวมถึงพื้นที่กลางน้ำ และพื้นที่ท้ายน้ำ สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่มุ่งสู่การขนส่งอย่างยั่งยืน
————————————-










