สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘ฐนิวรรณ กุลมงคล’ สร้างมูลค่า-ยกระดับสินค้าเกษตร สู่ความยั่งยืน

 ‘ฐนิวรรณ กุลมงคล’ สร้างมูลค่า-ยกระดับสินค้าเกษตร สู่ความยั่งยืน

เป็นที่ทราบกันดีว่า สินค้าเกษตรหลายชนิด กำลังประสบภาวะราคา ที่ตกต่ำ ขณะที่สินค้าบางชนิดผลิตออกมาจนล้นตลาด หรือบางครั้ง สินค้าบางประเภท มีการกระจุกตัว อยู่ในบางท้องถิ่น หรือ มีผลิตผลที่ไม่เพียงพอ จนทำให้เกษตรกรบางรายประสบปัญหารายได้ตามมา สมาคมภัตตาคารไทย จึงตระหนักถึงคามสำคัญในเรื่องดังกล่าว

ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอาหาร

ฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า สมาคมภัตตาคารไทย เป็นหนึ่งหน่วยงานที่ได้รวบรวมคน หรือ ผู้ประกอบการร้านอาหารให้มาอยู่ด้วยกัน “เรามีการทำกิจกรรมหลายแบบ อย่าง ช่วงแรก ๆ เราพาซับพลายเออร์ มาแมชชิ่งกับผู้ประกอบการร้านอาหาร จนกระทั่งถึงตอนนี้ ก็มีหลายๆ คนหันมาทำด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ เกิดจากปัญหาที่เรามองเห็น อย่าง สินค้าเกษตร เพราะแทบทุกฤดู เราจะเห็นว่า สินค้าเกษตรออกมาจนล้นตลาดอยู่ตลอด ซึ่งก็ทำให้เรามองต่อไปว่า จะต้องทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร และ เกษตรกร ผู้ผลิตสินค้าเกษตร มาแมชชิ่งกันได้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านั้น” 

นายกสมาคมภัตตาคารไทย ยกตัวอย่างให้ฟังด้วยว่า อย่างเวลานี้ หนึ่งในสินค้าเกษตรที่กำลังประสบปัญหาคือ “ปลากะพง” ที่มีการร้องเรียนเข้ามาค่อนข้างเยอะ “ตอนนี้ เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง ร้องเรียนว่า ไม่ว่าเขาจะเลี้ยงดีอย่างไร แต่คนไทยก็ไม่กิน แถมยังไปติดกับดักราคา จะไปกินปลากะพงของประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีราคาถูกกว่า นี่จึงเป็นสิ่งที่เรากำลังพยามยามที่จะมาบอกกับผู้ประกอบการร้านอาหารว่า ปลากะพงกำลังมีปัญหา เพื่อนดูว่าเราจะทำอะไรกันได้บ้าง รวมไปถึงให้กำลังใจเกษตรกรผู้เลี้ยงปลากะพง จะได้เลี้ยงปลาดีๆ ที่มีความปลอดภัยกับผู้บริโภคต่อไป” 

จับมือ ททท. ชวนสัมผัสอาหารท้องถิ่น

ส่วนเรื่องของความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็เป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการทำงาน ของสมาคมภัตตาคารไทย “บางครั้ง การที่เราจะพาผู้ประกอบการในจังหวัดพัทลุง มากรุงเทพฯ หรือ จังหวัดใดก็ตาม เพื่อมาขายสินค้า ถ้าหากเขาอยู่ที่บ้านตัวเอง ในท้องถิ่นของตัวเอง เขาอาจจะขายสินค้าได้ราคามากกว่านี้ แต่การที่เราพาเขามาอยู่ตรงนี้ ก็เพื่เป็นการทำพีอาร์ ให้คนได้รู้ว่า สินค้าเกษตรที่บ้านของเขา มีอะไรบ้าง จังหวัดนั้นๆ มีอะไรเด่น ซึ่งเราอาจเรียกว่า เมืองน่าเที่ยว หรือ เมืองรอง ขณะที่วันนี้ การกระจายตัวของนักท่องเที่ยว ยังคงกระจุกตัวอยู่แต่ในเมืองใหญ่ และถ้าเราสามารถทำให้อย่างไรได้บ้าง ให้ 15 เมืองรอง เหล่านั้นมีนักท่องเที่ยวเข้าไป” 

“บางครั้ง คุณอาจจะไม่ได้อยากไปพัทลุง แต่พอคุณเห็นว่า กุ้งลำปำ โอ้โห! น่ากินมาก และหากได้ไปกินที่พัทลุงแบบสดๆ จะดี และอร่อยมากแค่ไหน ซึ่งก็เนอีกหนึ่งกลยุทธ์ ที่เราต้องการให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปกินของดี ของอร่อยในจังหวัดนั้น ๆ และทั้งหมดนี้ เราก็ต้องการให้ ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้ามาสนับสนุนเรา และที่ผ่านมา ก็ต้องขอบคุณการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่สนับสนุนมาตลอด ซึ่งแนวคิดเหล่านี้ เราใช้อาหารมาเป็นตัวนำ คนไปที่เมืองนั้นๆ” และนั่นก็ทำให้ภาพของอาหารไทย และ การท่องเที่ยวในประเทศไทย มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 

“เราอยากให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวจริงๆ อย่าง จังหวัด ระนอง ไม่มีคนไปท่องเที่ยวสักเท่าไร เนื่องจากสภาพดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะ ฝนตก อาจทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกไม่สะดวกในการเดินทาง แต่จริงๆ แล้ว จังหวัดระนอง มีของดีเยอะมาก ทั้งสินค้าเกษตร ซีอิ๊ว แต่พอเรามาจัดงานในเดือนนี้ ก็กลายเป็นว่า สินค้าของจังหวัดขายดี” นายกสมาคม ฯ กล่าว 

วางยุทธศาสตร์

ในส่วนของยุทธศาสตร์ การทำงานของสมาคมฯ ในปีหน้า คุณฐนิวรณ กล่าวว่า เนื่องจากวันนี้ ผู้ประกอบการร้านอาหาร มีการผลัดเปลี่ยนมาเป็นคนรุ่นใหม่มากขึ้น ไม่ใช่แบบเดิม เหมือนรุ่นก่อน ทำให้ต้องมีการปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจ และสร้างแบรนด์ของตัวเองมากขึ้น “อย่างเชฟไก่ ก็มีการปรับตัวอยู่ตลอดเวลา เขามีอินฟลูเอนเซอร์เต็มเลย เช่นเดียวกับ ส้มตำคุณกัญจณ์ ที่มีการปรับตัวเช่นกัน แทนที่จะรออินฟลูเอนเซอร์อย่างเดียว เขาก็มีการพรีเซนต์อาหารของเขาทุกัน ทุกเวลา ทำให้เขาขายดีเรื่อยๆ แต่เราในฐานะสมาคมภัตตาคารไทย เราก็จะทำเรื่องใหญ่ๆ อย่าง การแมชชิ่ง เพื่อให้ผู้ประกอบการ และเกษตรกร ได้มาเจอกันมากกว่า” ถือเป็นภาพใหม่ๆ ที่ทำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง

นายกสมาคมภัตตาคารไทย อธิบายด้วยว่า ในสมัยก่อนทางสมาคมฯ ได้จับมือกับทาง แมคโคร “ซึ่งความร่วมมือที่เกิดขึ้นนั้น ยังเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารเล็กๆ ของเราด้วย โดยเฉพาะเรื่องของ อาหารพร้อมปรุง หรือ Ready to Cook ที่จะมาช่วยหย่นระยะเวลา และขั้นตอนการทำอาหาร ที่อาจจะไปซื้อมาทำได้เลย หรือ แม้แต่หมูปิ้ง ปัจจุบัน ก็สามารถไปซื้อแล้วมาปิ้งขายได้เลย เพราะว่า การเติบโตของแต่ละสมัย มีความแตกต่างกัน ตามระยะเวลา 

ภาพอนาคต สมาคมภัตตาคารไทย

ถามถึงเรื่องของ ภาพของสมาคมภัตตาคารไทย ในอนาคต อย่างที่อยากให้เป็น ทางด้านคุณฐนิวรณ กล่าวว่า เธอมีความตั้งใจที่อยากให้หน่วยงานแห่งนี้ เติบโตเป็น “สมาพันธ์” หรือเป็น “สภา” เพราะในแต่ละปี อาหารมีมูลค่าเป็นหลักล้านๆ บาท “เราคาดหวังว่า จะมีคนรุ่นใหม่เข้ามาสานงานต่อให้เป็นเหมือนอย่างที่คาดหวังไว้ ซึ่ง ณ วันนี้ เรายังมีแรง มีพลัง และมีคอนเนคชั่น เราก็ทำให้ได้อยู่ แต่หากมีคนรุ่นใหม่ เขาจะลุกขึ้นมาทำ ก็ให้เขาทำต่อไป แต่ถามว่า สิ่งที่เราทำอยู่นั้นเหนื่อยหรือเปล่า ก็ตอบได้เลยว่า ไม่เหนื่อย แต่เราสนุกมากกว่า” 

ความภูมิใจอันสูงสุด 

เจ้าตัวยังเล่าถึงความภูมิใจของตัวเอง จากสิ่งที่ทำมาด้วยว่า “จริงๆ งานที่ทำทุกวันนี้ ถือว่า สูงที่สุดในชีวิตจแล้ว โดยเฉพาะ การได้พาผู้ประกอบการร้านอาหาร ไปทำอาหารให้พระราชา ในนามอาหารพระราชทาน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่สูงสุดในชีวิตของเราแล้ว และอาหารที่ในหลวงพระราชทานแก่พระภิกษุ สามเณร รวมถึงประชาชน และพสกนิกรทุกคน ได้รู้สึกถึงความภูมิใจอันสูงสุด กับอาหารพระราชทานดังกล่าวด้วย ส่วนในสาขาวิชาชีพ เรามองว่า อะไรที่ยังพอทำได้ เราก็จะยังคงทำต่อไป” คุณฐนิวรณ กล่าวทิ้งท้าย

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ