สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

วัคซีน HPV สำคัญแค่ไหน ใครควรฉีดบ้าง

 วัคซีน HPV สำคัญแค่ไหน ใครควรฉีดบ้าง

ถ้าพูดถึง “HPV” หลายคนอาจรู้สึกว่ามันไกลตัว หรือคิดว่าเกี่ยวกับผู้หญิงเท่านั้น แต่ความจริงคือ HPV เป็นไวรัสที่ติดง่ายมาก และเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย แบบที่บางทีเราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ เพราะส่วนใหญ่ ไม่แสดงอาการ แต่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ได้ในอนาคต

แต่ปัจจุบันเรามี วัคซีน HPV ที่ช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากไวรัสนี้ได้มากกว่า 90% และตอนนี้มีข้อมูลใหม่ ๆ อัปเดตออกมาเพียบ ทั้งเรื่องจำนวนเข็มที่ปรับลดลงในบางช่วงวัย ประสิทธิภาพที่สูงขึ้น รวมถึงคำแนะนำล่าสุดจาก WHO และ CDC ที่เน้นย้ำว่า “ยิ่งฉีดเร็ว ยิ่งได้ผลดี” และ ไม่จำกัดว่าเป็นเพศไหนก็ฉีดได้ทั้งนั้น

บทความนี้จะเล่าแบบเข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไม “ตอนนี้” ถึงเป็นเวลาที่คุณควรพิจารณาฉีด HPV มากที่สุด พร้อมข้อมูลใหม่ที่หลายคนยังไม่รู้

HPV คืออะไร? ทำไมทุกเพศควรรู้จัก

HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่ติดผ่านการสัมผัสผิวหนัง การมีเพศสัมพันธ์ หรือการสัมผัสใกล้ชิดทั่วไป

จุดสำคัญคือ ติดง่ายมาก และไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็รับเชื้อได้ อีกสิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ HPV ไม่ได้ทำให้เกิดแค่มะเร็งปากมดลูก แต่ยังเชื่อมโยงกับ มะเร็งช่องปากและคอ, มะเร็งทวารหนัก, มะเร็งอวัยวะเพศชาย, มะเร็งช่องคลอด / มะเร็งปากช่องคลอด และหูดหงอนไก่ และทั้งหมดนี้ ป้องกันได้ด้วยวัคซีนได้สูงถึง 90%

ทำไมควรฉีด HPV ตอนนี้ อัปเดตล่าสุดที่ต้องรู้

ประเด็นนี้สำคัญมากเลยนะ ถึงวัคซีน HPV จะมีให้ฉีดมาหลายปีแล้ว แต่เหตุผลที่ “ควรฉีดตอนนี้” มากกว่าเมื่อก่อน เพราะรูปแบบการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ของคนยุคนี้เปลี่ยนไปเยอะมาก ทำให้โอกาสสัมผัสเชื้อ HPV เกิดขึ้นง่ายขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ซึ่งเหตุผลที่ต้องฉีดมากกว่านี้ ได้แก่

1. ยิ่งฉีดเร็ว ยิ่งป้องกันได้มากที่สุด

วัคซีน HPV ทำงานดีที่สุดเมื่อฉีดก่อนเคยสัมผัสเชื้อ นั่นคือช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น (อายุ 9–26 ปี) แต่ถ้าคุณอายุเลยช่วงนั้นมาแล้ว…ก็ยังฉีดได้เหมือนกันนะ และยังได้ประโยชน์มากด้วย เพราะยังมีโอกาสป้องกันเชื้อที่ยังไม่เคยเจอ

2. ป้องกันได้มากกว่าแค่ “มะเร็งปากมดลูก”

วัคซีนที่ใช้กันมากในตอนนี้มักเป็นแบบ 9 สายพันธุ์ ที่ช่วยป้องกัน HPV หลายกลุ่มเสี่ยงได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก ลดโอกาสเกิดมะเร็งได้หลายตำแหน่ง ไม่ใช่เฉพาะผู้หญิง

3. วัยเด็ก-วัยรุ่น ฉีดแค่ 2 เข็มก็พอ

เมื่อก่อนต้องฉีด 3 เข็มทั้งหมด แต่ข้อมูลล่าสุดบอกว่า เด็กอายุ 9–14 ปี 2 เข็ม ก็เพียงพอแล้วเพราะประสิทธิภาพเทียบเท่า 3 เข็ม และนี่คือข่าวดีสำหรับผู้ปกครอง เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายลงด้วย

4. อายุ 27-45 ก็ยังฉีดได้

แม้ประสิทธิภาพอาจลดลงเล็กน้อยเพราะมีโอกาสสัมผัสเชื้อแล้ว แต่ก็ยังป้องกันสายพันธุ์ที่ยังไม่เคยสัมผัสได้ดีมาก แถมช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งในอนาคตได้จริง

5. เป็นวัคซีนที่ปลอดภัยและวิจัยรองรับเยอะมาก

วัคซีน HPV เป็นหนึ่งในวัคซีนที่มีการวิจัยอัปเดตมาตลอด จึงมีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก มีการใช้หลายร้อยล้านโดสในหลายประเทศ และผ่านการรับรองจากองค์การอนามัยโลก

ใครที่ควรฉีดวัคซีน HPV?

1. เด็กและวัยรุ่น (9-14 ปี)

สำหรับเด็กวัยนี้คือช่วงทองเลย เพราะร่างกายตอบสนองวัคซีนได้ดีที่สุด ฉีดแค่ 2 เข็มก็ได้ประสิทธิภาพสูงสุดแล้ว ช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกและโรคจาก HPV ได้ตั้งแต่เริ่มต้น แบบนี้ก็เหมือนตั้งเกราะให้ร่างกายตั้งแต่ยังไม่เสี่ยงอะไรเลยล่ะ

2. วัย 15-26 ปี

นี่คือกลุ่มที่แนะนำให้ฉีดที่สุด! เพราะถ้าเริ่มฉีดตอนอายุมากขึ้น ร่างกายยังตอบสนองดีอยู่ต้องฉีด 3 เข็มตามกำหนด เพื่อให้การป้องกันเต็มที่ ยิ่งใครเพิ่งเริ่มมีความสัมพันธ์ทางเพศ หรือมีโอกาสเจอเชื้อ HPV การฉีดตอนนี้ช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งและโรคเกี่ยวกับ HPV ได้ชัดเจน

3. วัย 27-45 ปี

วัยนี้ก็ฉีดได้ และได้ประโยชน์นะ โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเปลี่ยนคู่ หรือยังไม่เคยติดเชื้อมาก่อน วัคซีนช่วยเพิ่มเกราะป้องกันได้ แม้ประสิทธิภาพอาจไม่สูงเท่ากลุ่มวัยรุ่น แต่ก็คุ้มที่จะฉีดเพื่อป้องกันตัวเอง

4. ผู้ที่ยังไม่มีคู่ถาวร / ผู้ที่เพิ่งเริ่มความสัมพันธ์ใหม่

ใครที่ยังโสด หรือเริ่มมีแฟนใหม่ การฉีด HPV คือเหมือนการเตรียมตัวป้องกันไว้ก่อน จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเชื้อจากความสัมพันธ์ใหม่

5. ผู้ที่ไม่แน่ใจว่าเคยสัมผัสเชื้อหรือยัง

หลายคนไม่รู้ตัวว่าครั้งไหนเคยติดเชื้อ HPV หรือยังไม่เคยเลย วัคซีนช่วยสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย แม้บางครั้งอาจไม่ได้ป้องกันทุกสายพันธุ์ แต่ก็ช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งและโรคอื่น ๆ จาก HPV ได้

6.  ผู้ชายจำเป็นไหม?

จำเป็นนะ! HPV ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงเท่านั้น ผู้ชายก็สามารถเป็นมะเร็งทวารหนัก มะเร็งปาก และโรคจาก HPV ได้เหมือนกัน การฉีดวัคซีนช่วยป้องกันตัวเอง และยังลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนอื่นด้วย

ขั้นตอนการฉีดวัคซีน HPV ต้องทำอย่างไรบ้าง

1. ปรึกษาแพทย์ (หรือนัดฉีดเลยก็ได้ส่วนใหญ่)

ก่อนอื่นเลย ลองคุยกับคุณหมอหน่อย เพื่อเช็กประวัติสุขภาพ และสอบถามว่ามีปัญหาแพ้วัคซีนอะไรไหม เพราะบางคลินิกก็สามารถนัดฉีดได้เลย ไม่ต้องรอนาน ถ้าเป็นเด็กหรือวัยรุ่นพ่อแม่ก็พาไปพร้อมได้

2.เลือกชนิดวัคซีนที่เหมาะกับอายุและความเสี่ยง

วัคซีน HPV มีหลายชนิด แต่ละชนิดครอบคลุมสายพันธุ์ไม่เหมือนกัน ซึ่งคุณหมอจะช่วยเลือกให้ตรงกับอายุและความเสี่ยง เช่น วัยรุ่นฉีด 2 เข็มก็เพียงพอ ผู้ใหญ่ 3 เข็มจะเหมาะกว่า

3. ฉีดตามกำหนด 2 หรือ 3 เข็ม

อย่าลืมกำหนดเวลา! เพราะการฉีดตามตารางช่วยให้ภูมิคุ้มกันสร้างได้เต็มที่

  • วัยรุ่น 9–14 ปี: ฉีด 2 เข็ม ระยะห่างประมาณ 6 เดือน
  • วัย 15 ปีขึ้นไป: ฉีด 3 เข็ม เข็มที่ 2 ห่างจากเข็มแรก 1–2 เดือน เข็มที่ 3 ห่างจากเข็มแรก 6 เดือน

4. กลับมารับเข็มต่อให้ครบ เพื่อผลป้องกันสูงสุด

บางคนอาจรู้สึกว่าฉีดเข็มเดียวก็พอ แต่ถ้าไม่ครบตามกำหนด ภูมิคุ้มกันจะไม่สูงเท่าที่ควร

กลับมาครบทุกเข็มแล้ว คุณจะได้การป้องกัน HPV สูงสุด และลดความเสี่ยงโรคร้ายจาก HPV ได้มากที่สุด

วัคซีน HPV ปลอดภัยไหม? มีผลข้างเคียงอะไร

วัคซีน HPV ถือว่าเป็นวัคซีนที่ใช้กันอย่างกว้างขวางทั่วโลก และมีความปลอดภัยสูงมากค่ะ ส่วนอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยก็เป็นแบบเบา ๆ ชั่วคราวเท่านั้นซึ่งมักหายเองภายใน 1-2 วัน เช่น

  • ปวดบริเวณที่ฉีด
  • บวมแดงเล็กน้อย
  • อ่อนเพลีย
  • ปวดเมื่อยเล็กน้อย

และไม่ต้องห่วงเลยนะ เพราะวัคซีนนี้ไม่มีผลกับการมีบุตร ไม่ทำให้มีบุตรยาก และไม่ทำให้ฮอร์โมนผิดปกติแต่อย่างใด

วัคซีน HPV ป้องกันไวรัสได้กี่สายพันธุ์

วัคซีน HPV จริง ๆ แล้วมีหลายชนิดตามจำนวนสายพันธุ์ที่ก่อให้เกิดมะเร็ง  หลัก ๆ มี 3 ชนิด เรามาเล่าแบบให้เข้าใจง่าย ก็จะมีดังต่อนี้

Cervarix

ครอบคลุม 2 สายพันธุ์หลัก คือ HPV 16 และ 18 ซึ่งช่วยป้องกันมะเร็งปากมดลูกได้ประมาณ 70%

Gardasil 4 (Quadrivalent)

ครอบคลุม 4 สายพันธุ์ คือ 6, 11, 16, 18 โดย HPV 16 และ 18 ป้องกันมะเร็งปากมดลูก และ HPV 6 และ 11 ป้องกันหูดหงอนไก่

Gardasil 9 (9-valent)

ครอบคลุม 9 สายพันธุ์ คือ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52, 58 ป้องกันมะเร็งและหูดเกือบทั้งหมดที่พบบ่อย ถือว่าครอบคลุมที่สุดในตอนนี้เลยนะ

สรุป

การฉีดวัคซีน HPV ตอนนี้ถือเป็นการปกป้องตัวเองก่อนเจอเชื้อจริง ๆ HPV ติดง่ายกว่าที่หลายคนคิด และวัคซีนช่วยลดความเสี่ยงต่อมะเร็งหลายชนิด ทั้งมะเร็งปากมดลูก มะเร็งทวารหนัก รวมถึงหูดหงอนไก่ รุ่นใหม่ครอบคลุมหลายสายพันธุ์ทำให้ป้องกันได้กว้างขึ้น วัยเด็ก–วัยรุ่นฉีดเพียง 2 เข็มก็ได้ประสิทธิภาพสูงสุด ส่วนผู้ใหญ่ 27-45 ปีฉีดได้และยังช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ ความปลอดภัยสูง ผ่านการรับรองมาตรฐานทั่วโลก ดังนั้นการฉีด HPV จึงเป็นการปกป้องตัวเองในอนาคตแบบง่าย ๆ แต่คุ้มค่าที่สุด

*******************************

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ