สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ผ่อนรถอย่างไรไม่ให้ตึงมือ เปิดเทคนิคบริหารหนี้ให้จ่ายไหวทุกเดือน

 ผ่อนรถอย่างไรไม่ให้ตึงมือ เปิดเทคนิคบริหารหนี้ให้จ่ายไหวทุกเดือน

การมีรถยนต์ส่วนตัวสักคันเป็นความฝันของใครหลายคน แต่สิ่งที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือภาระหนี้ก้อนโตที่ผูกพันกันยาวนานนับปี เชื่อว่าคนมีรถทุกคนต่างก็ตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรให้สามารถผ่อนรถยนต์ให้หมดไว เพื่อลดภาระดอกเบี้ย และนำเงินไปต่อยอดเป้าหมายอื่นในชีวิต บทความนี้ เราได้รวบรวมเทคนิคการบริหารจัดการหนี้รถยนต์จาก Krungsri The COACH แหล่งรวมความรู้ทางการเงินที่ย่อยเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่ายมาฝากทุกคน เพื่อให้คุณสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมีภาระหนี้สินติดตัว

เปิดสูตร 5 วิธีผ่อนรถยนต์ให้หมดไวขึ้น ทำได้จริง

สำหรับใครที่ไม่อยากแบกภาระหนี้นานเกินความจำเป็น ลองมาดู 5 กลยุทธ์สำคัญที่จะช่วยเร่งสปีดให้คุณเป็นไทจากหนี้รถได้เร็วขึ้นกัน

1. วางเงินดาวน์ให้เยอะ ยอดจัดยิ่งน้อย ยิ่งผ่อนสบาย

จุดเริ่มต้นที่สำคัญที่สุดคือ “เงินดาวน์” ยิ่งเราวางเงินดาวน์สูง ยอดจัดไฟแนนซ์ก็จะยิ่งน้อยลง ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยรวมลดต่ำลงตามไปด้วย การเก็บเงินก้อนเพื่อวางดาวน์ให้ได้ประมาณ 25-40% ของราคารถ นอกจากจะช่วยให้ค่างวดต่อเดือนเบาลงแล้ว ยังเพิ่มโอกาสในการอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น เปรียบเสมือนการกลัดกระดุมเม็ดแรกได้ถูกต้อง ช่วยให้ตลอดเส้นทางการผ่อนชำระนั้นราบรื่น และหมดภาระได้ไวยิ่งขึ้น

2. เลือกระยะเวลาผ่อนให้สั้น (Short Term)

เลือกระยะเวลาผ่อนให้สั้น

แม้การเลือกผ่อนชำระระยะยาว เช่น 72 หรือ 84 งวด จะช่วยให้ค่างวดต่อเดือนดูน้อยลง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยิ่งระยะเวลาผ่อนนาน ดอกเบี้ยรวมที่เราต้องจ่ายก็จะยิ่งสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว หากสภาพคล่องทางการเงินเอื้ออำนวย แนะนำให้เลือกเลือกระยะเวลาผ่อนที่สั้นลง เช่น 48 งวด (4 ปี) ซึ่งเป็นจุดที่สมดุลที่สุด เพราะจะช่วยประหยัดดอกเบี้ยไปได้มาก และทำให้เรา ผ่อนรถยนต์ให้หมดไว ได้ตามเป้าหมาย

3. มีวินัย จ่ายตรงเวลา เครดิตดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

วินัยทางการเงินคือหัวใจสำคัญ การชำระค่างวดให้ตรงเวลาเป๊ะทุกเดือน ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันค่าปรับล่าช้าและค่าทวงถามที่อาจเกิดขึ้น แต่ยังเป็นการรักษาประวัติทางการเงินให้ขาวสะอาด ซึ่งเครดิตที่ดีนี้จะเป็นใบเบิกทางสำคัญในอนาคต หากเราต้องการรีไฟแนนซ์เพื่อขอลดดอกเบี้ย ธนาคารจะพิจารณาจากประวัติการผ่อนชำระที่ดีเป็นเกณฑ์หลัก โดยแนะนำให้ใช้วิธีตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อลดความเสี่ยงในการลืมจ่าย

4. ปิดบัญชีก่อนกำหนด (โปะปิดยอด)

หลายคนเข้าใจผิดว่าการจ่ายเงินเพิ่มจากค่างวดปกติทีละนิดจะช่วยลดต้นลดดอกเหมือนบ้าน แต่สินเชื่อรถส่วนใหญ่เป็นแบบดอกเบี้ยคงที่ (Flat Rate) ดังนั้น วิธีที่ได้ผลจริงคือการเก็บเงินก้อนเพื่อ “ปิดบัญชี” หรือปิดยอดหนี้คงเหลือทั้งหมดในคราวเดียว ซึ่งตามกฎหมายใหม่ หากเราปิดบัญชีก่อนกำหนด จะได้รับส่วนลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระแบบขั้นบันได (เช่น ลด 60% – 100% ของดอกเบี้ยที่เหลือ ตามจำนวนงวดที่ผ่อนมาแล้ว) ช่วยให้ประหยัดเงินได้จริง

5. รีไฟแนนซ์รถยนต์ ทางเลือกคนอยากปรับโครงสร้างหนี้

รีไฟแนนซ์รถยนต์

หากผ่อนรถมาเกินครึ่งทางแล้วรู้สึกว่าดอกเบี้ยเดิมสูงเกินไป หรือต้องการปรับลดค่างวด การรีไฟแนนซ์กับสถาบันการเงินใหม่ที่ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาด การย้ายไฟแนนซ์จะช่วยให้โครงสร้างหนี้เปลี่ยนไป อาจทำให้ค่างวดถูกลงหรือระยะเวลาผ่อนสั้นลง ขึ้นอยู่กับข้อเสนอที่เราเลือก เป็นเทคนิคยอดนิยมที่ช่วยลดภาระดอกเบี้ย และปิดจบหนี้ได้เร็วกว่าสัญญาเดิม

เตรียมตัวอย่างไร ก่อนตัดสินใจ “โปะ” หรือ “ปิด” รถ

ก่อนที่จะตัดสินใจนำเงินก้อนไปโปะปิดบัญชี เพื่อหวังผ่อนรถยนต์ให้หมดไว ทาง Krungsri The COACH แนะนำให้ตรวจสอบสัญญาเงินกู้ให้แน่ชัดก่อนว่าเป็นดอกเบี้ยประเภทใด หากเป็นแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) การโปะเพิ่มย่อมเป็นผลดี แต่หากเป็นแบบคงที่ (Flat Rate) ต้องคำนวณส่วนลดดอกเบี้ยที่จะได้รับเทียบกับเงินก้อนที่เสียไปว่าคุ้มค่าหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องประเมินสภาพคล่องของตนเองด้วย ไม่ควรนำเงินสำรองฉุกเฉินทั้งหมดมาปิดหนี้จนไม่มีเงินสดสำรองใช้ยามจำเป็น

การผ่อนรถยนต์ให้หมดไว ไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถ เพียงแค่ต้องมีการวางแผนที่รัดกุมตั้งแต่เริ่มต้น ทั้งการวางเงินดาวน์ การเลือกระยะเวลาผ่อน รวมถึงการรักษาวินัยทางการเงินอย่างสม่ำเสมอ หากนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ เชื่อว่าทุกคนจะสามารถปลดล็อกภาระหนี้สิน และเป็นเจ้าของรถในฝันได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมมีอิสรภาพทางการเงินเพื่อไปต่อยอดความฝันอื่น ๆ ได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

 

admin

น่าสนใจสำครับคุณ