ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง “ป้องกัน”โรคไข้กาฬหลังแอ่น
ไม่ใช่แค่รักษา แต่ต้อง “ป้องกัน” โรคไข้กาฬหลังแอ่น จากสถานการณ์ข่าวการระบาดของโรคในต่างประเทศที่มีรายงานการเสียชีวิตในกลุ่มเด็กวัยรุ่น ทำให้หลายครอบครัวเกิดความกังวลเกี่ยวกับโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบและแนวทางการป้องกัน โดย พญ.สิริรักษ์ กาญจนธีระพงค์ กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช ให้ข้อมูลว่า โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งไวรัสและแบคทีเรีย โดยชนิดที่เกิดจากแบคทีเรียและมีวัคซีนป้องกันในปัจจุบัน ได้แก่ ไข้กาฬหลังแอ่น โรคติดเชื้อไอพีดี (IPD) และฮิบ (Hib) ซึ่งในประเทศไทยวัคซีน IPD และ Hib ได้รับการฉีดอย่างแพร่หลายแล้ว ขณะที่โรคไข้กาฬหลังแอ่น (Meningococcal disease) เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย Neisseria meningitidis ซึ่งมีหลายสายพันธุ์ เช่น A, B, C, W, Y โดยในประเทศไทยพบสายพันธุ์ B บ้างแต่ไม่บ่อย และยังไม่ใช่โรคที่พบการระบาดมาก อย่างไรก็ตาม ในต่างประเทศมีรายงานการระบาดของสายพันธุ์ B เพิ่มขึ้น เชื้อนี้สามารถอาศัยอยู่ในโพรงจมูกและลำคอของคนโดยไม่แสดงอาการ ทำให้มีผู้เป็นพาหะประมาณ 10-20% และสามารถแพร่เชื้อผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม การใช้ของร่วมกัน หรือการสัมผัสใกล้ชิด โดยมีระยะฟักตัว 2-10 วัน อาการสำคัญเริ่มจากไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย แต่มีการทรุดเร็ว ต่อมาจะมีผื่นเลือดออกใต้ผิวหนัง ผิวคล้ำจากเส้นเลือดฝอยแตก รวมถึงอาการคอแข็ง หลังแข็ง แพ้แสง ซึม สับสน และอาจเข้าสู่ภาวะช็อกอย่างรวดเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเสียชีวิตสูง หรือหากรอดชีวิตอาจมีภาวะแทรกซ้อน เช่น พิการทางสมองหรือสูญเสียการได้ยิน แนวทางการรักษาต้องให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำทันที ร่วมกับการประคับประคองอาการและรักษาภาวะช็อก รวมถึงการใช้ยาสเตียรอยด์เพื่อลดการอักเสบของสมอง ผู้ป่วยจำเป็นต้องแยกกักเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ และผู้ใกล้ชิดต้องได้รับยาปฏิชีวนะป้องกันตามคำแนะนำแพทย์ ขณะที่วัคซีนถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดความรุนแรงของโรค โดยวัคซีนไข้กาฬหลังแอ่นมี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันสายพันธุ์ A, C, W, Y สำหรับผู้ที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป ฉีดเพียง 1 เข็ม เหมาะกับผู้เดินทางไปพื้นที่เสี่ยง เช่น ซาอุดีอาระเบียหรือแอฟริกา และวัคซีนป้องกันสายพันธุ์ B ซึ่งฉีดได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน เหมาะกับเด็กที่ไปเรียนต่อต่างประเทศหรือกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือผู้ที่ไม่มีม้าม โดยรูปแบบการฉีดจะแตกต่างตามช่วงอายุ ทั้งนี้ในเด็กสุขภาพดีทั่วไปถือเป็นวัคซีนทางเลือกที่สามารถพิจารณาได้ในช่วงที่มีความเสี่ยงสูง วัคซีนอาจไม่ให้ภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตแต่ช่วยลดโอกาสการป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ อาการข้างเคียงที่พบได้คือมีไข้หลังฉีด ซึ่งสามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อลดไข้ได้ หากผู้ปกครองไม่แน่ใจว่าเด็กอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือควรได้รับวัคซีนหรือไม่ ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสม โดยการเลือกฉีดวัคซีนให้ถูกชนิดและถูกช่วงเวลา ถือเป็นวิธีการป้องกันโรคที่มีประสิทธิภาพที่สุด ทั้งนี้แผนกสุขภาพเด็ก โรงพยาบาลนวเวช มุ่งมั่นให้บริการด้วยมาตรฐานสากล ทั้งด้านคุณภาพการรักษาและความปลอดภัยของผู้ป่วย พร้อมได้รับการรับรองจาก AACI และมาตรฐาน ISO หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อโรง
พยาบาลนวเวช โทร. 1507 หรือ Line: @navavej

