ไทยสมุทรฯ รุก Gen Y ชู AI ขับเคลื่อนองค์กร โตบนฐานความมั่นคง
ไทยสมุทรประกันชีวิตประกาศยุทธศาสตร์ปี 2569 ปรับองค์กรครั้งใหญ่รับการเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ ภายใต้แนวคิด “Love Mindset” เดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI)
พร้อมเจาะตลาดคนรุ่น Gen Y หรือกลุ่ม “Sandwich Generation” กว่า 14 ล้านคน ย้ำไม่เน้นการแข่งขันด้านส่วนแบ่งตลาด แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพและความแข็งแกร่งทางการเงิน
นางนุสรา บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ OCEAN LIFE เปิดเผยว่า ในปี 2569 นี้ บริษัทไก้ก้าวสู่ปีที่ 77 ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ เพื่อรองรับความท้าทายของธุรกิจประกันชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยในต่างจังหวัด
ทั้งนี้บริษัทจึงเลือกดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของการเติบโตอย่างมั่นคง มากกว่าการเร่งเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยจะไม่มุ่งรับยอดขายที่มีความเสี่ยงต่อการขาดทุนในอนาคต แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพของลูกค้าและผลิตภัณฑ์ ผ่านการใช้ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลและประเมินความเสี่ยง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารพอร์ตธุรกิจและสร้างผลกำไรอย่างยั่งยืน
โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์หลักปีนี้ คือการขยายตลาดสู่กลุ่ม Gen Y อายุ 31-50 ปี ซึ่งมีจำนวนกว่า 14 ล้านคน หรือประมาณ 3.4 ล้านครัวเรือน โดยเป็นกลุ่มที่ต้องรับภาระดูแลทั้งบุตรและบิดามารดา หรือ “Sandwich Generation” ซึ่งผลการศึกษาพบว่ามีความเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สูงถึง 33.9% และราวหนึ่งในสี่ประสบปัญหาสุขภาพจิต
และเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มดังกล่าว บริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เน้นการวางแผนทางการเงินควบคู่กับการดูแลสุขภาพ ทั้งแบบประกันสะสมทรัพย์และประกันสุขภาพที่ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในวงเงินสูง รองรับคนวัยทำงานที่ต้องดูแลทั้งตนเองและครอบครัว
ในด้านการพัฒนาองค์กร บริษัทเดินหน้าใช้ AI อย่างจริงจัง โดยปัจจุบันพนักงานกว่า 98% นำ AI มาประยุกต์ใช้ในการทำงาน ทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การออกแบบผลิตภัณฑ์ การให้บริการผ่านแพลตฟอร์มสุขภาพดิจิทัล และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมวางระบบกำกับดูแลการใช้ AI และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล ซึ่งทำให้บริษัทได้รับรางวัลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
นอกจากนี้ บริษัทเดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงในการดำเนินโครงการด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมกำหนดตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเชื่อมโยงกับทุกหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจสร้างคุณค่าทั้งในเชิงเศรษฐกิจและสังคม
ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่ปรึกษาประกันชีวิตรุ่นใหม่ โดยปัจจุบันตัวแทนที่เป็นคนรุ่น Gen Y มีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของที่ปรึกษารุ่นใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สามารถสื่อสารและเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรองรับการเติบโตของตลาดในอนาคต
สำหรับในปี 2568 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 105,273 ล้านบาท และมีอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 427.87% สูงกว่าข้อกำหนดของกฎหมายหลายเท่าตัว สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่งในการดูแลกรมธรรม์กว่า 1.6 ล้านฉบับ โดยในปีที่ผ่านมาได้จ่ายผลประโยชน์ให้ผู้เอาประกันภัยรวมกว่า 9,689 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพและความมั่นคงของบริษัทในการดำเนินธุรกิจระยะยาว
