ไทยวิวัฒน์ ลุยโฮลดิ้ง ดันเบี้ยโต 2 หลัก
ไทยวิวัฒน์ฉลอง 75 ปี เดินหน้าปรับโครงสร้างสู่ Holding Company พร้อมเร่งเครื่อง InsurTech เปลี่ยนธุรกิจจาก Reactive สู่ Active Insurance ตั้งเป้าดันเบี้ยปีนี้โต Double-digit หลังพอร์ต Non-Motor โตเกือบ 15% เร่ง Cross-sell ผ่านแอปฯ Thaivivat และขยายพันธมิตรใหม่ รับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคดิจิทัล
นายจีรพันธ์ อัสวะธนกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทได้วางยุทธศาสตร์รับมือความเปลี่ยนแปลงด้วยการปรับโครงสร้างองค์กรสู่ Holding Company ควบคู่กับการเดินหน้าเทคโนโลยีประกันภัย หรือ InsurTech เพื่อสร้างเครื่องยนต์การเติบโตใหม่ และตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันภัยปีนี้เติบโตในระดับ Double-digit หรือมากกว่า 10%
โดยหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนธุรกิจในทศวรรษที่ 8 คือการเปลี่ยนแนวคิดจากการให้บริการแบบตั้งรับ หรือ Reactive เมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การดูแลเชิงรุก หรือ Active Insurance ภายใต้แนวคิด “พลังคงคิดเผื่อเพื่อทุกชีวิต” โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาเชื่อมโยงกับพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อให้ประกันภัยไม่ได้ทำหน้าที่เพียงคุ้มครองเมื่อเกิดความเสียหาย แต่สามารถเข้ามาดูแลและบริหารความเสี่ยงในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น
และหนึ่งในผลิตภัณฑ์หลักคือ “ประกันรถเปิดปิด” ซึ่งพัฒนาขึ้นจากพฤติกรรมการใช้รถของผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีอัตราการต่ออายุสูงถึงประมาณ 90% ขณะที่บริษัทเดินหน้าพัฒนาฟีเจอร์ใหม่อย่าง Crash Detection ระบบแจ้งเตือนอุบัติเหตุอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat เมื่อเกิดการชน เพื่อให้บริษัทสามารถรับรู้เหตุและเข้าช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ ยังขยายแนวคิด Active Insurance ไปยังผลิตภัณฑ์อื่น ทั้งประกันภัยเดินทางที่มีบริการ Smart Delay ประกันภัยบ้าน Homey Care และประกันสุขภาพ Active Health ซึ่งใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเข้ามาส่งเสริมให้ลูกค้าดูแลสุขภาพและบริหารความเสี่ยงเชิงรุก
ด้านกระบวนการให้บริการ บริษัทเร่งนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอน โดยเฉพาะบริการ “เคลมแห้ง” หรือ Self-service Claim ที่เปิดให้ลูกค้าถ่ายภาพหรือวิดีโอความเสียหายของรถยนต์และส่งข้อมูลผ่านแอปฯ ได้แบบเรียลไทม์ ลดการรอเจ้าหน้าที่สำรวจภัยในบางกรณี ช่วยลดเวลา เพิ่มความสะดวก และลดการใช้เอกสาร รวมถึงลดการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ซึ่งสอดรับกับแนวทางการดำเนินธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม
สำหรับภาพรวมธุรกิจในช่วงครึ่งปีแรก อุตสาหกรรมประกันวินาศภัยไทยขยายตัวประมาณ 3-4% สูงกว่า GDP ที่เติบโตประมาณ 1-2% ขณะที่ไทยวิวัฒน์มีกรมธรรม์ในความดูแลรวมเกือบ 1 ล้านกรมธรรม์ โดยพอร์ต Motor เติบโตประมาณ 7% ส่วน Non-Motor ขยายตัวเกือบ 15%
แม้โครงสร้างธุรกิจประกันภัยยังมี Motor เป็นพอร์ตหลักประมาณ 70% แต่บริษัทต้องการสร้างความสมดุลของพอร์ตมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วน Non-Motor ซึ่งมีโอกาสเติบโตตามความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายขึ้น
กลยุทธ์สำคัญคือการทำ Cross-sell ผ่านแอปพลิเคชัน Thaivivat ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ลูกค้าประกันรถยนต์ที่มีแผนเดินทางไปต่างประเทศสามารถซื้อประกันภัยเดินทางเพิ่มเติมผ่านช่องทางดิจิทัลได้ทันที
พร้อมกันนี้ บริษัทเตรียมขยายพันธมิตรในระบบนิเวศใหม่ ทั้งกลุ่มสายการบิน สื่อ และแพลตฟอร์ม Wallet เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงลูกค้า ขณะที่ไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงสำคัญของธุรกิจจากปัจจัยฤดูกาล รวมถึงความต้องการซื้อประกันเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษีและกิจกรรมกระตุ้นตลาดช่วงปลายปี
อีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญคือการปรับโครงสร้างสู่ Holding Company เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการลงทุนและขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับประกันภัย โดยธุรกิจประกันภัยจะยังคงเป็นธุรกิจหลัก ขณะที่บริษัทโฮลดิ้งสามารถจัดตั้งหรือลงทุนในบริษัทลูกเพื่อรองรับธุรกิจใหม่ได้
โดยหนึ่งในแนวทางที่เตรียมต่อยอดคือธุรกิจสำรวจอุบัติเหตุและประเมินความเสียหาย ขณะที่ “ไทยวิวัฒน์ แอสเซท” จะเข้ามามีบทบาทในการบริหารและพัฒนาสินทรัพย์ของบริษัท โดยเฉพาะที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม
อย่างไรก็ตาม การลงทุนจะดำเนินการอย่างระมัดระวัง โดยใช้เงินส่วนเกินจากเงินกองทุนภายใต้กรอบที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อฐานะการเงินและความมั่นคงของธุรกิจประกันภัย รวมถึงต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ของสำนักงาน คปภ.
และเนื่องในโอกาสครบรอบ 75 ปี ไทยวิวัฒน์ยังเดินหน้าสร้างคุณค่าควบคู่กับการเติบโตทางธุรกิจ ผ่านแนวคิด “Thaivivat Caring Forward” โดยนำพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีของลูกค้ามาเชื่อมโยงกับการทำประโยชน์เพื่อสังคม
นายจีรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้สนับสนุนเงินบริจาครวม 10 ล้านบาท ให้แก่มูลนิธิรามาธิบดี เพื่อโครงการอาคารโรงพยาบาลรามาธิบดีแห่งใหม่และย่านนวัตกรรมโยธี โดยเป็นการสมทบเงิน 75 บาทต่อกรมธรรม์ตามวาระครบรอบ 75 ปี
นอกจากนี้ ลูกค้าประกันภัยรถยนต์ที่ขับขี่ดีและไม่มีประวัติการเคลมที่เป็นฝ่ายผิดตลอดรอบปี ยังสามารถร่วมสร้างประโยชน์ผ่านการนำเงินส่วนหนึ่งจากเบี้ยประกันไปบริจาคให้มูลนิธิและองค์กรการกุศลที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งลูกค้าสามารถเลือกหน่วยงานผ่านแอปพลิเคชันได้
รวมถึงบริษัทไทยวิวัฒน์ยังเดินหน้าพัฒนาเยาวชนผ่านโครงการ Partnership School ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและหอการค้าไทย รวมถึง Innovation Camp ที่มุ่งพัฒนาทักษะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับนักเรียนและนักศึกษา
“การเดินทางเข้าสู่ปีที่ 75 ของไทยวิวัฒน์จึงเป็นมากกว่าการรักษาธุรกิจเดิม แต่เป็นการวางรากฐานสู่โมเดลธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสร้างการเติบโตของเบี้ยประกันภัยระดับ Double-digit ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งทางการเงิน และเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้รับประกันความเสี่ยง” ไปสู่พันธมิตรที่เข้ามาดูแลชีวิตลูกค้าในเชิงรุกมากขึ้น”นายจีรพันธ์ กล่าวทิ้งท้าย

