โชว์พลัง Soft Power “ผ้าไหมไทย” สุดยิ่งใหญ่แห่งปี เฉลิมพระเกียรติฯ 47 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี
jumpon
- 31/05/2025
กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมผ้าไหมไทยและวัฒนธรรมไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมประชาสัมพันธ์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14” ซึ่งจะจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 47 พรรษา ของสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

กระทรวงวัฒนธรรม โดยมีนางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน นักการทูตจากสถานทูตกว่า 88 ประเทศ เข้าร่วมอย่างคับคั่ง ภายในงานมีการแสดงชุดวัฒนธรรมไทย “รอยอารยะ” แสดงถึงวิวัฒนาการการแต่งกายของไทยตั้งแต่สมัยทวารวดีจนถึงรัตนโกสินทร์ การเสวนาจากผู้แทนองค์กรทั้งในและต่างประเทศ และการจัดมินิแฟชั่นโชว์ผ้าไหมไทย โดยนิสิตนักศึกษาผู้ออกแบบและตัดเย็บชุดด้วยฝีมือตนเอง พร้อมนำเสนอเรื่องราวและที่มาของผลงานผ้าไหมอย่างภาคภูมิ
งาน “มหกรรมผ้าไหม ไหมไทยสู่เส้นทางโลก ครั้งที่ 14” จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 มิถุนายน 2568 ณ หอประชุมกองทัพเรือ ภายในงานมีการเดินแฟชั่นโชว์สุดตระการตาจากคณะรัฐมนตรี เอกอัครราชทูตและภริยา ตัวแทนสถานทูต กงสุลกิตติมศักดิ์ และนิสิตนักศึกษาไทย แบ่งออกเป็น 6 องก์ ได้แก่ ชุด “รอยอารยะ”, “มรดกแผ่นดินไทย”, “เสียงแห่งผ้าไทย”, “นาฏยมวยไทย”, “สีสันสยาม สีสันสี่ภาค” และ “เสียงกลองแห่งแผ่นดิน” พร้อมทั้งมีพิธีถวายพระพรชัยมงคลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพิธีมอบรางวัลการประกวดออกแบบลายผ้าไหมและชุดผ้าไหมร่วมสมัย
นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานจากโครงการ “The 6th Next Big Silk Designer Contest 2025” และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทยจากผู้ประกอบการกว่า 40 ร้านค้าทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 – 29 มิถุนายน 2568 ณ ลาน Eden ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยในวันที่ 25 มิถุนายน จะมีพิธีมอบรางวัลชมเชยจากการประกวดชุดผ้าไหมและรางวัลการประกวดคลิปเผยแพร่ผ้าไหมบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแฟชั่นโชว์ผลงานผ้าไหมกว่า 197 ชุด ที่ออกแบบโดยนิสิตนักศึกษาทั่วประเทศ
นางสาวสุดาวรรณกล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อน Soft Power ด้านวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะผ้าไหมไทย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของชาติ และสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับชุมชน พร้อมทั้งเป็นสะพานเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมกับนานาประเทศ จึงขอเชิญชวนประชาชนร่วมชมมหกรรมในครั้งนี้ เพื่อร่วมส่งเสริมและภาคภูมิใจกับมรดกทางวัฒนธรรมของไทยที่พร้อมก้าวไกลสู่เวทีโลก
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจเฟซบุ๊ก “กระทรวงวัฒนธรรม” หรือสายด่วนวัฒนธรรม 1765

