“เลวสุดๆที่เคยมีมา”
ผมเกริ่นมาแต่ก่อนจะมีการเลือกตั้งแล้ว ว่าเท่าที่ผมจำความได้ เมืองไทยไม่เคย มีความโปร่งไสในการเลือกตั้งในแต่ละครั้ง แต่ก่อนนี้จะหนักไปไนเรื่องของการซื้อเสียง แจกเงินให้กับประชาชน ให้เลือกผู้แทน หรือพรรคที่เขาต้องการ มันเป็นแบบนี้มาชั่วนาตาปี จะโทษประชาชนที่รับเงินเขา ก็ไม่น่าจะผิด
เราประชาชนก็ทำตัวเป็นเหยื่อของนักการเมืองมาตลอด แต่ก่อนจะว่าเขาเราต้องเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นเพราะความยากจน ที่สาเหตุมันพันกันเป็นลูกโซ่มานมนานมาจนเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่ และเป็นอยู่ไม่น้อย ประชาชนเขารับเงินแลกเปลี่ยนกับความที่ไม่มีจะกิน
โดยเขาหารู้ไม่ว่า นั่นคือวิถีทางชีวิต ที่จะทำให้เขาไม่มีจะกินไปอีกนาน ถ้ายังปฎิบัตรตนเช่นนั้นอยู่ สืบไปถึงลูกหลาน ที่ส่งไปเล่าเรียน ก็เพื่อว่าจะได้มีอนาคตที่อาจจะได้เป็นนักการเมือง เป็นกกต หรือเป็นใหญ่เป็นโต โชคดีมาก ๆ ก็อาจจะได้เป็นถึงราชเลขา ประชาชนคิดไม่เป็น ก็เพราะเขาหาเช้าจะกินค่ำก็ยังแทบจะไม่พอ ก็เลยทำให้ ความหวังของเขาคือเหตุการณ์เฉพาะหน้า ที่แก้ไปตามยถากรรม
โดยเอาอนาคตของลูกหลาน ฝากไว้กับความฝันอันเลื่อนลอยและในที่สุด บ่วงกรรมอันนี้ที่ผู้มีอำนาจทั้งหลายทิ้งไว้ให้เขา โดยเอาตัวเองรอด แบบเอารัดเอาเปรียบมีครอบครัวเยอะมาก ที่ลูกหลานต้องไปติดยา กลายเป็นคนที่ขาดคุณภาพไปชั่วชีวิต
ผมคิดไม่ออกว่า ทางออกของประชาชนไทย จะออกมาในรูปแบบไหน แต่รู้มานานแล้วการเลือกตั้งสำหรับประชาชนไทยยังไม่ไช่และจะไม่ไช่ไปอีกนาน นอกจากคนที่เขาทนไม่ไหวเขาออกมาประท้วง เหมือนอย่างบางประเทศที่เราเคยเห็นมาในอดีต แล้วทำไมเราจะต้องหาทางออกไปทางนั้น คนดีๆที่หาเช้ากินค่ำก็เลย ไม่มีปัญญาคิด ไม่มีปัญญาแก้ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
ผมเล่ามาทั้งหมด ผมไม่ได้ต่อว่าคนหาเช้ากินค่ำมีความผิด เขาถูกเอาเปรียบ ด้อยโอกาส เป็นเหยื่อของนักการเมืองเลว ๆ บางคนทั้งหลาย ข้าราชการบางคน ที่ไม่ได้ประพฤติตามความถูกต้อง และองค์กรอิสสระบางองค์กร ที่ไม่แคร์ไม่รับผิดชอบ แต่การเลือกตั้งที่เพิ่งจะจบลง เท่าที่ฟังความเห็นของประชาชนเกือบทั้งประเทศออกมาต่อว่ากกตและพนักงานที่เกี่ยวข้องบางคนต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ ว่า
“เลวสุดๆที่เคยมีมา”
- อำนาจ สุนทรวัฒน์
