สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

เร่งหาคนผิดเงิน 20 ล้านวัดห้วงหินระยองเจ้าอาวาสอ้างผ่านมา 2 ปีไม่รู้เรื่องเงินไวยาวัจกรทำเองหมด

 เร่งหาคนผิดเงิน 20 ล้านวัดห้วงหินระยองเจ้าอาวาสอ้างผ่านมา 2 ปีไม่รู้เรื่องเงินไวยาวัจกรทำเองหมด
ที่หายไปจำนวน 20 ล้านจากงานปิดทองและงานวัดรวม 3 ครั้งที่ผ่านมาล่าสุดหลังตกเป็นข่าวทางชาวบ้านได้เรียกร้องให้มีการตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดและข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นทำเอาสำนักพุทธศาสนาและคณะกรรมการสงฆ์ได้เดินทางมาสอบสวนและให้เวลากับกลุ่มไวยาวัจกรที่ชิงลาออกไปก่อนหน้านั้นแล้วเพียง 30 วันเพื่อให้หาเอกสารรายรับรายจ่ายนำมาชี้แจงกับทางคณะสงฆ์และสำนักพุทธศาสนา
ความคืบหน้าในเรื่องนี้เมื่อเวลา 18:00 น วันที่ 10 กันยายน 2568 ชาวบ้านประมาณ 50 คนได้เดินทางมาที่วัดห้วงหินเพื่อเข้าประชุมงานทอดกฐินสามัคคีและงานตักบาตรเทโวที่จะมาถึงนี้โดยมีพระอธิการลำยอง อาวาสวัดห้วงหิน ฝ่ายสงฆ์และมีนายไตรภพ บันเทิงสุข อดีตปลัด อบต.นายพาณิช ยมหา อดีตอดีตกำนันตำบลชากกระบก นางสาวมาลี สุวรรณพิทักษ์ ผู้ใหญ่หมู่ 3 นางสาวรัตนา เจริญรมย์ ผู้ใหญ่หมู่ 9 ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านได้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับการจัดงานทั้ง 2 งานให้เป็นไปตามประเพณีเพื่อให้ชาวบ้านรักและสามัคคีช่วยเหลือทางวัดในการจัดงานโดยทางเจ้าอาวาสวัดวังหินได้กล่าวขอบคุณชาวบ้านที่มาช่วยเหลือทางวัดและยังกล่าวว่าทางเจ้าอาวาสเองนั้นไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเงินในวัดประมาณ 2 ปีที่ผ่านมาเนื่องจากทางไวยาวัจกร เป็นผู้จัดทำบัญชีเองทั้งหมดตนเองไม่รู้เรื่องระบบรายรับรายจ่าย
นอกจากนี้เจ้าอาวาสยังบอกกับชาวบ้านอีกว่าวันที่มีการประชุมเรื่องของคณะสงฆ์และสำนักพุทธทางเจ้าคณะอำเภอได้แจงว่าวันปิดทองฝังลูกนิมิตครั้งสุดท้ายได้เงินเพียง 11 ล้านบาทโดยมีทางอดีตปลัดอบต.ได้ร่วมประชุมอยู่ด้วยแต่ไม่มีใครขัดแย้งเนื่องจากยังไม่รู้ข้อเท็จจริงซึ่งต่อมาไม่มีชาวบ้านถ่ายรูปรายรับรายจ่ายไว้โดยระบุว่าปิดทองฝังลูกนิมิตครั้งล่าสุดวัดหัวหินนั้นมีรายได้ถึง 15 ล้าน 9 แสนซึ่งขัดต่อความเป็นจริงที่ทางเจ้าคณะอำเภอแจ้งให้ทราบเพียงแค่ 11 ล้านบาทเท่านั้น
นายไตรภพ บันเทิงสุขกล่าวว่าเรื่องนี้ทางตนเองก็เข้าประชุมด้วยโดยทางคณะสงฆ์ได้แจ้งว่าวันปิดทองฝังลูกนิมิตนั้นมีรายรับแค่ 11 ล้านบาทแต่เมื่อมีชาวบ้านเข้ามาประชุมแล้วนำตัวเลขที่ถ่ายไว้ 15,900,000 บาทรวม 2 ครั้งก่อนที่ปิดทองนั้นเป็นเงิน 20 ล้านตามที่เป็นข่าวสรุปแล้วคือเป็นเรื่องจริงทางเราได้เก็บหลักฐานไว้เรียบร้อยแล้วสำหรับการเรียกร้องครั้งนี้นั้นไม่ได้กลั่นแกล้งใครและไม่ได้สร้างความแตกแยกให้กับหมู่บ้านแต่เป็นการหาความจริงเท่านั้นว่าสิ่งที่มีการสงสัยเรื่องการใช้เงินนั้นจะต้องโปร่งใสเนื่องจากเงินที่ได้มาเป็นเงินทำบุญจากชาวบ้านซึ่งชาวบ้านมีสิทธิ์ตรวจสอบได้
และในวันที่ 11 กันยายนนี้ตนเองและชาวบ้านจะเดินทางไปยังสำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดระยองตำบลทับมา อำเภอเมืองจังหวัดระยองเพื่อยื่นเรื่องขอให้ตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินของวัดห้วงหินทั้งระบบเนื่องจากไวยาวัจกรนั้นเปรียบเสมือนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจึงอยากให้ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยเพื่อความกระจ่างและให้ชาวบ้านได้สร้างถึงข้อเท็จจริงและการใช้จ่ายในวัดห้วงหินที่ผ่านมา
…สมนึก กรมภักดิ์ ผู้สื่อข่าว/ระยอง…รายงาน

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ