สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“เด็กเลี้ยงแกะ”กุเรื่องรถหาย “สืบฯบางละมุง” เค้นสอบ! ขายพ่อค้าลาว หนีไฟแนนซ์ยึด!

 “เด็กเลี้ยงแกะ”กุเรื่องรถหาย “สืบฯบางละมุง” เค้นสอบ! ขายพ่อค้าลาว หนีไฟแนนซ์ยึด!

“หนุ่มกระเป๋าแบน” โร่ขึ้นโรงพักบางละมุง กุเรื่องรถกระบะโตโยต้า 4 ประตูถูกโจรกรรมไปจากห้องพักหลังโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา แถมยังร้องขอให้ตำรวจช่วยติดตามรถกลับคืนมา หลังตรวจเช็คพิกัด GPS พบจอดริมแม่น้ำโขงติดชายแดนไทย-ลาว ในพื้นที่จังหวัดมุกดาหาร

แต่เมื่อตำรวจป้องกันปราบปรามพิเศษ และชุดสืบสวนฯสภ.บางละมุง ระดมกำลังไปไล่ดูกล้องวงจรปิด กลับพบพิรุธย้อนแย้งกับคำให้การ จึงเรียกตัวมาเค้นสอบใหม่จน “โป๊ะแตก” ยอมรับว่าสร้างเรื่อง รถโดนโจรกรรมขึ้นมา เพราะกำลังตกงาน ไม่มีเงินส่งค่างวด ไฟแนนซ์กำลังตามยึด จึงคิดวางแผนนำรถไปจำนำกับนายหน้าชาวลาว แต่พอเช็คพิกัดรู้ว่ารถเตรียมส่งข้ามแดน จึงขึ้นโรงพักตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จแจ้งความกับตำรวจ หวังนำหลักฐานรถหายไปแหกตาไฟแนนซ์ สุดท้ายเจอคดีแจ้งความเท็จ ทำเอา “เด็กเลี้ยงแกะ”ถึงกับคอตก

เมื่อตอนสายของวันที่ 20 มิถุนายน 2568 พ.ต.ท.ปกรณ์ หมื่นสีเขียว สารวัตรปราบปรามฯ สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี พร้อมด้วย ร.ต.ท.ธงธวัช พลละคร รองสารวัตรสืบสวนฯ เรียกประชุมตำรวจ ฝ่ายป้องกันปราบปรามพิเศษ และชุดสืบสวนฯสภ.บางละมุง ที่รับผิดชอบคดีโจรกรรมรถในพื้นที่อำเภอบางละมุง สืบเนื่องจากในเช้าวันเดียวกัน นายศิริพงษ์ พงษ์อุดทา หรือ “ต๊อด” อายุ 47 ปี บ้านอยู่ปราจีนบุรี นำความเข้าแจ้งกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง ว่ารถของตัวเองถูกคนร้ายโจรกรรมไป

นายศิริพงษ์ ให้การว่าเป็นรถกระบะโตโยต้า รุ่นรีโว่4ประตู สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน 3 ขง 3360 กรุงเทพมหานคร จอดไว้หน้าห้องพักด้านหลังโรงพยาบาลกรุงเทพ-พัทยา ถูกคนร้ายโจรกรรมไปตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน ที่ผ่านมา จนกระทั่งในตอนเช้า (20 มิ.ย.68)ได้ตรวจเจอสัญญาณ GPS ระบุตำแหน่งว่ารถจอดอยู่ริมแม่น้ำโขง พื้นที่เขตอำเภอเมืองฯจังหวัดมุกดาหาร จึงรีบเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจบางละมุง เพราะเชื่อว่ารถที่โดนคนร้ายโจรกรรมไปนั้น กำลังรอการลำเลียงข้ามแม่น้ำโขง ส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้ทางตำรวจช่วยติดตามกลับมาด้วย

ภายหลังจากที่ตำรวจรับแจ้งเหตุแล้ว พ.ต.ท.ปกรณ์ หมื่นสีเขียว สวป. และ ร.ต.ท.ธงธวัช พลละคร รอง สว.(สส.) ได้ระดมชุดสืบสวน สภ.บางละมุง ออกไปไล่ดูกล้องวงจรปิดย้อนหลังกลับไปช่วงวันที่ 17 มิถุนายน กลับพบว่าขัดแย้งกับคำบอกเล่าเหตุการณ์ของนายศิริพงษ์ จึงได้ติดตามตัวกลับมาซักถามอีกครั้ง แรกๆก็ยังให้การยืนยันว่ารถหายไปจริงๆ

แต่เมื่อโดนชุดสืบสวนรุกหนัก ทำให้นายศิริพงษ์ ถึงกับ “โป๊ะแตก” รับว่า โกหกปั้นน้ำเป็นตัว เพราะไม่มีเงินจ่ายค่างวดรถให้กับไฟแนนซ์ ติดค้างมา 4 งวด เนื่องจากตกงาน จึงคิดวางแผนพารถหนีการถูกตามยึด ด้วยวิธีนำรถไปจำนำเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยเป็นคนขับรถ ไปส่งให้กับคนรับจำนำด้วยตัวเองที่จุดพักรถมอเตอร์เวย์สาย7 เขตอำเภอบางประกง จังหวัดฉะเชิงเทรา พอรุ่งขึ้นได้ลองเช็คพิกัดรถจาก GPS พบว่าจอดอยู่ริมแม่น้ำโขง เชื่อว่ารถถูกส่งข้ามแดนแน่ จึงกุเรื่องว่า รถโดนโจรกรรมไปเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน หวังสร้างหลักฐานเท็จ หลอกบริษัทไฟแนนซ์ จะได้ไม่แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์แก่ตัวเอง

ทางด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ หมื่นสีเขียว สารวัตรปราบปรามฯ บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ในกรณ๊นี้ทางตำรวจจะดำเนินคดีในข้อหาแจ้งความเท็จ กับนายศิริพงษ์ ส่วนรถคันดังกล่าว นายศิริพงษ์ รับว่านำไปขายให้กับ นายหน้าชาวลาว ราคา330,000บาท ทาง สภ.บางละมุง จึงได้ประสานไปยังตำรวจ สภ.เมืองมุกดาหาร ตรวจสอบพบว่า รถถูกนำไปจอดอยู่บนถนนทางเข้าโรงงานน้ำตาลสหเรือง และไม่ได้ล็อคประตูรถทั้ง 4 บาน พบกุญแจรถถูกเสียบคาอยู่ที่รูกุญแจจำนวน 1 ดอก กับวางไว้ตรงบริเวณที่วางแก้วน้ำอีก 1 ดอก

ต่อมา พ.ต.ท.ฉัตรมงคล บุญกลาง รอง ผกก.สส.สภ.เมืองมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.ท.จตุพล ยันต์นาวา รอง ผกก.ตม.จว.มุกดาหาร ได้ไปดำเนินการร่วมกันตรวจยึด นำส่งพนักงานสอบสวนฯ สภ.เมืองมุกดาหาร เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับแจ้งประสานมายังสภ.บางละมุง ให้ดำเนินการมารับรถคืน ต่อไป

  • ธัญธนาฒย์ สิงห์โตนิเวศ
    อธิบดี บุญชารี รายงาน

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ