สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

เจาะกลยุทธ์ “ดุสิตธานี พัทยา” 38 ปี ยังยืนหยัด สง่างามคู่ชายหาดพัทยา

 เจาะกลยุทธ์ “ดุสิตธานี พัทยา” 38 ปี ยังยืนหยัด สง่างามคู่ชายหาดพัทยา

เชื่อว่า หากใครที่ได้มาท่องเที่ยวพัทยาอยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในโรงแรม ที่ทุกคนมองเห็น และยังยืนหยัดคู่กับชายหาดพัทยาเหนือ มาอย่างยาวนาน คือ โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ซึ่งอาจเรียกได้ว่า เป็นเพียงโรงเรียนเพียงไม่กี่แห่งในย่านนี้ ที่ตั้งอยู่ในมุมชายหาดที่สวยที่สุดของพัทยา โดยเฉพาะพื้นที่ตั้งของโรงแรมอยู่ติดกับชายหาด ซึ่งผู้เข้าพัก สามารถลงมาจากห้องพัก มาเดินบนหาดทราย และเล่นน้ำทะเลได้เลย

กลยุทธ์ สร้างการเติบโต

ในการเดินทาวมาพัทนา ครั้งนี้ “บางกอกทูเดย์” มีโอกาสได้พูดคุยกับ มร.โธมัส คริสเตียนเซน (Mr.Thomas Christiansen) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม ดุสิตธานี พัทยา ซึ่งคร่ำวอดในวงการโรงแรมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะ การบอกเล่าถึงกลยุทธ์สร้างมนต์เสน่ห์ ให้โรงแรมแห่งนี้ ยังคงครองใจ นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ มาได้ยาวนานกว่า 38 ปี ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย และการแข่งขันที่สูงขึ้นของผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในพื้นที่พัทยา

“หากมองไปรอบๆ หรือ ดูจากทัศนียภาพบนพื้นที่ตั้งของโรงแรมแล้ว จะเห็นได้เลยว่า โรงแรมของเราตั้งอยู่บนทำเลที่ดีที่สุด (Prime Location) บนชายหาดส่วนตัวของพัทยาเหนือ” ก่อนที่ จีเอ็ม จะเล่าต่อว่า “ขณะที่เราเอง อยู่คู่กับการเติบโตของเมืองพัทยามานานถึง 38 ปี และเราเอง ก็มีห้องพักกว่า 457 ห้อง พร้อมสวนพฤกษศาสตร์สีเขียวชอุ่ม และน้ำตกจำลองขนาดใหญ่ภายในโรงแรม เราพร้อมที่จะส่งมอบประสบการณ์การพักผ่อนอย่างยอดเยี่ยมและต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่านที่มาเยือนเมืองพัทยา”

“แม้โรงแรมของเราจะมีประวัติศาสตร์มายาวนาน แต่สิ่งสำคัญสำหรับเรา คือ การทำให้สิ่งที่มีอยู่ ดูใหม่ และทันสมัยอยู่เสมอ (Fresh at all times) เพราะเรามองว่า ความคาดหวังของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทุก ๆ วัน มาตรฐานที่เคยดีพอสำหรับเมื่อวาน อาจจะไม่ดีพอสำหรับวันนี้แล้วก็ได้” มร.โธมัส กล่าวด้วยว่า ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้มีการปรับปรุงโรงแรมอยู่ตลอด “และบล่าสุด เราได้ปรับปรุง (Renovation) ในส่วนของห้องพัก อาทิ การเปลี่ยนพื้นห้องใหม่ทั้งหมด รวมถึงการปรับปรุงพื้นที่ส่วนกลาง และสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะ ทั้งพื้นที่ล็อบบี้ โซนสวนน้ำตก และสระว่ายน้ำ เพื่อให้ผู้เข้าพักมั่นใจว่า ตัวโรงแรมอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ แข็งแกร่ง และพร้อมส่งมอบความสุขให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง”

กลยุทธ์ ดึงดูดลูกค้า – ยืนหยัดในฐานะผู้นำ

ปัจจุบัน จะเห็นได้ว่า ในพื้นที่พัทยามีโรงแรมใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ​ซึ่งประเด็นนี้ ผู้บริหารโรงแรมฯ กล่าวว่า การมีคู่แข่ง (Competitors) หรือ การมีโรงแรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นรอบตัว ไม่ใช่อุปสรรค  “แต่กลับเป็นสิ่งที่ดีมาก สำหรับเรา เพราะนั่น จะกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่ทำให้เราเกิดความกระตือรือร้น และต้องพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญการแข่งขัน ช่วยให้เราได้มีไอเดียใหม่ ๆ และการก้าวไปข้างหน้า เพราะเรามองว่า …สิ่งที่ยอดเยี่ยมในวันนี้ อาจจะไม่ใช่สิ่งที่ตอบโจทย์ในวันพรุ่งนี้ เพราะโลกเปลี่ยนไปทุกวัน…”

​มร.โธมัส กล่าวด้วยว่า ไม่ใช่แค่ เรื่องการแข่งขันทางธุรกิจแล้ว “เรายังต้องเผชิญกับความท้าทายระดับโลก ทั้งเรื่องเศรษฐกิจและสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของทีมการตลาดของเรา ทำให้เรารู้เท่าทันเทรนด์ นำเสนอสิ่งที่ตอบโจทย์ และก้าวล้ำนำหน้าอยู่หนึ่งก้าวเสมอ เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวเห็นว่า ดุสิตธานี พัทยา มีสิ่งใหม่ ๆ ที่รอให้พวกเขามาค้นพบอยู่ตลอด”

การบริการที่อ่อนโยน เท่ากับ หัวใจสำคัญ

จีเอ็ม ดุสิตธานี พัทยา ยอมรับว่า แม้หลายๆ โรงแรมในพัทยา จะมีไฮไลท์ใหม่ๆ อาทิ เครื่องเล่นสวนน้ำขนาดใหญ่ ใช้เป็นจุดเด่นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว ทว่า สำหรับ ดุสิตธานี พัทยา แล้ว นอกจากเราจะมีสระว่ายน้ำ และฟิตเนสเซ็นเตอร์ ที่ทันสมัยในการรองรับลูกค้า แล้ว แต่เราก็ยังมีหัวใจสำคัญอีกสิ่ง ที่เรียกว่า สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง (Key differentiator) คือ “Gracious Hospitality” หรือการบริการที่อ่อนโยน อบอุ่น และใส่ใจในแบบไทย “โดยเฉพาะกลยุทธ์ Personalized Service ที่เน้นตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล เราอยู่ใน People Business หรือ ธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยคนเพื่อดูแลคน สิ่งที่ทำให้ลูกค้ายังคงเลือกกลับมาหาเราซ้ำ ๆ คือ ความประทับใจในตัวพนักงานของเรา”

“ขณะเดียวกัน เรายังมีไฮไลท์ในเรื่องของ “ประสบการณ์ด้านอาหาร” (Gastronomy Experience) โดยเชฟใหญ่ (Executive Chef) ของเราเพิ่งได้รับรางวัลชนะเลิศเป็น “เชฟผู้พิชิต” จากรายการเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย (Iron Chef Thailand) มาเมื่อต้นปีนี้ ทีมครัวของเรามีความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบเมนูใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งนี่เป็นอีกหนึ่งจุดขายที่สร้างความประทับใจให้ทั้งผู้เข้าพักและลูกค้าภายนอก”

เทรนด์ Wellness กับการฮีลใจ

ในยุคปัจจุบัน เทรนด์ Wellness หรือ การดูแลสุขภาพ เรียกว่า กลับมาเป็นที่ให้ความสนใจอีกครั้ง ในประเด็นนี้ ดุสิตธานี พัทยา ก็ถือได้ว่า ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง “เรื่องสุขภาพและสุขภาวะ (Well-being) เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบันเรามีทีม Wellness ที่คอยคิดค้นและนำเสนอโปรแกรมใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะเราเชื่อว่าสุขภาพที่ดีต้องประสานกันทั้งร่างกายและจิตใจ (Physical & Mental Wellness)” มร.โธมัส กล่าว

“​นอกจากการออกกำลังกาย วิ่ง หรือคลาสฟิตเนสแล้ว เรายังนำเทรนด์สุขภาพระดับโลกมาให้บริการ เช่น Ice Bath (การแช่บำบัดด้วยความเย็น) และ Tibetan Sound Bath (การบำบัดด้วยคลื่นเสียงจากขันธิเบต) เพื่อช่วยให้จิตใจเบื้องลึกของลูกค้าได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง รวมถึงที่ห้องอาหารของเราก็มีเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ (Wellness Menu) คอยบริการ เพื่อให้ลูกค้าได้รับสารอาหารที่ดีควบคู่ไปกับการพักผ่อน”

CSR เพื่อชุมชน และสังคม

เช่นเดียวกับ นโยบาย เรื่องของความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) ที่ผ่านมา ซึ่งผู้บริหาร ยอมรับว่า “การทำ CSR สำหรับเราไม่ใช่กิจกรรมที่ทำแค่ปีละครั้งเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่เป็นสิ่งที่เราทำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี (Continuous Project) ตั้งแต่มกราคม ถึง ธันวาคม ทั้งกิจกรรมขนาดเล็กและขนาดใหญ่ เพราะเราเชื่อว่าเมื่อเราดำเนินธุรกิจในชุมชน เราต้องส่งมอบสิ่งดี ๆ คืนกลับสู่ชุมชนด้วย โดย​กิจกรรมปกติของเรามีตั้งแต่การร่วมมือกับภาคีเครือข่ายท้องถิ่นในการทำความสะอาดชายหาด (Beach Cleaning) การไปเลี้ยงอาหารและมอบความสุขให้เด็ก ๆ ที่สถานสงเคราะห์และบ้านพักคนชรา อย่างในช่วงเทศกาล คริสต์มาส เราก็จะเชิญน้อง ๆ จากบ้านเด็กกำพร้า มาร่วมแสดงพลังขับร้องเพลงคริสต์มาสแครอล ที่ห้องอาหารของเรา เพื่อสนับสนุนศักยภาพและการแสดงออกของเด็ก ๆ อยู่เสมอ”

นอกจากนี้  เรายังมีกิจกรรมไฮไลท์ที่าทำเป็นประจำทุกปี และที่ภูมิใจมาก คือ “ตลาดชุมชน” (Local Community Market) โดยเราจะเปิดพื้นที่ภายในสวนอันร่มรื่นของโรงแรม เชิญชวนชาวบ้านและผู้ผลิตสินค้าท้องถิ่นให้นำสินค้าหัตถกรรมและของดีเมืองพัทยาเข้ามาเปิดบูธจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยทางโรงแรม ไม่มีการเก็บค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งจัดการระบบ Setup พื้นที่ให้ทั้งหมด เพื่อให้รายได้ทั้งหมดเข้าสู่กระเป๋าของคนในชุมชนโดยตรง เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น” ผู้บริหารโรงแรม กล่าวปิดท้าย

ทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการพูดคุย กับผู้บริหาร โรงแรมดุสิตธานี พัทยา ที่เชื่อว่า หลายคนจะได้นำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาธุรกิจของผู้ประกอบการ และนักลงทุน ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องของการดำเนินธุรกิจ เท่านั้น ทว่า ยังต้องให้ความสำคัญ และใส่ใจ ในชุมชน และสังคมรอบตัว เพื่อให้ธุรกิจได้เติบโตอย่างสง่างาม และยั่งยืนตลอดไป /-

 

 

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ