หนี้สินไม่ใช่เรื่องน่ากลัว! เจาะลึกข้อดี-ข้อเสียของการกู้เงินทำธุรกิจ
ในมุมมองของการเงินส่วนบุคคล ‘หนี้สิน’ อาจฟังดูเป็นเรื่องน่ากลัวและเป็นภาระ แต่ในมุมของธุรกิจ หนี้สินเปรียบเหมือนเป็นตัวช่วยที่สำคัญ วันนี้ Build Me Up Consultant จะเทียบให้เห็นชัดๆ ว่าการกู้เงินมาลงทุนมันมีข้อดีและข้อเสียยังไงบ้าง
ข้อดีของการใช้เงินกู้ในการทำธุรกิจ
- เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน เป็นองค์ประกอบสำคัญในการดำเนินธุรกิจ การมีเงินทุนหมุนเวียน นั่นหมายถึงธุรกิจมีเงินเพียงพอสำหรับใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น มีเงินไปเป็นต้นทุนสำหรับงานเจ้าใหม่ มีเงินสั่งสินค้ามาเก็บในสต๊อกให้พอขาย มีเงินชำระหนี้ตามกำหนด ดังนั้นการกู้เงินทำธุรกิจเพื่อเพิ่มเงินทุนหมุนเวียน จึงถือเป็นทางเลือกที่ช่วยผลักดันธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้
- การกู้เงินทำธุรกิจเป็นการกระจายความเสี่ยงในการลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าเรานำเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาลงทุนทั้งหมด หากธุรกิจมีปัญหาหรือสะดุดกลางคัน มีโอกาสสูงที่ผู้ประกอบการอาจถึงขั้นหมดตัว แต่ถ้าเรากระจายความเสี่ยงด้วยการกู้เงินทำธุรกิจ เมื่อธุรกิจมีปัญหายังมีเงินสำรองพอให้ธุรกิจอยู่รอดได้
- เพิ่มโอกาสการขยายธุรกิจ เมื่อธุรกิจประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ ผู้ประกอบการจะเริ่มมองหาโอกาสขยายธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น เช่น การรับงานสเกลใหญ่ขึ้น การเพิ่มประเภทสินค้าที่ขาย การขยายขนาดออฟฟิศ ซึ่งการจะขยายธุรกิจนั้นต้องมีเงินทุน ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเตรียมความพร้อมด้านเงินทุนด้วยการกู้เงินทำธุรกิจ
- กู้เงินทำธุรกิจจะช่วยลดต้นทุน เป็นการกู้เงินเพื่อเพิ่มเงินทุนให้สามารถสั่งซื้อวัตถุดิบอุปกรณ์สำหรับผลิตสินค้าทีละล็อตใหญ่ ซึ่งจะได้ราคาที่ถูกกว่าซื้อที่ละชิ้นหรือซื้อทีละเล็กน้อย ช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตไปได้
- การใช้เงินคนอื่นมาลงทุน หากธุรกิจนั้นทำกำไรได้มากกว่าดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ส่วนต่างกำไรที่เหลือจะตกเป็นของผู้ถือหุ้นเดิมทั้งหมด ทำให้ อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE – Return on Equity) พุ่งสูงขึ้น เช่น หากกู้เงินมาโดยเสียดอกเบี้ย 5% แต่นำไปลงทุนสร้างผลกำไรได้ 15% กำไรส่วนต่างอีก 10% ที่เหลือก็จะกลายมาเป็นผลตอบแทนที่ผู้ถือหุ้นได้รับไปเต็มๆ
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี หากเป็นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล การกู้เงินมีข้อดีทางบัญชีและภาษีที่สำคัญมาก คือ ดอกเบี้ยกู้ยืมสามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทเสียภาษีนิติบุคคลน้อยลง
ข้อเสียของการใช้เงินกู้ในการทำธุรกิจ
- สร้างภาระผูกพันทางการเงินที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าเดือนนั้นบริษัทจะขายดี หรือยอดขายตกจนขาดทุน ดอกเบี้ยและเงินต้นก็ยังเป็นรายจ่ายคงที่ (Fixed Cost) ที่ต้องจ่ายให้ตรงตามกำหนดเวลาเสมอ
- เพิ่มความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หากธุรกิจคาดการณ์รายได้ผิดพลาด เก็บเงินจากลูกหนี้การค้าไม่ได้ตามกำหนด หรือมีเรื่องฉุกเฉินที่ต้องใช้เงินสดก้อนใหญ่ ภาระหนี้ก้อนนี้จะกลายเป็นตัวเร่งให้บริษัทขาดสภาพคล่องอย่างรวดเร็ว หากผิดนัดชำระหนี้บ่อยครั้ง ทำให้เกิดการเสียเครดิต โดนฟ้องร้อง หรือร้ายแรงที่สุดคือการล้มละลาย
3 กระทบต่อความน่าเชื่อถือและการกู้ยืมในอนาคต หากบริษัทพึ่งพาการกู้เงินมากเกินไป จะทำให้ตัวเลข สัดส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) สูงขึ้น ในมุมมองของธนาคารหรือสถาบันการเงิน จะมองว่าธุรกิจของคุณมีความเสี่ยงสูง หากในอนาคตต้องการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อขยายกิจการอีก ก็จะทำได้ยากขึ้น หรืออาจต้องยอมรับอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าปกติ
- เสี่ยงต่อการสูญเสียทรัพย์สินค้ำประกัน สำหรับการกู้ยืมของธุรกิจทั่วไป โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สถาบันการเงินมักจะเรียกร้องให้มี หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน หรือแม้ทรัพย์สินส่วนตัวของกรรมการบริษัท หากธุรกิจไปไม่รอดและไม่สามารถชำระหนี้ได้ ทรัพย์สินก็มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกยึดเพื่อนำไปทอดตลาด
จะเห็นได้ว่าในโลกของการทำธุรกิจ หนี้สินไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัวเสมอไป หากมองในมุมของการบริหารการเงิน การกู้ยืมเปรียบเหมือนเครื่องมือที่ช่วยขยายกิจการได้ไวขึ้น และยังช่วยรักษาสภาพคล่อง แต่ในขณะเดียวกัน หนี้สินก็เป็นภาระผูกพันคงที่และความเสี่ยง หากธุรกิจสะดุดก็อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและทรัพย์สินค้ำประกันได้ สำหรับเจ้าของธุรกิจท่านใดที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับหนี้สิน หรือต้องการวางระบบเอกสารบัญชีให้ถูกต้อง สามารถปรึกษาและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-1251363 Facebook : Build Me Up Consultant Line : @bmu001
