สุนันทา กังวานกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมฯ มองตลาดจีนครึ่งหลังปี 2569
แม้จีนจะไม่ใช่ตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย แต่ก็เป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สินค้าไทยส่งไปจำหน่ายเป็นจำนวนไม่น้อย มาถึงวันนี้จึงอยากทราบว่าช่วง 5 เดือนที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง
ต้องบอกว่าว่าช่วง 5 เดือนแรกการส่งออกของไทยค่อนข้างสดใสเพราะเติบโตถึง 30% และเราสามารถรักษาตลาดจีนได้อย่างดีในฐานะคู่ค้าอันดับ2ของไทย ไทยส่งไปจีนเพิ่มขึ้น 13% จากมูลค่าการค้าโดยรวม 30% สินค้าสำคัญของไทยคือสินค้าเกษตร เช่น ผลไม้สด แช่เย็น แช่แข็ง และแหง้เพิ่มขึ้น 69% สินค้าอุตสาหกรรมการเกษตรเติบโต 161% สินค้าอุตสาหกรรมอื่นๆก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญเช่น ทองแดงและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากทองแดงโต 95% วงจรพิมพ์(PCB)โต 48%
สินค้าเกษตรไทยอย่างทุเรียนยังไปได้ดี แต่ส่วนใหญ่เราก็ยังนำเข้าจากจีนมากกว่าส่งออก
ใช่ค่ะ แต่สินค้าที่นำเข้าจากจีนเราก็เอามาใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตต่อด้วย เช่นเครื่องจักร เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เอาเข้ามาผลิตเพื่อการส่งออก
สินค้าที่ส่งออกไปจีนในกลุ่มสินค้าเกษตรที่เราเป็นเจ้าตลาดอยู่ สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงพาณิชย์ที่สนับสนุนและผลักดันมาก โดยเฉพาะปีนี้ความที่ผลผลิตทุเรียนออกมาเยอะ ท่านรองนายกฯและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้มอบเป้าหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศว่าต้องทำตลาดให้ได้ 1 ล้านตันซึ่งท้าทายอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมากรมฯก็ทำกิจกรรมส่งเสริมสินค้าเกษตรไทยไปจีนอยู่แล้วอย่างหลากหลายในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา รวมทั้งไปร่วมงานกับจีนซึ่งจีนจัดอยู่เป็นประจำทุกปี ในแต่ละมณฑลก็มีหลายงานซึ่งเราพาผู้ประกอบการไทยไปร่วมงานด้วย
นอกจากนี้ก็มีงานที่กรมฯจัดขึ้นในจีนอย่างหลากหลายเพื่อส่งเสริมสินค้าไทยทุกด้าน รวมทั้งเรื่องศิลปวัฒนธรรมที่เป็นซอฟท์พาวเวอร์ เช่น มวยไทย ที่ทำให้กางเกงมวยไทยและสินค้าต่างๆขยายตลาดได้ดี นอกจากนี้ก็มีการทำIn-store Promotin และใช้KOLมาช่วยโปรโมทสินค้าด้วย
สิ่งหนึ่งที่น่าดีใจคือเราเพิ่งจัดวานTHAIFEX – ANUGA ASIA 2026 ไปเมื่อวันที่ 26-31 พฤษภาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้ประกอบการจีนให้ความสนใจมากทั้งร่วมออกบูธและเป็นผู้เข้ามาซื้อสินค้า ทำให้ความสัมพันธ์ด้านการค้ากับจีนยังเป็นความสัมพันธ์ที่ดีและเหนียวแน่น
ที่ผ่านมาทราบว่ากรมฯจัดกิจกรรมสินเสริมสินค้าไทยไปทั่วจีน
เราบุกทั้งตลาดเมืองหลักและเมืองรอง แต่เมืองรองยังไปไม่ค่อยถึงเพราะประเทศเขากว้างใหญ่มาก ประชากรจำนวนมาก ส่วนใหญ่ที่เราค้าขายคือเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออก แต่เมืองด้านในเราก็ไปถึงแต่ยังไม่ได้ลงไปทำตลาดอย่างจริงจัง ปีนี้เราจะลงไปทำตลาดเมืองให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น
เรื่องIn-store Promotion นั้นเรามีความเข้มแข้งมาก เพราะผู้ประกอบการของจีนโดยเฉพาะทางด้านห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตของจีนเขาไว้วางใจในคุณภาพของสินค้าไทยมาก เราจึงทำความร่วมมือกับห้างต่างๆหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตอย่าง “โอเล่” ซึ่งเป็นระดับไฮเอ็นของจีนแล้วได้รับผลตอบรับที่ดีมาก เช่นเมื่อเดือนเมษายนไปจัดโปรโมทผลไม้ไทย เห็นคนจีนมายืนต่อแถวซื้อทุเรียนไทยซึ่งตั้งราคาไว้พอสมควร แต่คนซื้อบอกว่า “ราคานั้นไม่เกี่ยง” เพราะยอมรับและชื่นชมในสินค้าของเรา
ทุเรียนไทยขายดีในจีนจนตอนนี้ทั้งเวียดนาม มาเลเซีย และกัมพูชา พยายามส่งทุเรียนบ้านเขาไปขายแข่งในจีน
สินค้าอะไรที่ขายดีย่อมีมีคู่แข่งแต่สิ่งที่เราต้องทำคือการรักษาคุณภาพ แต่มั่นใจว่าทุเรียนไทยจากภาคตะวันออกทั้งจันทบุรีหรือระยองเป็นทุเรียนที่มีคุณภาพสูงและผู้บริโภคให้การยอมรับ เมื่อเดือนเมษายนได้มีโอกาสเดินทางไปดูการขนทุเรียนไทยผ่านเส้นทางเวียดนามไปยังจีน พบว่าทางเวียดนามเขามีการพัฒนาทางด้านโลจิสติกส์สูงขึ้นมากต่างจากเมื่อ 3 ปีก่อน ทางนครพนมผ่านเมืองหล่างเซิงของเวียดนามไปผ่านด่านโหยวอี้กวนเพื่อเข้าที่เมืองหนานหนิงของจีน ตอนแรกเราก็กังวลว่าเมื่อเวียดนามทำโลจิสติกส์พาร์กของเขาแล้วสินค้าของเราจะเป็นยังไง แต่เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพสูงจึงไม่มีการตรวจ ผ่านด่านเวียดนามเลยภายใน 24 ชั่วโมง ในขณะที่สินค้าเวียดนามมีการตรวจสอบ และเมื่อไปที่ด่านของจีนเขาจะใช้การสุ่มตรวจซึ่งเป็นเรื่องปกติ
เมืองรองของจีนซึ่งเป็นเมืองด้านในฝั่งตะวันตกเมื่อก่อนถูกเมินว่าไปยากและไม่มีกำลังซื้อ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนามาก
ยอมรับว่าเมื่อก่อนเรายังไม่ตั้งเป้าทำตลาดอย่างจริงจัง แต่สองเดือนก่อนไปเยือนเมืองรองของจีนพบว่า ขนาดเมืองรองบางเมืองก็มีประชากร100ล้านคนซึ่งใหญ่กว่าประเทศไทยมาก เช่นที่เมืองเจิ้งโจว มณฑลเหอหนาน มีกลุ่มซีพีไปลงทุนนานแล้ว และทราบว่าบริษัทส.ขอนแก่นกำลังจะไป หรือที่เมืองลั่วเหอนี้ถือว่าเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของจีน มีวิสาหกิจทางด้านอาหารกว่า 7,000 แห่ง ถ้าไทยเข้าไปที่เมืองนี้จะเป็นการเชื่อมและขยายโอกาสของเราได้มากขึ้น ลั่วเหอจัดงาน Food Expo เมื่อต้นปีมีประเทศต่างๆโดยเฉพาะในอาเซียนไปร่วม ของไทยเราได้รับเกียรติเป็น Honor Booth และได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาในงาน ก็ได้เห็นศักยภาพและความร่วมมือในการทำตลาดทั้งส่งออกและนำเข้าวัตถุดิบที่มีคุณภาพมาผลิตเพื่อการส่งออก
กรมมีสำนักงานผู้แทนการค้าพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ 58 แห่งทั่วโลก ในจำนวนนี้อยู่ในจีน 8 แห่ง ดูเหมือนมากแต่เมื่องเทียบกับภารกิจและเป้นหมายที่จะขายตลาดการค้าโดยเฉพาะในเขตเมืองรองแล้วอนาคตจำเป็นต้องเพิ่มสำนักงานหรือบุคคลากรในจีนขึ้นอีก
มองครึ่งปีหลัง2569 บรรยากาศการค้าโลกและการค้าจีนจะดีขึ้นไหมหลังการพบกันของผู้นำสหรัฐอเมริกาและจีนที่ปักกิ่ง
เศรษฐกิจของไทยไม่ได้ใหญ่มากเราพึ่งพาการส่งออกค่อนข้างสูง ถ้าบรรยากาศการค้าในโลกดีเราก็ยินดีและดีใจเพราะจะช่วยส่งเสริมการค้าของไทยไปด้วย การที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไปเยือนจีนคือการส่งสัญญาณในเชิงบวกทำให้โลกผ่อนคลาย ทั้งจีนและสหรัฐฯเขาก็มองเรื่องนี้เพราะต่างคือคู่ค้ารายใหญ่ของกันและกัน จึงพยายามหาทางประนีประนอมกัน รอบนี้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องการค้าการลงทุนเพื่อช่วยกันแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ต่างรู้ว่าถ้าไม่สามารถสร้างสันติภาพทางด้านการค้าขึ้นได้ก็จะไปกระทบหนักต่อเศรษฐกิจ มีการอลุ้มอล่วยกันเยอะ จีนบอกว่าจะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯมากขึ้น สหรัฐฯก็จะเลิกแบนสินค้าจีน แต่ยังมีติ่งเรื่องมาตรา 301 ของสหรัฐที่มองเรื่องการค้าไม่เป็นธรรม ซึ่งไทยก็โดนด้วย ซึ่งต้องติดตามใกล้ชิดว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร
มีปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เช่นสงครามตะวันออกกลาง และนักวิชาการบางท่านว่ากำลังซื้อของจีนยังไม่กลับมาเหมือนเดิม
ความไม่สงบของตะวันออกกลางเราก็กังวลอยู่เหมือนกันเพราะกระทบไทยเรื่องต้นทุน แต่มองเรื่องการค้าแล้วเราค้าขายกับตะวันออกกลางไม่เยอะสัดส่วนประมาณ 20% และทุกประเทศก็เจอผลกระทบด้านต้นทุนเหมือนกัน ยังดีที่ผู้ประกอบการไทยปรับตัวได้เร็วมากโดยที่ยังสามารถรักษาคุณภาพสินค้าเอาไว้ได้ สินค้าที่ส่งไปจีนนั้นประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก็ผลิตคล้ายๆกัน นอกจากนี้ยังต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการในจีนที่เขาผลิตเหมือนกับไม่มีต้นทุนเลย
จะถือว่าเป็นโชคดีหรือยุทธศาสตร์ไทยที่วางตัวว่าเป็น “ครัวของโลก” ที่ทุกประเทศต้องกินต้องใช้ สินค้าอาหารที่เราผลิตได้เองคือจุดเด่นของไทย ประกอบกับคุณภาพและนวัตกรรมใหม่ซึ่งผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างนวัตกรรมด้านอาหารสูงมาก จึงเป็นจุดแข็งในการที่จะไปแข่งขันด้านการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งกรมให้ความสำคัญเรื่องนี้จึงให้ตราสัญลักษณ์ Thai SELECT แก่สินค้าไทยและร้านอาหารไทยในต่างแดนมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ปีที่ผ่านมามีการยกระดับเป็น 1-3 ดาว โดยมีเงื่อนไขเพิ่มมากขึ้นเพื่อสร้างความแตกต่างของสินค้าร้านอาหารไทย
