สค. กับภารกิจ‘เสริมสร้างพลังสังคม สู่ความเสมอภาคระหว่างเพศ’
ในการจัดงาน เสวนาสัญจร เสริมสร้างพลังทางสังคม เพื่อขับเคลื่อนงานด้านสตรี ครอบครัว และ ความเสมอภาคระหว่างเพศ ที่เกิดขึ้น ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรี และ ครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี นอกจากจะมีเป้าหมายในการมุ่งสร้างสถาบันครอบครัว ให้มีความเป็นปึกแผ่น เพื่อเป็นกลไกในการขับเคลื่อนส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิง และผู้ชาย ตลอดจน การพัฒนาครอบครัวแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศด้วยเช่นกัน
การขับเคลื่อนภารกิจสู่ความต้องการของประชาชน
นางสุดา สุหลง รองอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) เปิดเผยกับ “บางกอกทูเดย์” ว่า ทาง สค.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการให้บริการประชาชนกลุ่มเป้าหมายอย่างทั่วถึง และการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม จึงได้ขับเคลื่อนภารกิจของ สค. ไปสู่การปฏิบัติ เพื่อรองรับความต้องการของประชาชนอย่างตรงจุด หน่วยงานในสังกัด สค. มีทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค
“โดยในส่วนของภูมิภาค เรามีศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว จำนวน 8 แห่ง และสถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ จำนวน 4 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งการจัดงานเสวนา ที่เกิดขึ้นครั้งล่าสุด นี้ ถือเป็นการเป็นการเปิดพื่นที่ให้สื่อมวลชนได้มาเห็นการทำงานจริง ณ ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวภาคกลาง จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็น หนึ่งในศูนย์เรียนรู้ฯ ทั้ง 8 แห่ง ที่เรียกว่า มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของสตรี และ ครอบครัว รวมถึง การเป็นศูนย์กลางถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการพัฒนาสตรีและครอบครัว ในระดับพื้นที่ สำหรับดำเนินการฝึกอบรมอาชีพให้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่ขาดโอกาสทางสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมการจัดสวัสดิการและบริการด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างโอกาสในการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ตลอดจน สื่อฯ เอง ยังมีความสำคัญที่จะมาช่วยเผยแพร่ประชาสัมพันธ์งาน เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าถึงสิทธิ์สวัสดิการตามภารกิจของกรมฯ”
สร้างความเท่าเทียมในสังคม
รองอธิบดีฯ ยังบอกถึงเป้าหมายหลักของ สค. ด้วยว่า ในการเสวนา ยังทำให้ได้เห็นมุมองของสื่อฯ ว่า คิดอย่างไรกับงานของกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว รวมถึง เรื่องของความเสมอภาคระหว่างเพศด้วย “ตรงนี้ เราต้องปรับการทำงานของเราด้วยส่วนหนึ่ง แล้วก็มองว่า สื่อฯ ต้องการข้อมูลหรือ พื้นที่ในการช่วยสนับสนุนประชาสัมพันธ์ ภารกิจของกรมอย่างไรได้บ้าง”
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการทำงาน เพื่อสร้างความเท่าเทียมทางเพศ รองอธิบดี ย้ำว่า ทางกรมฯ ยังได้มีกลไกต่างๆ เข้ามารองรับในส่วนนี้ “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฏหมาย ที่เป็น พ.ร.บ. รวมไปถึง แผนปฏิบัติการต่างๆ ที่ครอบคลุมไปถึงพันธกิจระหว่างประเทศ ที่เราจะต้องปฏิบัติตามแนวทาง เพื่อให้เกิดความเสมอภาคระหว่างเพศด้วย โดยเฉพาะ เรื่องของการปรับทัศนคติ หรือ ความเข้าใจต่อสังคม ที่มีต่อความหลากหลายทางเพศ ซึ่งในส่วนนี้ เราก็มีเงินกองทุน ที่จะให้องค์กร หรือ ภาคีเครือข่าย ได้เข้าถึงงบประมาณส่วนนี้ ไปช่วยในเรื่องของการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ต่อไป โดยหลักๆ ก็คือเรื่องของการปรับทัศนคติ ในเรื่องความเสมอภาค เพื่อเป็นการป้องกัน ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง หรือ การใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ตลอดจนการปฏิบัติต่อเพศที่อ่อนแอกว่า หรือแม้แต่คนที่มีความหลากหลายทางเพศ โดยเน้นย้ำถึงการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และความเสมอภาคทางสังคม”
ต่อประเด็นปัญหาสังคม กับเรื่องของเพศ รองอธิบดี ได้แสดงความเห็นที่น่าสนใจด้วยว่า ที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องของเพศ มักถูกหยิบยก ขึ้นมาเป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการแต่งกายที่ไม่ตรงตามเพศ หรือ แม้แต่การจ้างงานที่ระบุว่า จะต้องเป็นเพศนั้น เพศนี้ เพียงอย่างเดียวโดยเฉพาะ “ทว่า พอมาถึงปัจจุบัน ประเด็นเหล่านี้ ก็ค่อยๆ ลดลง เรียกว่า ไม่ได้เยอะเหมือนแต่ก่อน ซึ่งอาจเป็นเพราะว่า สังคมในบ้านเรา เริ่มเข้าใจในสิ่งเหล่านี้มากขึ้น และเป็นทิศทางที่ดี แต่สำหรับทางกรมแล้ว เรายังคงต้องดำเนินการต่อ เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมและความเสมอภาคอย่างแท้จริงต่อไป เพราะถือเป็นหลักใหญ่ ที่เราต้องปฏิบัติตามพันธกรณีระหว่างประเทศ ซึ่งยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ และยิ่งวันนี้ เรามีกฏหมายออกใหม่ อย่าง การสมรสเท่าเทียม ก็น่าจะเป็นอีกจุดกสำคัญ ที่จะมุ่งไปสู่ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางสังคมมากยิ่งขึ้น”
เปิดโอกาสการเรียนวิชาชีพ
เช่นเดียวกับ การเปิดโอกาสให้มีการเรียนรู้เรื่องวิชาชีพ ถือเป็นส่วนสำคัญ ที่ทางกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว ดำเนินงานมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปี “เราทำงานในส่วนนี้ ควบคู่กับการช่วยเหลือด้านเงินสงเคราะห์ ที่เรามีมุ่งเน้นการให้ความรู้ พร้อมๆ กับการให้อาชีพ ที่จะให้กลุ่มเปราะบาง หรือ คนที่ด้อยโอกาสทางสังคม ได้นำความรู้ไปประกอบอาชีพให้กับตัวเอง พร้อมๆ กับการสร้างความมั่นคง และความยั่งยืนในการดำรงชีวิต ซึ่งหมายถึง การส่งเสริมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตพวกเขาไปด้วย” รองอธิบดีฯ ย้ำด้วยว่า ในแต่ละปี มีคนมากว่า 12,000 คน ได้เข้ามาเรียนรู้จากศูนย์ฯ โดยประมาณ 10,000 คน หรือประมาณ 80% ได้นำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาขีพ สร้างรายได้ให้กับตัวเอง และครอบครัว เพิ่มขึ้น
“การมีอาชีพ นอกจากจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความยั่งยืนให้กับ การดำรงชีวิตแล้ว ยังถือเป็นส่วนสำคัญ ที่นำไปสู่การลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว รวมไปถึง ปัญหาความรุนแรงต่างๆ ในสังคม เพราะถ้าทุกคนมีข้าวกินอิ่ม ความสัมพันธ์ในครอบครัวก็จะดีขึ้น ไม่เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง หรือ การทำร้ายกันอีก และที่ยิ่งไปกว่านั้น ยังช่วยลดปัญหายาเสพติดในกลุ่มเยาวชน อีกด้วย”
Restroom For All
ห้องสุขาสาธารณะสำหรับทุกคน (Restroom For All) เป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่สะท้อนถึงการขับเคลื่อนด้านความเท่าเทียมทางเพศ ซึ่งทางรองอธิบดี เล่าให้ฟังถึงความเชื่อมโยง กับภารกิจการสร้างความเสมอภาค ตามแผนของทางกรมฯ ว่า เป็นส่วนหนึ่งในการเชื่อมโยงทุกคนให้เข้าใจถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ “เรียกว่า เป็นห้องน้ำ ที่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย รวมถึงคนพิการ สามารถเข้าไปใช้บริการได้ ซึ่งภายในยังมีการติดตั้งที่เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก และยังมีโถสำหรับเด็กด้วย ขณะเดียวกัน เรายังมีคู่มือสำหรับบริษัท หรือ องค์กรต่างๆ ที่สนใจได้นำไปใช้ เพราะเรามีผู้เชี่ยวชาญจากคณะสถาปัตยกรรมฯ จากมหาวิทยาลัยเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาช่วยออกแบบ”
“เหตุผลที่เราสร้างห้องน้ำนี้ขึ้นมา เพราะมองว่า ความสุขของคน ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ในห้องน้ำ นั่นหมายความว่า เราจะรู้สึกปลอดภัยทุกครั้ง ที่เข้าไปใช้ห้องน้ำ ไม่ว่าคนนั้น จะเป็นเพศสภาพแบบไหนก็ตาม จะไม่รู้สึกอึดอัด ขณะเดียวกัน ภายในห้องน้ำ ยังมีเรื่องของความสะดวกสบาย โดยเฉพาะ เด็ก กับผู้หญิง ซึ่งถือเป็นการช่วยลดความเหลื่อมล้ำในหลายๆ ด้านด้วย”
อย่างไรก็ดี ในช่วงท้ายของการพูดคุย รองอธิบดีฯ เน้นย้ำว่า วันนี้ทาง กรมฯ หวังว่า ประชาชนจะได้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ถ้วนหน้า “กรมกิจการสตรี และ สถาบันครอบครัว อยากให้ภารกิจ และข้อมูลต่างๆ ที่นำเสนอในวันนี้ ได้ไปถึงกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ทุกคน ได้เข้าถึงสิทธิ์ และได้รับสวัสดิการตามความเหมาะสม และยังมองด้วยว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมดที่ผ่านมานี้ จะเป็นอีกเวทีหนึ่ง ที่ทำให้เกิดช่องทางการสื่อสาร และแพร่กระจายข่าวสาร ของทางกรมฯ ไปถึงประชาชน ในทุกพื้นที่ และได้รับประโยชน์สูงสุดต่อไป”
*************************

