สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“วราวิช กำภู ณ อยุธยา” รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ เปิดใจชูการศึกษา กอบกู้บ้านเมือง

 “วราวิช กำภู ณ อยุธยา”  รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่  เปิดใจชูการศึกษา กอบกู้บ้านเมือง

ความร้อนแรงของสนามเลือกตั้งปี’69 ปะทุส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ซึ่ง “พรรคไทยก้าวใหม่” นับเป็นพรรคใหม่ที่มาแรง เพราะไม่เพียงแต่นำทัพโดย “ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์” หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ แต่แม่ทัพใน “พรรคไทยก้าวใหม่” ล้วนมีความเป็นมืออาชีพ ซึ่งพร้อมรับใช้ชาติบ้านเมือง

นายวราวิช กำภู ณ อยุธยา” รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ด้านการศึกษาที่จะนำมาเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนประเทศว่า การมาจับประเด็นการศึกษาในนามพรรคไทยก้าวใหม่นั้น ทำด้วยหัวใจที่รักในการพัฒนาแวดวงการศึกษาไทย และ กำจัดจุดอ่อนของการศึกษาไทยให้แข็งแรงขึ้น

“จริงๆมาดูแลเรื่องการศึกษา เพราะใจรักด้วย ประเด็นผม คือ พอคนพูดถึงการศึกษา มันจะมองแค่ว่า ประถม มัธยม อาชีวะ มหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ใช่ที่เรามอง เรามองการศึกษาฮิวแมน แคปิตอล ดีเวลลอปเมนท์ (Human Capital Development) คือ การพัฒนาคน เพราะฉะนั้นเราแบ่งคนไทยเป็นคนอนาคต กับ คนปัจจุบัน

คนอนาคตก็คืออยู่ในระบบการเรียนการสอน ที่ยังเรียนอยู่จนจบมหาวิทยาลัย ส่วนคนปัจจุบัน คือ คนที่ไม่ได้เรียนแล้ว  ไม่ได้ทำการศึกษาแล้ว และ ทำงานอยู่ หรือ ประกอบอาชีพ ซึ่งถ้าใครเข้ามาในภาพนี้ เราต้องบอกว่า เราต้องพัฒนาเขาทั้งหมด ไม่ใช่แค่พัฒนาคนในอนาคตเพราะวันนี้เทคโนโลยีมันไปไกลมาก เพราะความรู้เก่าขึ้น ถ้าเราไม่พัฒนาคนไทยที่ทำงานอยู่ ซึ่งวันนี้มันเกิดปัญหานั้นอยู่ ปัญหาเศรษฐกิจมันถึงล้มละลาย เพราะฉะนั้น นั่นคือภาพที่เรามองทั้งสองทาง

คนอนาคตก่อน คนอนาคตคืออะไร ภาพใหญ่ๆเราไม่พูด แต่คนตัวเล็ก หรือ เอสเอ็มอี หรือ เกษตรกร อย่างเกษตรกรมี 8 ล้าน เอสเอ็มอี มี 3 ล้าน คนเหล่านี้ เข้าถึงเทคโนโลยีน้อยมาก หรือ ไม่เข้าถึงเลย เพราะฉะนั้น เกษตรกรเราจึงจน จนถึงจนตลอดเวลา เอสเอ็มอีก็มีปัญหาตลอดเวลา มันพิสูจน์ทราบได้แล้วว่า เราช่วยเขา เอาเทคโนโลยีไปให้เขา อย่างชาวนาบ้านเรา ปลูกข้าวได้ 300 กว่ากิโล เวียดนามปลูกได้ 700 กว่ากิโล เพราะเทคโนโลยีล้วนๆ เพราะฉะนั้น พรรคเราจะมีเทคโนโลยีในการช่วยคนเหล่านี้ ให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น”

ขณะที่ภาพลักษณ์ของการศึกษาไทยนั้น ดูเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับสนามเลือกตั้ง เพราะพรรคการเมืองแต่ละพรรคจะต้องตีโจทย์ให้แตก โดยรองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ซึ่งมากำกับดูแลนโยบายด้านการศึกษา ถึงกับบอกว่า การศึกษาไทยแก้ไขไม่ยาก ขอให้แก้ให้ถูกจุด

“ภาพการศึกษาที่ทุกคน เจอใครก็ไปบอก ขายไม่ได้ ขายไม่ได้ จะอธิบายให้ฟังว่า คน คือ ต้นน้ำของเศรษฐกิจ อย่างวันนี้ ผมมั่นใจว่า แตะเอไอบ้าง ไม่มากก็น้อย นี่คือการอัพสกิลตัวเอง รีสกิลตัวเอง เพราะฉะนั้น ในอนาคตอันใกล้ หรือ เดี๋ยวนี้ก็ตาม อัพสกิลตัวเอง รีสกิลตัวเอง อาจไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น รัฐบาลต้องช่วยเรื่องตรงนี้ตลอดเวลา นี่คือ ภาพของคนปัจจุบัน

ทีนี้ คนอนาคต ว่าด้วยเรื่องการศึกษา ก็คือ คุณภาพ การเข้าถึง และ ความปลอดภัย และ ความสุข คุณภาพคืออะไร คือ คุณภาพการศึกษาที่ทันสมัย ที่เป็นปัจจุบัน ณ วันนี้ การศึกษาเราไม่มีคุณภาพ และ ไม่เป็นปัจจุบัน ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น เอาง่ายๆก่อนไม่เป็นปัจจุบันก็คือ สมัยผมต้องฟัง จด ท่อง สอบ สมัยนี้ก็ยังฟัง จด ท่อง สอบ ซึ่งมันไม่เป็นปัจจุบัน ทั่วโลกสถานศึกษาที่มีคุณภาพเขาไม่ฟัง จด ท่อง สอบ กันแล้ว เขาสอนให้เด็กคิด และ นำองค์ความรู้อย่างอื่นเติมเข้าไป เราไม่ต้องไปเปลี่ยน และ อย่าห่วงเรื่องหลักสูตร หนึ่งบวกหนึ่งยังต้องเป็นสองอยู่ ซีเอทีแคท เป็นแนวเดียว แต่การได้มาซึ่งองค์ความรู้นั้น บ้านเราไม่รู้เจอรู้หรือเปล่า

เช่น สองหนึ่งสอง สองสองสี่ คือ ฟัง จด ท่อง สอบ คือ ถ้าคุณฟังเก่ง ท่องเก่ง สอบเก่ง เป็นคนเก่ง ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่ เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องไปเปลี่ยนคุณภาพให้ทันสมัย และ เป็นปัจจุบันก็คือ วิธีสอนของครูทั้งประเทศ ให้เขาสอนแบบให้เด็กทั้งประเทศให้คิดได้ วิเคราะห์ได้ แก้ปัญหาได้ มีความคิดสร้างสรรค์ และ ที่สำคัญที่สุด สำหรับเด็กคือ เรียนรู้ที่จะเรียนรู้ เพราะพอคุณจบมหาวิทยาลัย อีก 3 ปี ความรู้เก่าแล้ว คุณต้องเรียนรู้ที่จะเรียนรู้ได้ เรียนรู้ไม่มีวันจบแล้วตอนนี้ เขาเรียกเรียนรู้ตลอดชีวิต อันนี้ของจริง

สอง การเข้าถึง ต้องฟรี! สมัยนี้ต้องวงเล็บด้วยว่า จริง เพราะคำว่า ฟรี มีจริง กับ ไม่จริง ซึ่งอันนี้เป็นนโยบายของพรรค เรียนฟรีจริงถึงปริญญาตรี และ ต่อเนื่องกัน สืบเนื่องกัน ปริญญาตรี 5 ปี พอ ยกเว้นวิชาชีพบางวิชาชีพ เช่น หมอ เช่น วิศวกรบางสาขา ส่วนคอมพิวเตอร์ไม่ต้อง 3 ปีพอ เพราะอีก 3 ปี ใช้ไม่ได้แล้ว ความรู้คุณ โปรแกรมนี้เปลี่ยนภาษาหมดแล้ว  คุณก็ต้องไปเรียน แต่คุณมีลอจิกส์ มีเบสิก คุณไปเรียต่อได้ ไปเรียนเพิ่มได้ ซึ่งต้องเรียนตลอดเวลา นี่คือ ปริญญาตรีฟรี 3 ปี แต่แน่นอนคุณหมอคงไม่ได้ บางวิชาชีพ ไม่ได้ ก็คือ การเข้าถึง

การเข้าถึง วนกลับไปที่คุณภาพเมื่อกี้ ผมเกลียดที่สุดคือ โรงเรียนดีประจำจังหวัด พรรคไทยก้าวใหม่จะทำโรงเรียนดีได้ ใกล้บ้าน หันหน้าไปโรงเรียนดี ไม่ใช่ต้องผ่านจากตำบลนี้ไปจังหวัด เหตุผลที่โรงเรียนดีประจำจังหวัดมีปัญหา โรงเรียนใกล้บ้านไม่มี เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาล้านกว่าคน เพราะพ่อแม่ไม่ดูโรงเรียนตัวเอง อย่าส่งลูกไปดีกว่า เพราะฉะนั้นนี่คือคำว่าเข้าถึง เพราะนอกจากฟรีแล้วต้องเท่าเทียมด้วย ไม่มีความเหลื่อมล้ำด้านมาตรฐานการศึกษา

นายวราวิชทิ้งท้ายว่า สุดท้ายการพัฒนาระบบการศึกษาไทย คือ “ปลอดภัย และ มีสุข” ซึ่งการเข้าถึง หมายถึงคนในปัจจุบัน และ การเข้าถึงก็ต้องรีสกิล (Reskill) อัพสกิล (Upskill) และ สุดท้ายเด็กต้องเลิกเจอไฟดูดตาย และ เด็กต้องเลิกตายในรถโรงเรียน ซึ่งทำได้ร้อยเปอร์เซนต์ ซึ่ง “พรรคไทยก้าวใหม่” ยืนยันว่าทำได้ว่าทำได้ร้อยเปอร์เซนต์ และ สิ่งที่เราจะทำคืออาหารเช้าของเด็กประถม เพราะ 60-70% ของเด็กไทยไม่ได้ทานอาหารเช้า

############

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ