สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

‘ลูกสาวกำนัน’ เวทีประกวดเล็กที่ไม่เล็ก พื้นที่ให้เยาวชนแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ (ตอน 2)

 ‘ลูกสาวกำนัน’ เวทีประกวดเล็กที่ไม่เล็ก  พื้นที่ให้เยาวชนแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ (ตอน 2)

            คำถามไม่ควรเป็น “ข้อสอบจอหงวน” : หนึ่งในช่วงเวลาที่ถูกจับตามองมากที่สุดบนเวทีประกวด คงหนีไม่พ้น “การตอบคำถาม” เพราะเพียงไม่กี่นาที ผู้เข้าประกวดต้องรวบรวมทั้งสติ ความคิด และความกล้า ถ่ายทอดออกมาผ่านไมโครโฟนต่อหน้ากรรมการและผู้ชมจำนวนมาก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งคือ คำถามบนเวทีถูกตั้งให้ยากเกินวัย จนบางครั้งคล้ายกำลังทดสอบความรู้มากกว่าค้นหาศักยภาพของเยาวชน

การประกวด “ลูกสาวกำนัน” ในปีนี้จึงปรับแนวทางการตั้งคำถามให้สอดคล้องกับวัยและประสบการณ์ของผู้เข้าประกวด โดยได้รับความอนุเคราะห์ในการจัดทำแนวคำถามจาก ดร.จุมพล โพธิสุวรรณ แห่งสำนักข่าวบางกอกทูเดย์ แบ่งโจทย์ออกเป็นหมวดหมู่ และเน้นคำถามที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงความคิด เพราะจุดประสงค์ของการตอบคำถามไม่ใช่การค้นหาว่าใครมีความรู้ระดับ “สอบจอหงวน” หากแต่ต้องการมองให้เห็น ปฏิภาณไหวพริบ กระบวนการคิด ทักษะการสื่อสาร และมุมมองที่มีต่อสังคมและชุมชน

คำถามที่ดีจึงไม่จำเป็นต้องมีคำตอบสำเร็จรูปว่า “ถูก” หรือ “ผิด” เด็กบางคนอาจเกิดอาการ “ช็อตไมค์” เพราะความตื่นเต้น โดยเฉพาะเมื่อเป็นเวทีแรกในชีวิต แต่นั่นไม่ควรถูกมองว่าเป็นความล้มเหลว ตรงกันข้าม มันคือบทเรียนที่หาไม่ได้จากห้องเรียน เป็นโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้การควบคุมความกดดัน รู้จักข้อบกพร่องของตนเอง และนำกลับไปพัฒนาสำหรับเวทีต่อไป

            “คำตอบสุดท้าย” ไม่ควรลบผลงานทั้งหมดที่ผ่านมา : อีกประเด็นที่ อ.ปุ๋ย มักย้ำกับคณะกรรมการคือ “อย่าตัดสินผู้ชนะจากคำตอบสุดท้ายเพียงคำตอบเดียว” เพราะหลายเวทีเมื่อเข้าสู่รอบ 3 คนสุดท้าย ทุกสายตาจะพุ่งไปที่ Final Question จนผู้ที่ตอบดีที่สุดในช่วงเวลาไม่กี่นาทีถูกมองว่าควรคว้ามงกุฎทันที ทั้งที่หากวัตถุประสงค์ของเวทีต้องการค้นหาผู้หญิงที่มีทั้งความงาม บุคลิกภาพ ความสามารถ และปฏิภาณไหวพริบ การตัดสินก็ควรมอง “ภาพรวม” ของการแข่งขันทั้งหมด ไม่ใช่ใช้คำตอบเพียงหนึ่งคำตอบมาตัดสินทุกสิ่งที่ผู้เข้าประกวดทำมาตลอดทั้งคืน ผู้เข้าประกวดที่โดดเด่นมาตลอดอาจตอบคำถามสุดท้ายได้ไม่ดีที่สุดเพราะความตื่นเต้นเพียงไม่กี่วินาที หากนำช่วงเวลานั้นไปลบคะแนนหรือความโดดเด่นทั้งหมดที่ผ่านมา ผลการตัดสินก็อาจไม่สะท้อนเป้าประสงค์ที่แท้จริงของเวที ดังนั้น ก่อนเริ่มการแข่งขัน กรรมการทุกคนควรเข้าใจตรงกันว่า “เรากำลังมองหาคนแบบไหน”

ขณะเดียวกัน กรรมการไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันทุกคน เพราะ “ความงามไม่มีสูตรสำเร็จ” ความสวยในสายตาของคนหนึ่งอาจแตกต่างจากอีกคนหนึ่งได้โดยไม่มีใครผิด หน้าที่ของประธานกรรมการจึงไม่ใช่การทำให้ทุกคนเลือกผู้เข้าประกวดคนเดียวกัน แต่คือการทำให้กรรมการเข้าใจเป้าประสงค์ หลักเกณฑ์ และมาตรฐานเดียวกันก่อนเริ่มตัดสิน โดยปีนี้มีกรณีคะแนนเท่ากันเกิดขึ้นจริง และประธานกรรมการต้องทำหน้าที่ชี้ขาดตามกติกาที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น

            ไม่กระจายรางวัล เพราะหลักง่าย ๆ คือ “ใครดี ใครได้” : อีกแนวคิดสำคัญของเวทีคือ ไม่จำเป็นต้อง “เฉลี่ยรางวัล” เพื่อให้ผู้เข้าประกวดหลายคนได้รับตำแหน่งและทำให้ทุกฝ่ายพอใจ หากคนหนึ่งทำผลงานโดดเด่นและเหมาะสมกับหลายรางวัล ก็ควรได้รับรางวัลเหล่านั้นตามความสามารถจริง ปีนี้ หมายเลข 9 “ณัฐธิดา บุญห้อ” จาก ต.ท่ามะพลา ผู้คว้ารางวัล Sport Girl” ยังสามารถคว้าตำแหน่งชนะเลิศ “ลูกสาวกำนัน” มาครอง ขณะที่ หมายเลข 7 “จิดาภา บุญเพนียด” จาก ต.แหลมทราย เจ้าของรางวัลขวัญใจมหาชน คว้ารองชนะเลิศอันดับ 1 และ หมายเลข 10 “รัชนีกร ดำมี” จาก ต.หาดยาย คว้ารองชนะเลิศอันดับ 2 ผลลัพธ์ดังกล่าวสะท้อนแนวคิดตรงไปตรงมาว่า “ใครทำได้ดี คนนั้นก็ควรได้” โดยไม่จำเป็นต้องสร้างความสมดุลเทียมด้วยการแบ่งรางวัล

            มงกุฎตัดสินเพียงหนึ่งคืน ไม่ได้ตัดสินทั้งชีวิต : เหนือกว่าเทคนิคการประกวด สิ่งที่ อ.ปุ๋ย ให้ความสำคัญที่สุดคือ “ทัศนคติ” โดยมักบอกทั้งผู้เข้าประกวดและกองเชียร์เสมอว่า “กรรมการตัดสินเพียงผลงานของน้องในวันนี้ ไม่ได้ตัดสินชีวิตของน้อง” คนที่ไม่ได้มงกุฎไม่ได้หมายความว่าไม่สวย ไม่เก่ง หรือไม่มีอนาคต เช่นเดียวกับคนที่ได้รับตำแหน่งก็ไม่ได้หมายความว่าการพัฒนาตัวเองจะสิ้นสุดลงในวันที่สวมมงกุฎ เวทีประกวดจึงควรสอนมากกว่าเรื่องแพ้หรือชนะ แต่ต้องสร้างน้ำใจนักกีฬา ให้เยาวชน รู้แพ้ รู้ชนะ และรู้จักยอมรับผลการแข่งขันอย่างสร้างสรรค์ กองเชียร์สามารถรักและสนับสนุนผู้เข้าประกวดที่ชื่นชอบได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าของคนอื่นเพื่อทำให้คนของเราดูสูงขึ้น เพราะสำหรับ อ.ปุ๋ย นี่ต่างหากคือหนึ่งในคุณค่าที่แท้จริงของเวที “ลูกสาวกำนัน” ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการที่นอกจาก อ.ปุ๋ย เป็นประธานคณะกรรมการตัดสินแล้ว ยังมีคณะกรรมการ ได้แก่ คุณศศิพร พิกุลทอง , คุณศิริรัตน์ เพชรโสม,คุณอารีย์วรรณ จิรประเสริฐวงศ์ และ คุณมะลิวัลย์ สงรักษ์

            จาก “สำนึกรักบ้านเกิด” สู่ความตั้งใจยกระดับเวทีชุมชน : อีกหนึ่งความตั้งใจที่อยู่เบื้องหลังการทำงานครั้งนี้ คือ “สำนึกรักบ้านเกิด” เพราะแม้หลายคนจะเกิดในต่างจังหวัด ก่อนเดินทางไปเรียน ทำงาน หรือเติบโตจนได้สัมผัสเวทีและงานระดับประเทศหรือระดับสากล แต่เมื่อวันหนึ่งมีโอกาสกลับมาทำงานให้บ้านเกิด ประสบการณ์เหล่านั้นก็สามารถนำกลับมาช่วยพัฒนาเวทีเล็ก ๆ ในชุมชนให้ดีขึ้นได้

อ.ปุ๋ยมองว่า การยกระดับเวทีไม่ได้หมายความว่าต้องทุ่มงบประมาณมหาศาลหรือทำให้เวทีระดับตำบลกลายเป็นเวทีระดับประเทศ หากคือการนำความรู้และประสบการณ์มาปรับรายละเอียดให้ดีขึ้น ตั้งแต่ แสง สี เสียง ความแข็งแรงของเวที บันได จอ LED เพลงประกอบ รูปแบบการเดิน การซ้อมของผู้เข้าประกวด ไปจนถึงแนวคำถาม เพราะรายละเอียดเหล่านี้สามารถทำให้เวทีดูร่วมสมัย เป็นมืออาชีพ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับเยาวชนได้ แม้กระทั่งเรื่องที่หลายคนอาจมองว่าเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างการแต่งหน้า การทำผม การพอกผิว หรือรองเท้าที่ใช้ในการประกวด ก็เกี่ยวข้องกับทั้งภาพลักษณ์และความปลอดภัย โดยเฉพาะเวทีต่างจังหวัดที่โครงสร้างและพื้นเวทีอาจแตกต่างจากเวทีขนาดใหญ่ รองเท้าที่สูงหรือเดินยากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุ ขณะที่การจัดงานในฤดูฝนต้องคิดเผื่อถึงหลังคา เต็นท์ ระบบไฟ และพื้นที่เวทีอย่างรอบคอบ เพราะความสวยงามไม่ควรแลกมากับความไม่ปลอดภัย

ประสบการณ์จากการทำงานที่ผ่านมา ทั้งเรื่องอุบัติเหตุ สภาพอากาศ ระบบเวที ตลอดจนเหตุการณ์ไม่คาดคิด จึงกลายเป็นองค์ความรู้ที่สามารถนำกลับมาช่วยบ้านเกิดได้ แต่ในขณะเดียวกัน อ.ปุ๋ยก็ย้ำถึง “เส้นบาง ๆ ของความปรารถนาดี” ว่า การเข้าไปช่วยเหลือจะมีคุณค่าที่สุดเมื่อเจ้าของพื้นที่พร้อมเปิดรับ สิ่งใดทำได้ก็ค่อย ๆ ทำ สิ่งใดที่ยังไม่พร้อมก็อาจเก็บไว้พัฒนาในอนาคต เพราะการยกระดับอย่างยั่งยืนไม่ใช่การเข้าไปเปลี่ยนทุกอย่างในทันที แต่คือการเดินไปด้วยกันโดยเคารพบริบทของชุมชน

            เวทีเล็กอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความฝันที่ใหญ่กว่า :  สุดท้ายแล้ว “ลูกสาวกำนัน” อาจเป็นเพียงเวทีประกวดระดับท้องถิ่น และมงกุฎในแต่ละปีก็มีเพียงหนึ่งเดียว แต่สิ่งที่เด็กทุกคนสามารถนำกลับบ้านได้มีมากกว่าตำแหน่ง ทั้ง ประสบการณ์ ความกล้า การรู้จักตัวเอง มิตรภาพ การยอมรับผลการแข่งขัน และโอกาสในการค้นพบศักยภาพที่อาจไม่เคยรู้ว่าตัวเองมี วันนี้เด็กสาวคนหนึ่งอาจยืนจับไมโครโฟนด้วยมือสั่น ตอบคำถามติดขัด หรือเดินบนเวทีด้วยความประหม่า แต่ไม่มีใครรู้ว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เธออาจกลายเป็นหญิงสาวที่ยืนอย่างสง่างามบนเวทีระดับจังหวัด ระดับประเทศ หรือไปได้ไกลกว่านั้น

            เพราะคุณค่าของเวทีประกวด ไม่ควรวัดเพียงว่า “ใครได้มงกุฎ” แต่ควรวัดด้วยว่า หลังไฟบนเวทีดับลง เด็กที่เดินกลับบ้านไปนั้น ได้เติบโตขึ้นจากวันที่เดินเข้ามามากเพียงใด และนั่นอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่า เหตุใด “ลูกสาวกำนัน” จึงเป็นเวทีเล็ก…ที่ไม่เคยเล็กในความหมายของโอกาส

เรื่อง : อ.ปุ๋ย–อนุรี อนิลบล
เรียบเรียง : ดร.บ๊อบ–จุมพล โพธิสุวรรณ

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 550

ระหว่างวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม – วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569

หน้า 29 คอลัมน์ วินทุกเว(ที) ways to win/Ep169  เรื่อง : อ.ปุ๋ย–อนุรี อนิลบล

อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์ ฉบับที่ 550
ระหว่างวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม – วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน 2569
https://book.bangkok-today.com/books/260828-0903/#p=1
(พลิกอ่านได้เหมือนหนังสือปกติ)
#ebookbangkoktoday
#อีบุ๊กบางกอกทูเดย์
#อีบุ๊กบางกอกทูเดย์รายสัปดาห์
#bangkoktoday
#บางกอกทูเดย์
#เว็บไซต์บางกอกทูเดย์
#สำนักข่าวบางกอกทูเดย์
#บางกอกbuzz
#websitebangkoktoday.com
#วินทุกเวที
#วินทุกเวทีwaystowin

 

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ