สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

รู้จักแนวทางการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง บอกลาปัญหาตาตก ฟื้นฟูการมองเห็นกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

 รู้จักแนวทางการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง บอกลาปัญหาตาตก ฟื้นฟูการมองเห็นกลับมาชัดเจนอีกครั้ง

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง หรือเปลือกตาตก (Ptosis) คือปัญหาด้านดวงตาที่พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย ทั้งยังส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก เพราะเปลือกตาที่ตกลงมามากเกินไป อาจทำให้บดบังการมองเห็น ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และทำให้ลุคโดยรวมดูเหมือนคนง่วงซึมตลอดเวลา ใบหน้าดูเหนื่อยล้า แถมดูมีอายุมากกว่าวัยด้วย! แล้วหากมีประสบกับภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงขึ้นมา จะสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้ไหมนะ? บทความนี้เลยขอพาทุกคนมาทำความรู้จักกับภาวะนี้กันมาให้มากขึ้น ทั้งสาเหตุการเกิด พร้อมแนวทางการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงด้วยวิธีทางการแพทย์ อยากบอกลาปัญหาตาตก ฟื้นคืนการมองเห็นให้เป็นปกติอย่างปลอดภัย ตามมาดูกัน!

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงคืออะไร?

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Ptosis) เป็นภาวะที่กล้ามเนื้อซึ่งทำหน้าที่ยกเปลือกตาบนมีความผิดปกติหรือเสื่อมสภาพ ทำให้หนังตาตกลงมาคลุมบางส่วนของตาดำ ส่งผลต่อการมองเห็นและรูปลักษณ์โดยรวม โดยอาการนี้สามารถเป็นได้ทั้งข้างเดียวหรือสองข้าง และพบได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดไปจนถึงผู้สูงวัยเลย

สาเหตุของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลากหลายปัจจัย โดยทั่วไปแล้ว สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงตั้งแต่กำเนิด (Congenital Ptosis)

มักเกิดจากการพัฒนาที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาตั้งแต่ในครรภ์ อาการอาจเห็นได้ชัดตั้งแต่เด็กเล็ก เช่น เปลือกตาตกลงมาปิดตาดำ ทำให้เด็กต้องแหงนหน้าเพื่อมองสิ่งต่าง ๆ หากปล่อยไว้อาจส่งผลต่อการพัฒนาการมองเห็นในระยะยาว เช่น ตาขี้เกียจ

กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงที่เกิดภายหลัง (Acquired Ptosis)

มักพบในผู้ใหญ่วัยกลางคนขึ้นไป โดยมีสาเหตุหลากหลาย เช่น ความเสื่อมของกล้ามเนื้อจากอายุที่มากขึ้น การใส่คอนแทคเลนส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน การบาดเจ็บบริเวณกล้ามเนื้อตาหรือเส้นประสาท รวมถึงโรคทางระบบประสาทอย่าง Myasthenia Gravis หรือเบาหวาน และอาจเกิดจากผลข้างเคียงของการผ่าตัดดวงตา เช่น การทำตาสองชั้น ซึ่งอาจรบกวนการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาได้ในระยะยาว

อาการที่บ่งชี้ว่าเราอาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

สำหรับอาการของกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมักค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละน้อย และมีความรุนแรงขึ้นตามระยะเวลา ลองมาเช็กอาการตามลิสต์เหล่านี้ว่าเรากำลังเสี่ยงมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงหรือไม่ ก่อนไปรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงให้ตรงจุดกัน

เปลือกตาตกลงมาปิดบางส่วนของตาดำ

อาการนี้มักเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สังเกตได้ชัดเจน โดยเปลือกตาจะคล้อยต่ำกว่าปกติ บดบังการมองเห็นบางส่วน ทำให้ดูเหมือนตาปรือตลอดเวลา และอาจกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถหรืออ่านหนังสือ

มองเห็นด้านบนได้ยากหรือรู้สึกว่าตาเล็กลง

มักรู้สึกว่าการมองขึ้นด้านบนไม่ชัดเจนเหมือนเดิม เพราะเปลือกตาที่ตกลงมาบดบังลานสายตาส่วนบน ทำให้รู้สึกเหมือนดวงตาเล็กลงหรือแคบลง ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการมองเห็นในที่แสงน้อยหรือเวลาที่ต้องใช้สายตามาก

ใช้กล้ามเนื้อหน้าผากหรือคิ้วในการยกตาโดยไม่รู้ตัว

ร่างกายจะพยายามชดเชยกล้ามเนื้อตาที่อ่อนแรงโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าผากและคิ้วยกขึ้นแทน ส่งผลให้เกิดริ้วรอยหน้าผากก่อนวัย หรือรู้สึกปวดเมื่อยบริเวณขมับและหน้าผากบ่อยครั้งแม้ไม่ได้เครียด

ปวดตาเมื่อใช้สายตานาน ๆ โดยเฉพาะขณะอ่านหนังสือหรือทำงานหน้าจอ

การที่กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไปในการพยายามยกเปลือกตาทุกครั้งที่ใช้สายตานาน จะทำให้เกิดอาการล้า ปวดตา หรือระคายเคือง โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานหรืออ่านหนังสือบ่อย

ดวงตาดูง่วง อ่อนเพลีย แม้จะพักผ่อนเพียงพอ

ลักษณะของตาที่ปรือหรือตกลงมาจะทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าเหมือนไม่ได้พักผ่อนอยู่ตลอดเวลา ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และบุคลิกภาพ แม้ว่าร่างกายจะรู้สึกปกติแล้วก็ตาม

แนวทางการรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรง

การรักษากล้ามเนื้อตาอ่อนแรงมีหลายแนวทาง โดยแพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากระดับความรุนแรงของอาการ สาเหตุ รวมถึงโครงสร้างของดวงตาและใบหน้า ส่วนหนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมสูง สามารถแก้ไขภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะในกลุ่มที่ต้องการให้ชั้นตาเป็นธรรมชาติและไม่มีรอยแผลภายนอก คือ การผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อเปิดตาแบบแผลด้านใน

สำหรับแนวทางการรักษาด้วยการผ่าตัดดึงกล้ามเนื้อเปิดตาแบบแผลด้านใน แพทย์จะเข้าไปปรับตำแหน่งและความตึงของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาผ่านทางด้านในของเปลือกตาบน โดยไม่ต้องกรีดผิวหนังภายนอก จึงไม่มีรอยแผลให้เห็นจากภายนอก เหมาะสำหรับผู้ที่กล้ามเนื้อตายังมีแรง สามารถพยุงการเปิด-ปิดตาได้เอง ข้อดีของวิธีนี้คือไม่มีแผลภายนอก จึงทำให้ดูเป็นธรรมชาติมาก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเกิดแผลเป็นน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเปิดภายนอก ระยะพักฟื้นไม่นาน อาการบวมและช้ำมักหายภายใน 5–7 วัน

ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงไม่ใช่แค่ปัญหาด้านความงาม ที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์ ลุคโดยรวมขชองเรา แต่ส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตโดยตรง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษาอย่างถูกต้อง เหมาะาม อาจทำให้เกิดอาการล้าดวงตา ปวดศีรษะ หรือส่งผลต่อบุคลิกภาพในระยะยาวจนกู่ไม่กลับได้ ฉะนั้นหากรีเช็กกับตนเองแล้วพบว่าเข้าข่ายมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง จึงควรมองหาแนวทางการรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง เพื่อวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม ทันเวลา ฟื้นคืนดวงตาให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ