ภาณุรัช ดำรงไทย กับมุมมอง …เพราะเหตุใด “ค่าไฟฟ้า” ไทย จึงแพง…???
“ค่าไฟไทยแพง เพราะเราเลือกพึ่งพาเชื้อเพลิงแพง แต่ทว่า ค่าไฟฟ้าถูกลงได้ หากเราหันมาใช้พลังงานทางเลือกจากแสงอาทิตย์ และไฟฟ้าใต้พิภพ” คำเกริ่นนำ ของ ภาณุรัช ดำรงไทย หัวหน้าทีมพลังงาน และนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ ใน มุมมองที่เผยให้เห็นถึงเหตุ และปัจจัย อะไรที่เป็นสาเหตุให้ ค่าไฟฟ้าของประเทศไทย จึงมีราคาแพง
ภาณุรัช ดำรงไทย หัวหน้าทีมพลังงาน และนวัตกรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และ ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมพลังงานที่ทำงานด้านการเจาะน้ำมันและก๊าซ และพลังงานใหม่ในหลายประเทศทั่วโลกกว่า 25 ปี ได้เผยมุมมอง กับ “บางกอกทูเดย์” ว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ค่าไฟฟ้าของไทยมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคำอธิบายที่ประชาชนได้ยินบ่อยคือ “ต้นทุนพลังงานโลกแพงขึ้น” แต่มีคำถามสำคัญกว่าคือ – แพงเพราะอะไร และแก้ตรงไหนได้จริง
“ภาณุรัช ดำรงไทย” ยืนยันด้วยว่า ปัญหาพลังงานไทย ไม่ใช่เรื่องเทคนิคอย่างเดียว แต่คือ “โครงสร้างการตัดสินใจ” ที่ทำให้ประเทศติดกับดักต้นทุนแพง “ไฟฟ้าของไทยแพงเพราะเชื้อเพลิงแพง และเชื้อเพลิงที่แพงที่สุดในระบบวันนี้ คือ LNG นำเข้าผมไม่พูดจากรายงาน แต่ผมพูดในฐานะ คนที่เจาะน้ำมันและก๊าซมาเองทั่วโลก ตั้งแต่ตะวันออกกลาง แอฟริกา เอเชีย ผมเห็นต้นทุนจริง เห็นโครงสร้างจริง ขณะที่ LNG ไม่ใช่ก๊าซราคาถูก แต่เป็น ก๊าซที่ผ่านกระบวนการทำให้เย็น ขนส่ง และ แปรสภาพกลับต้นทุน ซึ่งสูงตั้งแต่ต้นทาง”
แล้วทำไมเรายังคงพึ่งพา LNG? ซึ่งหัวหน้าทีมพลังงาน และนวัตกรรม ตอกย้ำให้เห็นภาพด้วยว่า “เพราะระบบไฟฟ้าไทยยังถูกออกแบบให้ต้องมีโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ บวกกับเชื้อเพลิงนำเข้าเป็นฐานหลัก ทำให้พลังงานหมุนเวียนถูกใช้เป็นแค่ ‘ตัวเสริม’ ไม่ใช่ตัวเปลี่ยนโครงสร้าง เมื่อ LNG แพง ค่าไฟก็ต้องแพงตาม นี่คือเรื่องตรงไปตรงมาทางวิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์พลังงาน
ส่วนประเด็นของ สายส่ง เรียกว่าไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่คือ เรื่องระบบและกฎหมายของรัฐ ที่ผ่านมาประเทศไทยไม่เปิดเสรีให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าได้มากนัก และ ไม่เปิดเสรีให้ไฟฟ้าผ่านสายได้อย่างเสรี ต่อให้คุณผลิตไฟได้ถูก คุณก็ไม่สามารถส่งให้คนอื่นใช้ได้ง่าย เพราะระบบถูกออกแบบให้รวมศูนย์ นี่คือเหตุผลที่ไฟฟ้าต้อง “วิ่งผ่านสาย” จากไม่กี่จุด แทนที่จะกระจายจากคนจำนวนมาก”
ภาณุรัช กล่าวด้วยว่า เทคโนโลยีไม่ใช่ปัญหาในเรื่องนี้ “เพราะวันนี้ เทคโนโลยี ก้าวไปไกลกว่ากฎหมายแล้ว ซึ่งเทคโนโลยี ในปัจจุบัน สามารถช่วยให้ชาวบ้านสามารถผลิตไฟฟ้าเองได้ เก็บไฟด้วยแบตเตอรี่ได้ บริหารโหลดได้ด้วยระบบดิจิทัล แต่ทว่า ระบบรัฐ ยังคิดว่า ไฟฟ้าต้องมาจากโรงไฟฟ้าใหญ่ และ ไหลผ่านสายตามลำดับเดิม ผลคือ ต้นทุนเชื้อเพลิงแพง ต้นทุนโครงข่ายแพง และคนไทยไม่มีทางเลือก”
ต่อประเด็น คำถามที่ว่า “อนาคตพลังงานไทย ควรเปลี่ยนตรงจุดใด” ซึ่ง ภาณุรัช กล่าวว่า “สิ่งแรกเลย เราต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือไฟฟ้าเสริม และอะไรคือ ไฟฟ้าฐาน (Baseload) เพราะที่ผ่านมา baseload ของไทย คือ ก๊าซ และ ถ่านหิน แต่ถ้าเราจะลดต้นทุนระยะยาว และเดินไปสู่ Net Zero เราต้องเปลี่ยน baseload ใหม่ อาทิ พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal) ที่จะเดินเครื่องได้ 24ชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาเชื้อเพลิงนำเข้า และไม่ปล่อยก๊าซคาร์บอน”
“พูดตรงๆ ต้องใข้ความรู้เชิงลึกมาก ทั้งธรณี วิศวกรรมเจาะ และการบริหารแหล่งพลังงาน และผมอาจเป็นหนึ่งในไม่กี่คนของไทย ที่เคยทำงานด้านนี้จริงในระดับโลก” ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ ระบุด้วยว่า เพราะพลังงาน คือ ฐานของทุกระบบ ตั้งแต่เศรษฐกิจ ดิจิทัล ไปจนถึงความมั่นคง
“โลกกำลังใช้ข้อมูลจากอวกาศ ,ระบบพยากรณ์อากาศ , เอไอและศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อบริหารภัยพิบัติและโครงสร้างประเทศ ทั้งหมดนี้ต้องใช้ไฟที่เสถียร ถูก และควบคุมได้ ถ้าไฟแพง ระบบอื่นก็เดินหน้าไปไม่ได้” ท้ายที่สุดแล้ว ภาณุรัช ยังได้ย้ำด้วยว่า วันนี้ เหตุที่ไฟฟ้าของไทยแพง ไม่ใช่เพราะเราไม่มีศักยภาพ “แต่เพราะเราเลือกพึ่งพาเชื้อเพลิงแพง และยังไม่เปิดระบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมจริง ผมทำงานพลังงานมาทั้งโลก วันนี้ผมกลับมา เพราะผมเชื่อว่าไทยแก้ได้ ถ้าเราเริ่มจากความจริง ไม่ใช่จากความเคยชิน”
