สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

พีดีเฮ้าส์ เตือนศึกรับสร้างบ้านเดือด หั่นเป้าไม่หั่นคุณภาพ เมินสงครามราคา

 พีดีเฮ้าส์ เตือนศึกรับสร้างบ้านเดือด หั่นเป้าไม่หั่นคุณภาพ เมินสงครามราคา

ตลาดรับสร้างบ้านครึ่งปีหลัง 2569 ส่อแข่งขันรุนแรง หลังผู้ประกอบการแห่ชิงกำลังซื้อท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัว ด้าน “พีดีเฮ้าส์” ประเมินอุตสาหกรรมเข้าสู่ภาวะ “เรดโอเชียน” เต็มรูปแบบ เตือนแข่งตัดราคากระทบมาตรฐานวิชาชีพ

และความเชื่อมั่นผู้บริโภค พร้อมประกาศชัดไม่ร่วมวงสงครามราคา แม้ยอดขาย 5 เดือนแรกพลาดเป้า ย้ำเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมบ้านประหยัดพลังงานและบ้านเพื่อสุขภาวะ ตอบโจทย์ความคุ้มค่าระยะยาว

นางสาวจิราภา สุวรรณสุต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีดีเฮ้าส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านในปี 2569 กำลังเผชิญการแข่งขันรุนแรงจากจำนวนผู้เล่นรายใหม่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดเข้าสู่ภาวะการแข่งขันสูง หรือ “เรดโอเชียน” ในทุกภูมิภาค

 

อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนผู้ประกอบการเพิ่มขึ้น แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคกลับชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ ทำให้หลายครอบครัวชะลอแผนสร้างบ้าน หรือปรับลดงบประมาณลง ส่งผลให้ผู้ประกอบการจำนวนมากหันมาใช้กลยุทธ์ลดราคาเพื่อแย่งลูกค้า

“สิ่งที่น่ากังวลคือ หากทุกฝ่ายแข่งขันกันด้วยการตัดราคา ธุรกิจรับสร้างบ้านจะสูญเสียความน่าเชื่อถือ เพราะสุดท้ายอาจกระทบต่อคุณภาพงานก่อสร้างและมาตรฐานบริการ ซึ่งผู้บริโภคจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง” นางสาวจิราภากล่าว

ทั้งนี้ พีดีเฮ้าส์ยอมรับว่า ยอดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปีต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากบริษัทมุ่งพัฒนาบ้านประหยัดพลังงานและบ้านเพื่อสุขภาวะ หรือ Healthy Home ซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าบ้านทั่วไป จากการเลือกใช้วัสดุ เทคโนโลยี และระบบก่อสร้างที่ช่วยประหยัดพลังงาน รวมถึงส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม บริษัทจะยังคงยืนหยัดในแนวทางเดิม และไม่เข้าร่วมการแข่งขันด้านราคากับผู้ประกอบการรายอื่น แม้ต้องปรับลดเป้าหมายการเติบโตลงก็ตาม

“เราเชื่อว่าบ้านที่ดี ไม่ใช่เพียงบ้านที่สวยหรือแข็งแรง แต่ต้องตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัย สุขภาพ ความสะดวกสบาย และการประหยัดพลังงาน” นางสาวจิราภากล่าว

สำหรับแนวคิดการพัฒนาบ้านของพีดีเฮ้าส์ แบ่งออกเป็น 4 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยของโครงสร้างและวัสดุ การส่งเสริมสุขภาวะด้วยระบบหมุนเวียนอากาศและป้องกันฝุ่น PM2.5 การออกแบบตามหลักอารยสถาปัตย์เพื่อรองรับทุกช่วย และการเลือกใช้วัสดุที่ช่วยลดการใช้พลังงานและค่าไฟฟ้าในระยะยาว

นอกจากนี้ บริษัทจะเดินหน้าทำตลาดเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจให้ผู้บริโภคเห็นถึงความคุ้มค่าในระยะยาวของบ้านประหยัดพลังงาน แม้ราคาก่อสร้างเริ่มต้นจะสูงกว่า แต่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าบำรุงรักษา และส่งผลดีต่อสุขภาพของสมาชิกในครอบครัวตลอดอายุการใช้งาน

“พีดีเฮ้าส์ยอมเติบโตแบบมั่นคง มากกว่ายอดขายที่โตเร็วแต่แลกด้วยคุณภาพ เราต้องการรักษามาตรฐานวิชาชีพธุรกิจรับสร้างบ้านไทย และอยู่เคียงข้างผู้บริโภคที่มองเห็นความคุ้มค่าที่แท้จริง” นางสาวจิราภากล่าว

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ