ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 สรุปผลได้ ดังนี้
- ประชาชนสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้นมากน้อยเพียงใด
| อันดับ 1 | ค่อนข้างสนใจ | 38.28% |
| อันดับ 2 | สนใจมาก | 29.68% |
| อันดับ 3 | ไม่ค่อยสนใจ | 27.15% |
| อันดับ 4 | ไม่สนใจ | 4.89% |
- เรื่องที่ประชาชนอยากให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจมากที่สุด
| อันดับ 1 | การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง | 80.58% |
| อันดับ 2 | ทุจริตสอบท้องถิ่น | 54.54% |
| อันดับ 3 | ปัญหาพลังงานและราคาพลังงาน | 53.59% |
| อันดับ 4 | การใช้เงินกู้ 4 แสนล้านบาท | 35.04% |
| อันดับ 5 | ฮั้ว สว. | 34.25% |
- ประชาชนเชื่อหรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้
| อันดับ 1 | ไม่เชื่อ | 54.30% |
| อันดับ 2 | เชื่อ | 45.70% |
- หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนอยากเห็นสิ่งใดเกิดขึ้นมากที่สุด
| อันดับ 1 | มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง | 56.99% |
| อันดับ 2 | รัฐบาลชี้แจงข้อสงสัยให้ประชาชนเข้าใจ | 46.25% |
| อันดับ 3 | ผู้เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง | 45.30% |
- หลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประชาชนคิดว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
| อันดับ 1 | ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง | 50.28% |
| อันดับ 2 | ดีขึ้น | 28.49% |
| อันดับ 3 | ไม่แน่ใจ | 14.36% |
| อันดับ 4 | แย่ลง | 6.87% |
* หมายเหตุ ข้อ 2 และ ข้อ 4 ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : ประชาชนกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ประชาชนกับการอภิปราย ไม่ไว้วางใจรัฐบาล” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,267 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 18-21 สิงหาคม 2569 ผลการสำรวจ พบว่า กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 38.28 ค่อนข้างสนใจติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลที่กำลังจะมีขึ้น โดยเรื่อง ที่อยากให้มีการอภิปรายมากที่สุด คือ การแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ร้อยละ 80.58 รองลงมาคือ ทุจริตสอบท้องถิ่น ร้อยละ 54.54 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 54.30 ไม่เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ สำหรับสิ่งที่อยากเห็นภายหลังการอภิปรายคือ ต้องการให้มีการตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างต่อเนื่องจริงจัง ร้อยละ 56.99 และเห็นว่าสถานการณ์การเมืองไทยโดยรวมหลังจากการอภิปรายนี้ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 50.28
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ประชาชนมากกว่าครึ่งยังไม่เชื่อว่าการอภิปรายจะช่วยตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ และมองว่าหลังการอภิปรายสถานการณ์การเมืองไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง สิ่งที่ประชาชนคาดหวังจึงเป็นการติดตามตรวจสอบข้อกล่าวหาอย่างจริงจัง การชี้แจงข้อสงสัย และการแสดงความรับผิดชอบของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดว่าการอภิปรายครั้งนี้จะสร้างผลทางการเมืองได้มากน้อยเพียงใด
ดร.พรพรรณ บัวทอง
ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพล ครั้งนี้ สะท้อนว่าประชาชนยังให้ความสำคัญกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจในฐานะกลไกตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจรัฐบาล แต่คาดหวังให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากกว่าการอภิปรายและลงมติในรัฐสภา ซึ่งปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง และการทุจริต ในระบบราชการยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ประชาชนใช้ประเมินประสิทธิภาพและความชอบธรรมของรัฐบาล ขณะเดียวกันประชาชนยังให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางการเมือง (Political Accountability) โดยต้องการให้ข้อกล่าวหาจากการอภิปรายได้รับการติดตามและตรวจสอบอย่างจริงจัง จึงกล่าวได้ว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไม่ควรสิ้นสุดเพียงการลงมติในรัฐสภา แต่ควรนำไปสู่กระบวนการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้จึงควรใช้โอกาสจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ในการยกระดับความเชื่อมั่น ความชอบธรรม ความรับผิดชอบต่อสังคม ตลอดจนเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของไทยในระยะยาว
อาจารย์นนทวัฒน์ สุวรรณ
โรงเรียนกฎหมายและการเมือง
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
