ประกันสะสมทรัพย์ที่ไหนดี ? เจาะลึกแผนออมเงินผลตอบแทนสูง
เมื่อก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังจนถึงโค้งสุดท้ายของปี ภารกิจสำคัญของมนุษย์เงินเดือนและผู้มีรายได้ทุกคนคือการมองหาเครื่องมือช่วยบริหารเงินออมควบคู่ไปกับการวางแผนลดหย่อนภาษี ซึ่ง “ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์” ก็ยังคงเป็นโปรดักซ์ทางการเงินยืนหนึ่งที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำ ปลอดภัยสูง การันตีเงินคืนแน่นอนตามสัญญา แถมยังช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 100,000 บาทอีกด้วย
ทว่า ปัญหาที่หลายคนเจอคือ แต่ละธนาคารและแต่ละบริษัทประกันต่างก็ส่งแผนออมเงินออกมาสู้กันเต็มตลาด จนไม่รู้จะเลือกประกันสะสมทรัพย์ ที่ไหนดี ? ที่จะให้ผลตอบแทนคุ้มค่าที่สุด
เจาะลึกหลักเกณฑ์เลือก “ประกันสะสมทรัพย์ ที่ไหนดี” ให้คุ้มค่าที่สุด
ก่อนจะไปดูว่าควรเลือกทำกับค่ายไหน สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจมาตรวัดความคุ้มค่าเสียก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อคำโฆษณาที่บอกว่าให้เงินคืนรวมสูง แต่ระยะเวลาฝากยาวนานจนไม่คุ้มค่า โดยให้พิจารณาสามสิ่งนี้
- ดูค่า IRR (Internal Rate of Return) เป็นหลัก : ค่านี้คืออัตราผลตอบแทนที่แท้จริงที่คำนวณแบบลดต้นลดดอกรวมมูลค่าเวลาของเงิน แผนประกันสะสมทรัพย์ที่ดีควรมีค่า IRR เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1.5% – 2.5% ขึ้นไป จึงจะถือว่าชนะดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารทั่วไป
- เลือกระยะเวลาจ่ายเบี้ยสั้น-ยาวให้เหมาะกับเป้าหมาย : ปัจจุบันมีแผนที่ยืดหยุ่นมาก ตั้งแต่จ่ายเบี้ยปีเดียวจบ (10/1), จ่ายระยะสั้น (10/5) ไปจนถึงระยะกลาง (15/10) หากต้องการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีแค่ปีนี้ปีเดียว แผนประเภท 10/1 หรือจ่ายทิ้งทวนครั้งเดียวจะตอบโจทย์ที่สุด
- ความมั่นคงของบริษัทประกัน : ควรมองหาบริษัทที่มีชื่อเสียง มีระดับความมั่นคงทางการเงินสูง (CAR Ratio สูงกว่าเกณฑ์) เพื่อมั่นใจได้ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า เงินก้อนของคุณจะปลอดภัยและได้รับคืนตรงเวลาแน่นอน
ข้อบังคับทางกฎหมายที่ห้ามลืม : ไม่ว่าจะเลือกทำประกันสะสมทรัพย์ ที่ไหนดี ?เงื่อนไขเหล็กของกรมสรรพากรคือ กรมธรรม์นั้นต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปเท่านั้น จึงจะสามารถนำมาใช้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ครับ
สรุปเทรนด์แผนประกันสะสมทรัพย์ตัวเด่นที่น่าสนใจ
หากกำลังพิจารณาว่าจะส่งเบี้ยฯ กับประกันสะสมทรัพย์ ที่ไหนดี ? สามารถแบ่งกลุ่มแผนเด่นออกตามสไตล์การออมได้ดังนี้
- สายเน้นสั้นและด่วน แผน 10/1 หรือ 10/2 : เหมาะสำหรับคนที่มีเงินก้อนกลมอยู่แล้ว ไม่อยากมีภาระผูกพันในการจ่ายเบี้ยหลายปี
- สายมนุษย์เงินเดือนผ่อนสบาย แผน 10/5 หรือ 12/6 : เป็นรูปแบบยอดฮิตที่ให้ทยอยจ่ายเบี้ยประมาณ 5-6 ปี แต่คุ้มครองไปจนถึงปีที่ 10-12
- สายเน้นเก็บเงินก้อนเพื่ออนาคต แผน 15/10 หรือ 20/10 : เหมาะสำหรับการวางแผนระยะยาว เช่น ทุนการศึกษาลูก หรือเงินสำรองหลังเกษียณ แม้จะจ่ายเบี้ยยาวขึ้นแต่จะการันตีเงินก้อนโตเมื่อสิ้นสุดสัญญา
สุดท้ายนี้ คำตอบของคำถามที่ว่าเลือกซื้อประกันสะสมทรัพย์ ที่ไหนดี ? จึงไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว แต่อยู่ที่ว่าตัวเลขผลตอบแทน IRR สิทธิประโยชน์ทางภาษี และระยะเวลาการออมเงินของแต่ละแผน
