สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

“บิ๊กต้อม” เตรียมยื่นหนังสือส่ง ISTAF พร้อมประกาศอนาคตอาจส่งทีมเยาวชน หรือ ชุด B เข้าร่วมการแข่งขัน

 “บิ๊กต้อม” เตรียมยื่นหนังสือส่ง ISTAF พร้อมประกาศอนาคตอาจส่งทีมเยาวชน หรือ ชุด B เข้าร่วมการแข่งขัน
ทัพนักกีฬาและสตาฟ์โค้ชเซปักตะกร้อชายทีมชาติไทย เดินทางกลับถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิด้วยสายการบินไทย ท่ามกลางแฟนกีฬาและสื่อมวลชนที่มารอต้อนรับอย่างเนืองแน่น หลังเกิดประเด็นดราม่าสนั่นโลกในศึกชิงแชมป์โลก รายการ ISTAF Sepaktakraw World Cup 2026 ณ ประเทศมาเลเซีย  หลัง โมฮัมเหม็ด ราดี ผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์พลิกคำตัดสินแบบค้านสายตาแฟนตะกร้อทั่วโลก
โดยทางด้าน นายอวยชัย ศรีสุวรรณ ผู้จัดการตะกร้อทีมชาติไทย ได้เปิดใจชี้แจงกับสื่อมวลชนถึงกรณีที่ไม่ได้ลงเล่นต่อในแต้มตัดสินว่า ทางทีมชาติไทยตัดสินใจ “ขอยอมแพ้บาย” ไม่ใช่การ “วอล์กเอาต์” หนีการแข่งขัน
เนื่องจากในทางปฏิบัติ นักกีฬายังคงอยู่บนสนามและเข้าร่วมพิธีรับเหรียญเงินตามสปิริตสากล แต่ที่ต้องหยุดเล่นเพราะพฤติกรรมของผู้ตัดสินชาวสิงคโปร์ในเกมดังกล่าวจงใจ “พลิกคำตัดสิน” ปล้นแต้มทีมชาติไทย อย่างน่าเกลียด โดยเปลี่ยนคำตัดสินจาก “ลูกโอเวอร์ตาข่าย” เป็น “เหยียบเส้น” หลังจากที่ VAR ยินยันว่าทีมไทยไม่ได้ทำฟาวล์ ทำให้มีการพูดคุยกับทีมงานก่อนได้ข้อสรุปว่าทีมชาติไทยไม่สามารถแข่งขันต่อภายใต้ระบบที่ไร้ความยุติธรรมแบบนี้
ขณะที่ “บิ๊กต้อม” นายธนา ไชยประสิทธิ์ นายกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ได้เปิดเผยว่า สมาคมฯ กำลังทำหนังสือประท้วงอย่างเป็นทางการยื่นต่อสหพันธ์เซปักตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) ถึงแม้จะรู้ดีว่าผลการแข่งขันจะไม่เปลี่ยนแปลง แต่เพื่อเป็นการรักษาสิทธิและศักดิ์ศรีของประเทศไทย 
นอกจากนี้ นายกสมาคมกีฬาเซปักตะกร้อแห่งประเทศไทย ยังได้ส่งสัญญาณไปยังสหพันธ์ฯ ว่า หากในอนาคตแมตช์การแข่งขันระดับนานาชาติยังไม่มีการพัฒนามาตรฐานผู้ตัดสินให้มีความโปร่งใส ในอนาคตทีมชาติไทย อาจพิจารณาส่งเพียง “ทีมชุดเยาวชน” หรือ “ทีมบี” เข้าแข่งขันในรายการที่ ISTAF จัดขึ้นเท่านั้น ซึ่งมาตรการนี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดและความนิยมของตัวทัวร์นาเมนต์อย่างรุนแรง เนื่องจากทีมชาติไทยถือเป็นแม่เหล็กดึงดูดเม็ดเงินหลักของวงการตะกร้อโลก 
สำหรับความคืบหน้าเรื่องการลงโทษจากสหพันธ์ฯ ทาง ดร.สีหศักดิ์ อารีราชการัณย์ เลขาธิการสมาคมฯ มั่นใจว่าทีมชาติไทยจะไม่ถูกลงโทษแบนจากการแข่งขัน เนื่องจากเราไม่ได้เดินหนีออกจากสนาม แต่เป็นการขอยอมแพ้ตามสิทธิ์ ซึ่งอย่างมากที่สุดน่าจะเป็นเพียงจดหมายตักเตือนเท่านั้น
ขณะเดียวกันสำนักข่าวและแฟนกีฬาในภูมิภาคอาเซียน ต่างออกมารุมประณามการทำหน้าที่ของผู้ตัดสินรายนี้ผ่านสื่อโซเชียล อย่างรุนแรง หลังกล้องวิดีโอชาลเลนจ์ ยืนยันว่าฝั่งไทยไม่ได้ทำฟาวล์ แต่ราดี กลับไม่ยอมเปลี่ยนคำตัดสินโดยอ้างเพียงว่า “ตัดสินใจไปแล้ว” สื่อหลายสำนักรวมถึงความคิดเห็นของแฟนกีฬานานาชาติต่างชี้ว่า พฤติกรรมที่ไร้ความโปร่งใสและขาดมาตรฐานของราดี้ในแมตช์ระดับโลกเช่นนี้ คือเหตุผลสำคัญที่ทำกีฬาตะกร้อไม่สามารถพัฒนาไปสู่ระดับโอลิมปิกได้เสียที พร้อมทั้งมีการขุดอดีตกรณีที่ราดี้เคยเป่าโกงทีมหญิงอินโดนีเซียจนต้องวอล์กเอาต์ในซีเกมส์ 2017 มาร่วมประณามว่าเป็นการกระทำที่จงใจเอื้อประโยชน์ให้เจ้าภาพแบบซ้ำซาก

porntep

น่าสนใจสำครับคุณ