ถอดวิสัยทัศน์ “ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร” ผู้บริหาร BAM คนใหม่
“ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร” กับภารกิจนำพา BAM ก้าวสู่ความเป็น Business Recycling Machine ชูกลยุทธ์ 3 P ยกระดับองค์กรให้เป็นมากกว่า AMC พลิกฟื้นลูกหนี้ให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างยั่งยืน
หากเอยถึงผู้บริหารที่มีศักยภาพสูงในระดับแนวหน้าแล้ว “ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร” ต้องมีรายชื่อติดโผลอยู่ในทำเนียบอย่างแน่นอน ด้วยทั้งความสามารถและประสบการณ์ที่มีอยู่อย่างมากมายและประวัติการทำงานที่มีอยู่โชกโชน โดยผลงานที่ผ่านมา เคยดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการ สายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด
รองกรรมการผู้จัดการ ผู้บริหารสายงานธุรกิจรายย่อย ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (IAM)
รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) และล่าสุดดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ EXIM BANK ก่อนจะได้รับแต่งตั้งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM มีผลตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน 2568 เป็นต้นไป
โดยภารกิจหลังจากที่ ดร.รักษ์ เข้ารับตำแหน่ง หลักๆ คือการทำให้ BAM มีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ภายใต้ความท้าทายจากเศรษฐกิจไทยที่ยังขยายตัวอย่างจำกัด ความกดดันจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ
หลังจากในไตรมาส 4/2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 162.8% จากไตรมาสก่อน ซึ่งไตรมาส 4 บริษัทจัดเก็บหนี้ NPLs ได้สูงสุด เป็นจำนวน 2,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากไตรมาสก่อน โดยความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นจากการลงทุนของภาครัฐและการฟื้นตัวของภาคธุรกิจ
ดังนั้นส่งผลให้ในปี 2567 บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,602 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลเรียกเก็บรวม 15,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลเรียกเก็บจากส่วนงานบริหารหนี้ NPLs จำนวน 8,630 ล้านบาท
และงานบริหาร NPAs จำนวน 6,531ล้านบาท ซึ่งภาพรวมการดำเนินงานในปี 2567 ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นผลจากการเร่งรัดการติดตามลูกหนี้และการบังคับคดี
ด้านภาพรวมการซื้อขายหนี้ NPLs สถาบันการเงินนำ NPLs ออกมาเสนอขายในปริมาณมาก โดยทั้งปีมีปริมาณหนี้ NPLs ที่สถาบันการเงินนำออกมาขายมากกว่า 280,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.4% จากปีก่อน โดยบริษัทเข้าร่วมในการประมูลซื้อหนี้รวม 129,153 ล้านบาท และชนะการประมูลเป็นภาระหนี้รวม 27,861 ล้านบาท ราคาซื้อเฉลี่ยคิดเป็น 35% ของราคาประเมิน (ปี 2566 อยู่ที่ 43%)
ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BAM กล่าวว่า การเข้ารับตำแหน่ง CEO BAM ครั้งนี้ถือว่าเป็นความท้าทายการบริหารงานภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวและภาวะการแข่งขันสูง โดยมีเป้าหมายยกระดับให้ BAM เป็นมากกว่า AMC
รวมทั้งยังคงบทบาทในการเป็นแก้มลิงแห่งชาติที่เข้าไปจัดการปัญหามวลหนี้เสียไม่ให้ไหลเข้าท่วมสู่ระบบสถาบันการเงิน ด้วยการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้ง NPL และ NPA อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความผันผวน
รวมทั้งยังสร้างโอกาสในการลงทุน โดยการนำทรัพย์สินเหล่านี้มาสร้างมูลค่าเพิ่มและผลตอบแทนที่คุ้มค่า ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของ BAM ในฐานะผู้นำธุรกิจ AMC ที่พร้อมเคียงข้างระบบเศรษฐกิจและสร้างการเติบโตให้กับสังคมไทยได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพ NPL ในระบบสถาบันการเงิน (ธนาคารพาณิชย์ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ และสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ) ณ สิ้นปี 2567 มีจำนวน 2,026,000 ล้านบาทและมีทรัพย์สินรอการขาย NPA (ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ) จำนวน 193,526 ล้านบาท ขณะที่ BAM มี NPL ในความดูแล ณ สิ้นปี 2567 จำนวน 503,603 ล้านบาท หรือคิดเป็น 24.86% ของระบบสถาบันเงิน
รวมทั้งมี NPA จำนวน 74,517 ล้านบาท หรือคิดเป็น 38.50% ของระบบสถาบันการเงิน ทั้งนี้ BAM มีเป้าหมายในการเป็น Business Recycling Machine เพื่อช่วยพลิกฟื้นลูกหนี้ให้สามารถเดินหน้าธุรกิจต่อไปได้ รวมถึงสร้างการเติบโตของ BAM ให้แข็งแกร่งด้วยแผนกลยุทธ์เชิงรุก “3P” ได้แก่ People, Partnerships, และ Platforms/Process เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน
สำหรับ P ตัวแรกคือ People เป็นการสร้างคุณค่าให้กับ 3 ส่วนหลัก ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้น ด้วยการยกระดับองค์กรให้ได้รับการยอมรับในระดับชาติ โดยตอกย้ำบทบาทการเป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ชั้นนำของประเทศ พร้อมทั้งสร้างความโปร่งใสและธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นระยะยาว
ส่วนที่สองคือลูกหนี้และลูกค้า BAM มุ่งมั่นให้โอกาสลูกหนี้ NPL ในการฟื้นฟูกิจการหรือสถานะทางการเงินของตน โดยปรับโครงสร้างหนี้และหาทางออกที่ดีที่สุดร่วมกัน ขณะที่ลูกค้า NPA จะได้รับการบริการที่รวดเร็วแบบมืออาชีพ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดในการซื้อทรัพย์ BAM
และส่วนที่สามคือพนักงานและการพัฒนาองค์กร โดย BAM เชื่อมั่นว่าพนักงานคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดขององค์กร จึงเร่งสร้างศักยภาพสำหรับอนาคตและการเติบโตของพนักงานที่เหมาะสมพร้อมๆ กับระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ (Flexi Benefits) สำหรับคนรุ่นใหม่
ในส่วน Partnerships BAM จะให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือกับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ (Developers) ในการปรับปรุงและเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินรอการขาย รวมทั้งสนับสนุนลูกหนี้ในภาคธุรกิจเชิงพาณิชย์ที่มีศักยภาพ
และอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ 3P คือการพัฒนา Platforms/Process โดย BAM ได้เดินหน้าปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ (Digital Transformation) มุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและยกระดับการให้บริการลูกค้า โดยได้ลงทุนในการพัฒนาระบบ AI เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจและปริมาณข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในการบริหารจัดการข้อมูลลูกหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
และด้วยความแน่วแน่ในการทำงานของท่าน CEO คนใหม่ คงต้องรอดูผลงานกันต่อไปกันแบบยาวๆ กับเป้าหมายความเป็น…Business Recycling Machine ในยุคของ “ดร.รักษ์ วรกิจโภคาทร” ว่าจะสามารถนำพา BAM ไปสู่จุดหมายที่ได้วางไว้หรือไม่
*******************
