ถอดรหัสอินไซต์ไอทีไทย ยุคแห่งการตื่นตัว AI
แต่โครงสร้างพื้นฐาน “ตามไม่ทัน” พร้อมส่องทางรอดด้วย Data Streaming
ในยุคที่ทุกองค์กรกำลังเร่งสปีดขับเคลื่อนธุรกิจด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการตื่นตัวและนำเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Agentic AI หรือ AI เชิงรุกที่มีความสามารถในการตัดสินใจ มาประยุกต์ใช้ในระบบการทำงานสูงถึง 39% ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราการใช้งานสูงที่สุดในโลก
ทว่า ภายใต้ฉากหน้าของการเติบโตที่ก้าวกระโดด ผลสำรวจล่าสุดกลับสะท้อนภาพความจริงที่น่ากังวลว่า ผู้นำด้านไอทีในประเทศไทยกำลังเผชิญกับ “คอขวด” ครั้งใหญ่ในการขยายผลการใช้งาน AI ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

สถิติสะท้อนความท้าทาย: ไทยรั้งอันดับหนึ่ง ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน
จากการสำรวจพบว่า 84% ของผู้นำด้านไอทีในไทย กำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญในการขยายการใช้งาน AI อย่างน้อย 3 ประการ ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศที่ทำการสำรวจทั้งหมด โดยมีปัญหาหลัก ๆ ที่หยั่งรากลึกอยู่ในระบบโครงสร้างพื้นฐานเดิม (Legacy Infrastructure) ดังนี้:
วิกฤตความเร็วข้อมูล: 83% ระบุว่าโครงสร้างพื้นฐานปัจจุบันไม่รองรับการประมวลผลข้อมูลแบบเรียลไทม์ (Real-time Data) ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในโลก
อุปสรรคต่อ Agentic AI: 81% มองว่าโครงสร้างพื้นฐานและคุณภาพของข้อมูลคือขวากหนามสำคัญในการนำ Agentic AI มาใช้ (สูงที่สุดในการสำรวจ)
ปัญหาข้อมูลแยกส่วนและบุคลากร: ผู้นำไอทีอีก 80% ปวดหัวกับความไม่ชัดเจนของแหล่งที่มาและความสดใหม่ของข้อมูล ขณะที่ 79% เจอปัญหาการเก็บข้อมูลแบบไซโล (แยกส่วนขาดผู้ดูแลส่วนกลาง) และอีก 79% กำลังขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้าน AI และข้อมูลโดยตรง

พลิกเกมกลยุทธ์: ดัน “Data Streaming” แซงหน้า AI/ML
เมื่อโครงสร้างพื้นฐานเดิมไม่ตอบโจทย์ ภาคธุรกิจไทยจึงเริ่มเปลี่ยนทิศทาง โดยหันมาให้ความสำคัญกับ Data Streaming (การประมวลผลข้อมูลแบบไหลเวียนต่อเนื่องทันที) โดยผู้นำไอทีไทยสูงถึง 93% จัดให้ Data Streaming เป็นหนึ่งในลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่แซงหน้าความสำคัญของ AI/ML (91%) ไปแล้ว
นอกจากนี้ 97% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่า Data Streaming จะช่วยเพิ่มผลลัพธ์จากการลงทุน (ROI) ด้าน AI และเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี DSP (Data Streaming Platform) จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเร่งการนำ AI มาใช้ในองค์กรให้ประสบความสำเร็จ
ความปลอดภัยและการกำกับดูแล: ปราการด่านสุดท้ายก่อนส่งข้อมูลให้ AI
นอกเหนือจากเรื่องความเร็วและความพร้อมของข้อมูลแล้ว “ความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูล (Data Security and Governance)” คือหัวใจสำคัญที่องค์กรจะละเลยไม่ได้ในการส่งข้อมูลข้ามไปยังโมเดล AI

ยักษ์ใหญ่ด้านแพลตฟอร์มข้อมูลอย่าง Confluent ได้เข้ามาตอบโจทย์นี้ด้วยการอัปเดตนวัตกรรมเพื่อปิดช่องโหว่ด้านความปลอดภัยขององค์กร ผ่านฟีเจอร์เด่นที่น่าจับตามอง:
Automated PII Detection & Redaction: ระบบตรวจจับและปกปิดข้อมูลส่วนบุคคล (PII) โดยอัตโนมัติ ก่อนที่ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกส่งไปประมวลผลในโมเดล AI เพื่อป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลอ่อนไหว
Private Connectivity (Azure Private Link): ช่วยให้องค์กรสามารถเชื่อมต่อไปยังโมเดล AI ภายนอก (External AI Models) ผ่านเครือข่ายส่วนตัวที่ปลอดภัยขั้นสุด
Built-in Data Governance: ผสานระบบกำกับดูแลข้อมูลเข้าไว้ในแพลตฟอร์มโดยตรง ทำให้องค์กรสามารถมองเห็น ตรวจสอบ และควบคุมสิทธิ์การเข้าถึงหรือแชร์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แม้ว่าประเทศไทยจะมีความพร้อมและเปิดรับเทคโนโลยี AI ในระดับแถวหน้าของโลก แต่ตราบใดที่โครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลยังไม่รองรับการทำงานแบบเรียลไทม์ และข้อมูลยังขาดคุณภาพ การลงทุนใน AI ก็อาจไม่คุ้มค่า การหันมาปฏิรูปโครงสร้างด้วย Data Streaming ควบคู่ไปกับการรักษาความปลอดภัยและการกำกับดูแลข้อมูลที่รัดกุม จึงเป็น “ทางรอด” เดียวที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยสามารถปลดล็อกขีดความสามารถของ AI ได้อย่างแท้จริงและมั่นใจ
