สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง-ดีเอสไอ-ปปง. สนธิกำลังบุก 25 จุดในแม่สอด ทลายเครือข่ายทุจริตออกบัตรทะเบียน 0 ให้ชาวเมียนมา ค่าดำเนินการรายละ 4 หมื่นถึง 1 แสนบาท

 ตำรวจ-ฝ่ายปกครอง-ดีเอสไอ-ปปง. สนธิกำลังบุก 25 จุดในแม่สอด ทลายเครือข่ายทุจริตออกบัตรทะเบียน 0 ให้ชาวเมียนมา ค่าดำเนินการรายละ 4 หมื่นถึง 1 แสนบาท

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2569 เวลา 11.50 น. พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำกำลังบูรณาการร่วมกับ กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงาน ป.ป.ท. สำนักงาน ปปง. และตำรวจภูธรภาค 6 เปิดปฏิบัติการ “ทลายบัตร 10 ปี เถื่อน” เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 25 จุด ในพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อกวาดล้างเครือข่ายทุจริตออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน หรือ “บัตรทะเบียน 0” ให้แก่ชาวเมียนมาโดยมิชอบ

ผลการปฏิบัติสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 17 ราย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ของรัฐ 3 ราย เจ้าบ้านหรือผู้รับรอง 2 ราย และชาวเมียนมาที่สวมสิทธิอีก 12 ราย

พล.ต.อ.สำราญ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลสืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน หรือ DOPA N.I.C.E. ของกรมการปกครอง ได้รับข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนในพื้นที่ร่วมมือกับนายหน้า ลักลอบออกบัตรทะเบียน 0 ให้กับชาวเมียนมาอย่างผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนสอบสวนและตรวจสอบลายนิ้วมือเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบหลักฐานชัดเจนว่ามีผู้กระทำผิดอย่างน้อย 12 ราย ซึ่งทุกคนถือหนังสือเดินทางเมียนมาอยู่แล้ว แต่กลับได้รับการออกบัตรทะเบียน 0 โดยมิชอบ

นอกจากนี้ การตรวจค้นยังพบความเชื่อมโยงของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับสำนักทะเบียนอำเภอแม่สอด ซึ่งมีพฤติการณ์นำแรงงานต่างด้าวในพื้นที่อำเภอแม่สอดและจังหวัดใกล้เคียงเข้าสู่กระบวนการออกบัตรทะเบียน 0 หรือที่เจ้าหน้าที่เรียกว่า “ขบวนการฟอกแรงงาน”

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีการออกบัตรทะเบียน 0 ผ่านเครือข่ายดังกล่าวไปแล้ว มากกว่า 700 ใบ โดยเรียกเก็บค่าดำเนินการตั้งแต่ 40,000-100,000 บาทต่อราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่า ประเทศไทยมีช่องทางตามกฎหมายสำหรับชาวต่างชาติที่ประสงค์จะเข้ามาพำนัก ทำงาน ประกอบธุรกิจ หรือขอสัญชาติไทย โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารปลอมหรืออาศัยการสวมสิทธิผ่านบุคคลอื่น พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าขยายผลและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายอย่างเด็ดขาด เพื่อคุ้มครองความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎรและรักษาความมั่นคงของประเทศ

ทั้งนี้ ภาครัฐยืนยันว่าเป้าหมายสำคัญคือการสร้างระบบการอยู่ร่วมกันที่ ถูกต้อง โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ โดยเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนดำเนินการตามกฎหมาย แต่จะไม่ยอมให้มีการฉวยโอกาสใช้ช่องว่างของระบบทะเบียนหรือทรัพยากรของรัฐไปเอื้อประโยชน์ต่อการกระทำผิดกฎหมาย

หากประชาชนพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ที่น่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือ สายด่วน 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ