ณัฐนิชา-อภิษฎา คว้าเหรียญทอง ทอ.-ราชนาวี ซิวถ้วยรวมหญิง-ชาย ศึกมวยสากลชิงแชมป์ประเทศไทย
“โฟกัส”ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง นักชกสาวทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทอง ไทยแลนด์โอเพ่นสังกัดทการอากาศ ชนะอาร์เอสซี สุภควัน ไตรยขันธ์ นักชก รร.กฬ.ทศบ.นครราชสีมา ยก 2 ในรุ่น 54 กก.หญิง ทำให้ทหารอากาศคว้ารางวัลรวมประเภทหญิง ขณะที่รางวัลรวมชาย ได้แก่ ราชนาวี
ศึกมวยสากลชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ประจำปี 2568 เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยมี พล.อ.อ.ระพีพัฒน์ หลาบเลิศบุญ อุปนายกสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยให้เกียรติเป็นประธานพิธีปิดการแข่งขัน
ผลการแข่งขันมีดังนี้
ประเภทหญิง
รุ่น 48 กก.หญิง ลลิตา ชัยณรงค์ (ราชนาวี) ชนะคะแนน ฐิตวันต์ หร่ายสกุล (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) 5-0 เหรียญทองแดง จีรนันท์ ดาบพลหาร (รร.กฬ.ทศบ.นครราชสีมา), บัณฑิตา ปุ้มกระโทก (ทหารอากาศ)
รุ่น 50 กก.หญิง ศิริวรรณ พึ่งปัญญา (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ถอนตัวเนื่องจากบาดเจ็บ ทำให้ ทิพย์สัจจา ยอดวารี (ทหารอากาศ) ชนะผ่าน คว้าเหรียญทอง เหรียญทองแดง ทิพย์เกสร ดอนแต่น (มกช.อุดรธานี), นพรัตน์ บุญปลื้ม (ราชนาวี)
รุ่น 54 กก.หญิง “โฟกัส”ณัฐนิชา จงโปร่งกลาง นักชกสาวทีมชาติไทย ดีกรีเหรียญทอง ไทยแลนด์โอเพ่น ลงรับใช้ต้นสังกัดทหารอากาศ พบ
สุภควัน ไตรยขันธ์ (รร.กฬ.ทศบ.นครราชสีมา)
ผลปรากฎว่า ณัฐนิชา โชว์ฟอร์มได้สมราคาทีมชาติ เป็นฝ่ายชนะอาร์เอสซีในยก 2 คว้าเหรียญทองไปตามคาด เหรียญทองแดง พชิรภัสสร ปั้นคุ้ม (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ), ปาณิศา ขัติภิรส (ราชนาวี)
รุ่น 57 กก.หญิง อภิษฎา ทันท่าหว้า นักชกสาวทีมชาติไทยชุดเอ สังกัดทหารอากาศ พบ จิติมา พรมเสน (ราชนาวี) ผลปรากฎว่า อภิษฎา ใช้ชั้นเชิงและช่วงชกที่ได้เปรียบ เป็นฝ่ายชนะคะแนน 5-0 คว้าเหรียญทอง เหรียญทองแดง สุดารัตน์ มุ่งซ้อนกลาง (ผู้ครองฟ้า), วรรณกานต์ คนซื่อ (มกช.อุดรธานี)
รุ่น 60 กก.หญิง ชวัลลักษณ์ สอนนำ (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) ชนะคะแนน นพเกตุน์ ศรีสวัสดิ์ (ราชนาวี) 5-0 เหรียญทองแดง พิมชะญารักษ์ พราช (ทหารอากาศ), ณัฐณิชา คงสระน้อย (มกช.กรุงเทพ)
ประเภท ชาย รุ่น 48 กก. คู่เอก ฐิติวัฒน์ โพล้งอุไร เจ้าของเหรียญทองแดงไทยแลนด์โอเพ่น ชกให้ต้นสังกัดราชนาวี ชนะอาร์เอสซี รติพงษ์ คำท้าว (ลูกประดู่) ยก 2 เหรียญทองแดง ธีรภัทร์ อิตัน (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ), ตรัยบุตร โชคเจริญ (กสุธาวี แซ่เฒ่า (มกช.อ่างทอง)
รุ่น 51 กก. ภานุวัฒน์ ปุณกรณ์ (ทหารอากาศ) แพ้คะแนน เกียรติศักดิ์ สุขวี (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) 0-5 เหรียญทองแดง ธนกฤต โตพุนพิน (ราชนาวี), ธานี นะรินรัมย์ (กองทัพภาคที่ 2)
รุ่น 54 กก.ปริญญา คำหลอม นักชกทีมชาติไทย ลงรับใช้ต้นสังกัด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แพ้คะแนน ณัฐพงศ์ จันทร์แก้ว (กองทัพบก) 0-5
เหรียญทองแดง วชิรวิทย์ บุญกุศล (ผู้ครองฟ้า), วัฒนพล บุญนำไพร (กองทัพภาค1)
รุ่น 57 กก. สิทธิศักดิ์ เกื้อแก้ว (ราชนาวี) แพ้น็อค จันทร์สิทธิ์ มือแป (กองทัพบก) ยกแรก
เหรียญทองแดง วันเฉลิม แซ่หาญ (ลูกประดู่), ธีรภัทร สอนสี (มกช.อุดรธานี)
รุ่น 60 กก. ทิชากร ศรีสกุล (กองทัพบก) ชนะฟาวล์ กรังปรี โบขุนทด (รร.กฬ.ทศบ.นครราชสีมา) ยก 2
เหรียญทองแดง ไชยวัฒน์ สังข์น้อย (มกช.สุโขทัย), พิทยา นังตลา (ราชนาวี)
รุ่น 64 กก. ชูศักดิ์ ติดใจดี (กองทัพบก) ชนะคะแนน วิชรัฒน์ ขุนทนะ (ราชนาวี) 5-0 เหรียญทองแดง วิวิธวินท์ เลนทำมี (ทหารอากาศ) ธนวิทย์ มะณีวัน (กองทัพภาคที่ 1)
รุ่น 67 กก. ณัฐพล แสนกล้า (ราชนาวี) ชนะอาร์เอสซี ฐิติกร รัตนกุล (ลูกประดู่) ยก 2 เหรียญทองแดง จักรกฤษ ธงศรี (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ), พิชิต เจริญยศ (กองทัพภาคที่ 2)
รุ่น 71 กก. สถาพร กระแสโสม (ราชนาวี) ชนะผ่าน ฤทธินันท์ นุ้ยมั่ง (รร.กีฬาเทศบาลนครนครราชสีมา) คว้าเหรียญทอง เหรียญทองแดง ณัฐพล พรมศรี (มกช.อุดรธานี), ธนากร กลางสาธร (กรมตำรวจ)
รุ่น 75 กก. อภิชิต พิมเสน (ราชนาวี) ชนะน็อก ธีรภัทร สิริรักษ์ (มกช.อุดรธานี) ยก 2 เหรียญทองแดง ศุภกิจ จตุเทน (กองทัพภาค3), พรอนันต์ ศรีสกุล (กองทัพภาค2)
ส่วนรางวัลนักชกชายยอดเยี่ยมได้แก่ เกียรติศักดิ์ สุดวี (สำนักงานตำรวจแห่งชาติ) รางวัลนักชกยอดเยี่ยมหญิง ได้แก่ ลลิตา ชัยณรงค์ (ราชนาวี)
รางวัลคะแนนรวมประเภทบุคคลชาย ได้แก่ ราชนาวี
รางวัลคะแนนรวมประเภทบุคคลหญิง ได้แก่ทหารอากาศ

