สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ครม.เคาะงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน “อนุทิน” กำชับรัฐมนตรีแจงสภาฯ เต็มที่

 ครม.เคาะงบปี 70 วงเงิน 3.788 ล้านล้าน “อนุทิน” กำชับรัฐมนตรีแจงสภาฯ เต็มที่

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท พร้อมร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท “อนุทิน” สั่งรัฐมนตรีทุกกระทรวงเตรียมข้อมูลรับศึกอภิปรายในสภาฯ ขณะที่การแต่งตั้งบุคลากรทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำยังเดินหน้าควบคู่มาตรการบรรเทาค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจ

ทำเนียบรัฐบาล – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วงเงินไม่เกิน 3,788,000 ล้านบาท พร้อมร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 10,328 ล้านบาท เพื่อรองรับการบริหารราชการแผ่นดินและการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของรัฐบาล

นายกรัฐมนตรีได้กำชับรัฐมนตรีทุกกระทรวงให้เตรียมข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณาร่างกฎหมายงบประมาณและร่างกฎหมายโอนงบประมาณ โดยขอให้ใช้เวทีสภาฯ สื่อสารถึงเหตุผล ความจำเป็น และประโยชน์ของการใช้งบประมาณต่อประชาชนอย่างครบถ้วน เพื่อสร้างความเข้าใจต่อสังคมและสะท้อนความตั้งใจของรัฐบาลในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

สำหรับกรอบงบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการดูแลประชาชนในทุกมิติ ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย วงเงิน 10,328 ล้านบาท มีเป้าหมายเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารราชการและรองรับภารกิจเร่งด่วนของหน่วยงานภาครัฐ

ที่ประชุมยังเห็นชอบกรอบการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ จำนวน 72 คน ซึ่งมีสัดส่วนเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา โดยสภาผู้แทนราษฎรมีกำหนดพิจารณาร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณในวาระแรก วันที่ 25 มิถุนายน ก่อนเข้าสู่การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน-1 กรกฎาคม ซึ่งคาดว่าจะมีการอภิปรายอย่างกว้างขวางทั้งในประเด็นการจัดสรรงบประมาณ ประสิทธิภาพการใช้จ่าย และความคุ้มค่าของโครงการต่างๆ

นอกจากวาระด้านงบประมาณแล้ว ที่ประชุม ครม.ยังมีมติเห็นชอบการแต่งตั้งบุคลากรทั้งฝ่ายการเมืองและข้าราชการประจำหลายตำแหน่ง โดยแต่งตั้งนายปกรณ์เกียรติ วาณิชวัฒนากุล ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง มีผลตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป

พร้อมกันนี้ ยังมีมติเห็นชอบแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการและองค์กรภาครัฐหลายแห่ง อาทิ พลอากาศโท จุมพล คล้อยภยันต์ เป็นกรรมการในคณะกรรมการกำกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และนายนพดล เภรีฤกษ์ เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงานด้านนโยบายแลการปฏิรูประบบราชการ

ขณะเดียวกัน การปรับเปลี่ยนตำแหน่งข้าราชการประจำที่ ครม.เห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้ยังทยอยมีผลต่อเนื่อง โดยเฉพาะการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย อาทิ การแต่งตั้งนายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร จากผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้นายโชตินรินทร์ เกิดสม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต

ด้านข้าราชการการเมือง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แต่งตั้งนายพีรพร สุวรรณฉวี และนายพิชัย เจริญศิริสุนทร เป็นข้าราชการการเมืองประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี รวมทั้งแต่งตั้งนายทัตพงศ์ สะสมทรัพย์ เป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อเสริมการทำงานของฝ่ายบริหารในช่วงที่รัฐบาลมีภารกิจสำคัญหลายด้าน

ส่วนมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ที่ประชุม ครม.เห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์ขยายระยะเวลาดำเนินโครงการธงเขียวราคาประหยัดพลัส และโครงการช่วยเหลือลดค่าครองชีพออกไปจนถึงเดือนกันยายน 2569 เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงที่ราคาสินค้าหลายรายการยังอยู่ในระดับสูง

ด้านกระทรวงคมนาคมเสนอความคืบหน้าโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้า โดยกำหนดอัตราค่าโดยสาร 17-45 บาทต่อเที่ยว และตั้งเป้าเริ่มใช้งานในวันที่ 1 มกราคม 2570 เพื่อส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะและลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน

สำหรับภาคการเกษตร ครม.เห็นชอบมาตรการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกอ้อยที่เก็บเกี่ยวอ้อยสดคุณภาพดี เพื่อลดการเผาอ้อยและลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 รวมทั้งอนุมัติงบกลางเพื่อดำเนินโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ตามข้อเสนอของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากการผลักดันนโยบายด้านเศรษฐกิจและการบริหารราชการ รัฐบาลยังต้องติดตามการดำเนินการในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ ทั้งกรณีการตรวจสอบข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการสอบแข่งขันข้าราชการท้องถิ่น ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณอุทยานแห่งชาติทับลาน ภายใต้แนวทางการจัดทำ One Map ซึ่งยังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ การพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ในสภาผู้แทนราษฎรช่วงปลายเดือนมิถุนายน จะเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่รัฐบาลต้องชี้แจงถึงทิศทางการใช้จ่ายงบประมาณ การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจ และมาตรการดูแลประชาชน ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้านและความคาดหวังของสังคมต่อประสิทธิภาพในการบริหารประเทศตลอดปีงบประมาณใหม่

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ