สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ครบรอบ 1 ปี “แผ่นดินไหว–ตึก สตง.ถล่ม” โศกนาฏกรรมที่ไม่ใช่แค่ธรรมชาติ…แต่คือ “บททดสอบรัฐบาลไทย”

 ครบรอบ 1 ปี “แผ่นดินไหว–ตึก สตง.ถล่ม”  โศกนาฏกรรมที่ไม่ใช่แค่ธรรมชาติ…แต่คือ “บททดสอบรัฐบาลไทย”

ครบรอบ 1 ปี “แผ่นดินไหว–ตึก สตง.ถล่ม” โศกนาฏกรรมที่ไม่ใช่แค่ธรรมชาติ…แต่คือ “บททดสอบรัฐไทย”

หนึ่งปีผ่านไป เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่นำไปสู่การถล่มของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่ได้จบลงพร้อมกับการเคลียร์ซากปรักหักพัง หากแต่ทิ้ง “แรงสะเทือน” ไว้ในระดับลึก—ทั้งในเชิงโครงสร้างรัฐ ระบบราชการ และความเชื่อมั่นของสังคม นี่ไม่ใช่เพียงภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่คือ “โศกนาฏกรรมเชิงระบบ” ที่เปิดโปงรอยร้าวของการบริหารจัดการภาครัฐไทยอย่างชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี

โครงสร้างที่พัง…สะท้อน “ระบบที่เปราะ”

  1. มาตรฐานอาคาร: มี แต่ไม่ “ศักดิ์สิทธิ์”

แม้ประเทศไทยจะมีมาตรฐานการออกแบบอาคารต้านแผ่นดินไหว โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง แต่คำถามสำคัญคือ มาตรฐานเหล่านั้นถูกนำไปใช้จริงหรือไม่?

กรณีตึก สตง. สะท้อนให้เห็นว่า

  • การออกแบบอาจไม่สอดคล้องกับความเสี่ยงจริง
  • การก่อสร้างอาจไม่ได้ควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด
  • การตรวจรับงานอาจเป็นเพียง “พิธีกรรมทางเอกสาร”

ปัญหาเชิงลึก:

ระบบที่ดีบนกระดาษ แต่ “อ่อนแอในการปฏิบัติ”

  1. ระบบกำกับดูแล: ความรับผิดชอบที่ “กระจายจนเลือน”

โครงการก่อสร้างภาครัฐเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ตั้งแต่ผู้ออกแบบ ผู้รับเหมา ที่ปรึกษา ไปจนถึงผู้ตรวจรับ

แต่เมื่อเกิดเหตุ กลับพบว่า

  • ไม่มี “เจ้าภาพความรับผิดชอบ” ที่ชัดเจน
  • กระบวนการสอบสวนยืดเยื้อ
  • การชี้ผิดมักจบที่ “ระดับปฏิบัติการ”

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า Systemic Accountability Failure หรือ “ความล้มเหลวของความรับผิดชอบเชิงระบบ”

มิติทางนโยบาย: เมื่อรัฐ “วิ่งตามเหตุ” มากกว่าวางระบบ

หลังเหตุการณ์ มีมาตรการจำนวนมากเกิดขึ้น เช่น

  • การตรวจสอบอาคารทั่วประเทศ
  • การตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง
  • การทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

แต่ปัญหาคือ มาตรการเหล่านี้มักเป็น “การตอบสนองหลังวิกฤต” (Reactive Policy) ไม่ใช่ “การป้องกันเชิงระบบ” (Preventive Governance)

ช่องว่างสำคัญ

  • ไม่มีฐานข้อมูลอาคารเสี่ยงแบบ real-time
  • ไม่มีระบบติดตามคุณภาพโครงสร้างระยะยาว
  • ไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง

มิติทางสังคม: ผู้สูญเสีย vs ความทรงจำที่เลือนหาย ภาพสะท้อนความสูญเสีย

ผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ส่วนใหญ่เป็น “แรงงานและเจ้าหน้าที่ระดับล่าง” ซึ่งมีอำนาจต่อรองในระบบน้อยที่สุด หนึ่งปีผ่านไป

  • ครอบครัวยังรอความยุติธรรม
  • การเยียวยายังไม่ครอบคลุมในหลายกรณี
  • สังคมเริ่ม “ลืม” เหตุการณ์นี้อย่างเงียบ ๆ

นี่คือ “ความอยุติธรรมเชิงโครงสร้าง” ที่ไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหว…แต่เกิดจากระบบสังคม

บทเรียนจากต่างประเทศ: ไทยยังอยู่จุดไหน

ประเทศที่เผชิญแผ่นดินไหวบ่อย เช่น

  • ญี่ปุ่น → มีระบบเตือนภัย + ซ้อมอพยพระดับชาติ
  • ชิลี → กฎหมายอาคารเข้มงวด และบังคับใช้จริง
  • แคลิฟอร์เนีย → มีการตรวจสอบโครงสร้างอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ไทยยังอยู่ในช่วง “เรียนรู้จากเหตุการณ์” มากกว่า “ป้องกันเชิงระบบ”

วิเคราะห์เชิงลึก: 5 ปมใหญ่ที่ยังไม่ถูกคลี่

  1. ปมกฎหมาย กฎหมายมี…แต่บทลงโทษไม่แรงพอ และบังคับใช้ไม่จริงจัง
  1. ปมงบประมาณ การลดต้นทุนในโครงการรัฐ อาจกระทบคุณภาพโครงสร้าง
  1. ปมวัฒนธรรมองค์กร ระบบอุปถัมภ์และความเกรงใจ ทำให้การตรวจสอบไม่เข้มข้น
  1. ปมเทคโนโลยี การใช้เทคโนโลยีตรวจสอบยังล้าหลัง และไม่เป็นระบบ
  2. ปมความโปร่งใส ข้อมูลโครงการรัฐยังเข้าถึงยาก ประชาชนตรวจสอบไม่ได้

ทางออก: ถ้าไม่อยากให้ “ซ้ำรอย” แนวทางเชิงนโยบายที่ต้องเกิดขึ้นจริง

  • จัดตั้ง “หน่วยงานอิสระตรวจสอบโครงสร้างอาคารรัฐ”
  • ใช้ IoT และ AI ตรวจจับความเสี่ยงโครงสร้างแบบเรียลไทม์
  • ปฏิรูปกฎหมาย ให้มี “ความรับผิดชอบเชิงบุคคล” ชัดเจน
  • บรรจุการรับมือภัยพิบัติในระบบการศึกษา
  • เปิดข้อมูลโครงการรัฐแบบ Open Data ให้ประชาชนตรวจสอบ

บทสรุป: “แผ่นดินไหวหยุดแล้ว…แต่ระบบยังสั่นคลอน”

ตึก สตง. ที่ถล่มลง อาจถูกสร้างขึ้นใหม่ได้ แต่ “ความเชื่อมั่น” ที่พังลงนั้น…ใช้เวลานานกว่าจะฟื้น หากรัฐยังไม่กล้ายอมรับปัญหาเชิงโครงสร้าง และยังแก้ไขเพียงผิวเผิน โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ก็จะเป็นเพียง “บทเรียนที่ถูกลืม” ก่อนจะถูกเขียนซ้ำ…ในวันหนึ่งข้างหน้า

ภาพ : กองทัพบก

#แผ่นดินไหว
#ตึกสตงถล่ม
#ครบรอบ1ปี
#บทเรียนราคาแพง
#ความปลอดภัยอาคาร
#ระบบรัฐไทย
#ความรับผิดชอบ
#โปร่งใสภาครัฐ
#ภัยพิบัติ
#โศกนาฏกรรม
#ไม่ควรเกิดซ้ำ
#ข่าวเชิงลึก
#วิเคราะห์ข่าว
#BangkokToday
#บางกอกทูเดย์

jumpon

น่าสนใจสำครับคุณ