คนไทยกับการท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ 2568
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ 2568” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,236 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม 2568 สรุปผลได้ ดังนี้
- ประชาชนมีแผนจะเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันแม่หรือไม่
| อันดับ 1 | มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ | 38.59% |
| อันดับ 2 | ไม่มีแผนเดินทางท่องเที่ยว | 29.13% |
| อันดับ 3 | ยังไม่แน่ใจ/อยู่ระหว่างวางแผน | 27.18% |
| อันดับ 4 | มีแผนเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ | 5.10% |
- ประชาชนคิดว่าโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ได้อย่างไร
| อันดับ 1 | อาจช่วยกระตุ้นให้ประชาชนวางแผนท่องเที่ยวมากขึ้น | 54.29% |
| อันดับ 2 | มีประโยชน์เฉพาะบางกลุ่มที่ทันการจองหรือใช้เทคโนโลยีได้ดี | 50.97% |
| อันดับ 3 | ช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นและผู้ประกอบการรายย่อย | 44.98% |
- ปัจจัยใดที่ทำให้ประชาชนตัดสินใจเลือกท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน (กรีนซีซั่น)
| อันดับ 1 | ต้องการใช้เวลากับครอบครัวในโอกาสวันแม่ | 70.02% |
| อันดับ 2 | ความสะดวกในการเดินทางและค่าใช้จ่ายรวม | 53.85% |
| อันดับ 3 | ความสวยงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ | 50.25% |
- ประชาชนคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ควรส่งเสริมเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน (กรีนซีซั่น)
| อันดับ 1 | ขยายสิทธิประโยชน์จากโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ | 64.46% |
| อันดับ 2 | พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัย ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม | 55.56% |
| อันดับ 3 | เพิ่มการประชาสัมพันธ์เส้นทางธรรมชาติที่เข้าถึงง่าย | 52.21% |
- จากสถานการณ์ไทย–กัมพูชา มีผลต่อการตัดสินใจต่อการท่องเที่ยวของประชาชนในช่วงวันแม่อย่างไร
| อันดับ 1 | เลือกเที่ยวภายในจังหวัดหรือใกล้บ้านแทน | 59.08% |
| อันดับ 2 | ไม่กล้าท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้ชายแดนไทย–กัมพูชา | 42.95% |
| อันดับ 3 | ติดตามข่าวมากขึ้นก่อนตัดสินใจเดินทาง | 38.41% |
- ประชาชนคาดการณ์ว่าจะใช้จ่ายในช่วงวันหยุดวันแม่ (9-12 สิงหาคม 2568) ประมาณกี่บาท
| อันดับ 1 | น้อยกว่า 3,000 บาท | 46.76% |
| อันดับ 2 | 3,001 – 5,000 บาท | 25.50% |
| อันดับ 3 | 5,001 – 10,000 บาท | 18.70% |
| อันดับ 4 | มากกว่า 10,000 บาท | 9.04% |
*หมายเหตุ ผู้ตอบสามารถระบุความคิดเห็นได้มากกว่า 1 เรื่อง (ค่าร้อยละจึงคำนวณในแต่ละข้อ)
สรุปวิเคราะห์ผลโพล : คนไทยกับการท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ 2568
“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “คนไทยกับการท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ 2568” กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 1,236 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 5-8 สิงหาคม 2568 พบว่า ในช่วงวันแม่ที่มีวันหยุดยาว กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 38.59 มีแผนเดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ทั้งนี้เห็นว่าโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” อาจช่วยกระตุ้นให้ประชาชนวางแผนท่องเที่ยวมากขึ้น ร้อยละ 54.29 โดยเหตุผลที่เลือกท่องเที่ยวในช่วงฤดูฝน (กรีนซีซั่น) คือ ต้องการใช้เวลากับครอบครัวในโอกาสวันแม่ ร้อยละ 70.02 สิ่งที่ควรส่งเสริมเพิ่มเติมคือขยายสิทธิประโยชน์จากโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐ ร้อยละ 64.46 ทั้งนี้สถานการณ์ไทย–กัมพูชา มีผลต่อการตัดสินใจทำให้เลือกเที่ยวภายในจังหวัดหรือใกล้บ้านแทน ร้อยละ 59.08 และคาดว่าจะใช้จ่ายในช่วงวันหยุดวันแม่ ไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 72.26
นางสาวพรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า การท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ยังคงมีเสน่ห์ดึงดูดคนไทย แม้เศรษฐกิจบีบกำลังซื้อ แต่แรงจูงใจสำคัญคือการได้ใช้เวลากับครอบครัว ขณะเดียวกันสถานการณ์ไทย–กัมพูชาส่งผลให้ประชาชนเลือกเที่ยวใกล้บ้านและหลีกเลี่ยงพื้นที่ชายแดน ทำให้การใช้จ่ายในปีนี้มีแนวโน้มระมัดระวังมากขึ้น การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในโอกาสพิเศษเช่นนี้จึงต้องอาศัยทั้งนโยบายเชิงรุกและการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้การท่องเที่ยวเป็นทั้งโอกาสทางเศรษฐกิจและช่วยสร้างความสุขให้คนไทย
นางสาวพรพรรณ บัวทอง
ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์ คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลการสำรวจสะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวในประเทศยังคงเป็นทางเลือกหลักของคนไทย การสนับสนุนจากภาครัฐผ่านโครงการ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง 2568” มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นอุปสงค์การท่องเที่ยวในช่วงวันแม่ แม้ผู้ตอบกว่าครึ่งมองว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์เฉพาะผู้ที่เข้าถึงการจองหรือเทคโนโลยีได้ดี สะท้อนถึงความจำเป็นในการลดช่องว่างทางดิจิทัลในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่ประชาชน ปัจจัยจูงใจหลักที่สำคัญในการท่องเที่ยววันแม่คือการใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เป็นไปตามแนวคิด “Emotional tourism” หรือการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับความผูกพันทางอารมณ์ รองลงมาคือความสะดวกและค่าใช้จ่าย รวมถึงความสวยงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งชี้ให้เห็นความจำเป็นของการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวปลอดภัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และการประชาสัมพันธ์เส้นทางธรรมชาติที่เข้าถึงง่าย เพื่อต่อยอดศักยภาพกรีนซีซั่นยิ่งขึ้นไป
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พิมพ์มาดา วิชาศิลป์
คณบดีโรงเรียนการท่องเที่ยวและการบริการ
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
