สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

ขอคำนำหน้า “นางสาว”

 ขอคำนำหน้า “นางสาว”

ได้ยินและได้ฟัง เรื่องของการเรียกร้อง และการถกเถียงกัน ในประเด็น การขอใช้คำนำหน้านามว่า “นางสาว” ของกลุ่ม ทรานซ์เจนเดอร์  มาอยู่หลายสัปดาห์ ทำให้แอดมิน ก็รู้สึก คลั่นเนื้อ คลั่นตัว และคันไม้ คันมือ กันเลยทีเดียว

อยากจะบอกว่า การออกมาเรียกร้อง ขอคำนำหน้าดังกล่าว อาจไม่ได้เป็นการผิดกติกาเลย สำหรับคนที่เปลี่ยนแปลงตัวเอง จากเพศชาย สู่เพศหญิง

แต่การจะอนุมัติ หรือ อนุญาตให้ สามารถคำว่า นางสาว ได้หรือไม่นั้น ก็คงต้องมีการพิจารณาอะไรหลายๆ สิ่ง ที่มีความรอบด้าน มากกว่าการจะมาเถียงกันแค่ว่า ควรใช้ หรือ ไม่ควรใช้

ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนว่า คำนำหน้านามว่า “นางสาว” ได้ถูกกำหนดขึ้นมา เพื่อใช้ระบุกับ เพศหญิง ที่กำลังเติบโต โดยมีช่วงอายุ เป็นข้อกำหนด และ เป็นการระบุอย่างชัดเจนว่า สตรีที่ใช้คำนำหน้าว่า นางสาว เป็นผู้ที่อยู่สถานะโสด และ ยังไม่แต่งงาน เท่านั้น

แต่เมื่อมีประเด็น “ความเท่าเทียม” เข้ามามีส่วนเกี่ยวพัน ก็ทำให้ หลายคนมองว่า พวกเธอ ที่เป็นเหล่า ทรานซ์เจนเดอร์ ก็ควรจะได้ใช้คำนำหน้าว่า “นางสาว” ไปด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็น สตรีเพศ อย่างชัดเจน

จริงๆ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น……… แต่ แต่ แต่ ! เดี๋ยวก่อนนะ…..

เพราะหากมองในแง่ของสรีระ หรือ บุคลิก อาจจะถือได้ว่า ทรานซ์เจนเดอร์ เหล่านั้น เป็นสาวเต็มตัวแล้วจริงๆ ทว่า หากมองลึกไปภายในร่างกาย แล้ว อาจถือได้ว่า ทรานซ์เจนเดอร์ เหล่านั้น ยังไม่ใช่ ผู้หญิงแบบ 100%

เพราะส่วนสำคัญ ที่แสดงให้ถึง ความเป็นสตรีเพศอย่างสมบูรณ์แบบนั้น จำเป็นต้องมีอวัยวะสืบพันธุ์ ที่สามารถมีบุตร เพื่อสืบทอดทายาทได้จริง

ที่สำคัญไปกว่านั้น หากพูดถึงประเด็น ที่เกี่ยวเนื่องไปถึงการวินิจฉัย ทางการแพทย์ เพื่อการรักษา แล้ว การระบุถึงเพศสภาพที่แท้จริงของบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ที่เป็น ทรานซ์เจนเดอร์ หรือ เป็นผู้ชาย ผู้หญิง ตามปกติ จะทำให้ การรักษาทางการแพทย์ ได้ผลดีกว่า

หากใครเคยได้ยิน หรือ ฟังข่าว ในโลกโซเชียล จะมีผู้ป่วย อยู่รายหนึ่ง มีอาการปวดท้องรุนแรง แล้วถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล จากนั้น แพทย์ก็ได้ทำการวินิจฉัย แต่ก็หาสาเหตุของอาการป่วย ดังกล่าวไม่ได้ เรียกว่า หาสาเหตุกันอยู่นาน ยิ่งไปกว่านั้น แพทย์ผู้วินิฉัย ยังตกใจ เมื่อพบว่า ผู้ป่วยรายนี้ ไม่มี “มดลูก” ด้วย

ความค้างคาใจ ดังกล่าวกระจ่างขึ้น กระทั่งแพทย์ได้มาพูดคุยกับญาติของผู้ป่วย ก่อนได้รับการเฉลยว่า ผู้ป่วยรายดังกล่าว เป็น สาวทรานซ์เจนเดอร์ นั่นจึงทำให้ ถึง บางอ้อ ในทันที ก่อนท้ายสุดแล้ว จะได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี และถูกต้องในเวลาต่อไป

นอกจากนี้ การใช้คำว่า นางสาว ซึ่งไม่ตรงกับเพศกำเนิดครั้งแรก ยังเกี่ยวพันไปถึง เรื่อง ความปลอดภัย โดยเฉพาะ การเดินทางไปต่างประเทศ อีกด้วย เพราะบางประเทศ หากมีการตรวจพบว่า หนังสือเดินทาง ไม่ตรงกับเพศสภาพโดยกำเนิด อาจจะถูกตะเพิดกลับ ไม่ให้เข้าประเทศ ก็เป็นได้

แม้วันนี้ โลก จะมีการยอมรับความเท่าเทียมในเรื่องเพศ แล้วก็ตาม แต่ก็ต้องดูบริบท หลายๆ ประเด็น ถึงกรณีการเรียกร้อง ที่จะใช้ คำว่า นางสาว ด้วยว่า เหมาะสมกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ด้วยหรือไม่ … นี่ถึงจะเรียกว่า คุณคือ บุคคลที่เข้าใจ ความเป็น มนุษย์ที่มีความเท่าเทียม อย่างแท้จริง/-

 

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ