สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คาดยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตปีนี้โต 2-3% รับมือกำลังซื้อผันผวน ส่ง “JCB Ultimate” เจาะลูกค้ารายได้สูง

 กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คาดยอดใช้จ่ายบัตรเครดิตปีนี้โต 2-3% รับมือกำลังซื้อผันผวน ส่ง “JCB Ultimate” เจาะลูกค้ารายได้สูง

กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ประเมินยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2569 โต 2-3% หากน้ำท่วมไม่รุนแรงเพิ่ม หวั่นเศรษฐกิจ-ค่าครองชีพฉุดกำลังซื้อ แม้ NPL ยังทรงตัว เดินหน้ารุกตลาดลูกค้ารายได้สูง เปิดบัตร “กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท” ต่อยอด Japan Ecosystem ตั้งเป้าเพิ่ม 2 หมื่นใบ ดันยอดใช้จ่าย 1,500 ล้านบาทในปีหน้า

นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูมเมอร์ เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดบัตรเครดิตในปี 2569 ว่า ยังเผชิญความผันผวนจากภาวะเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงครึ่งแรกของปีเติบโตเพียง 1-2% ขณะที่คาดว่าทั้งปีจะขยายตัวประมาณ 2-3% ภายใต้เงื่อนไขที่สถานการณ์น้ำท่วมไม่รุนแรงเพิ่มเติมจนกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่ายของประชาชน

ทั้งนี้จากทิศทางตลาดบัตรเครดิตในแต่ละไตรมาสมีความผันผวนคล้ายรถไฟเหาะ โดยไตรมาสแรกยอดใช้จ่ายชะลอตัวและทรงตัวในช่วง 2 เดือนแรก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการไม่มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายจากภาครัฐ ขณะที่ไตรมาสสองเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัว โดยราคาน้ำมันและต้นทุนค่าครองชีพที่สูงขึ้นส่งผลให้มูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเพิ่มขึ้นตามราคาสินค้าและบริการ แม้ไม่ได้หมายความว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคจะเพิ่มขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน

สำหรับไตรมาสสาม แม้ภาพรวมการใช้จ่ายมีทิศทางเป็นบวก แต่สถานการณ์น้ำท่วมเริ่มเข้ามาเป็นปัจจัยกดดัน โดยต้องติดตามผลกระทบในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า หากสถานการณ์ไม่ขยายวงกว้างจนกระทบต่อรายได้และการดำเนินชีวิตของประชาชนมากนัก คาดว่าไตรมาสสี่จะได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายตามฤดูกาล ทั้งการท่องเที่ยว การจับจ่ายช่วงปลายปี และเทศกาลต่างๆ ซึ่งจะช่วยประคองตลาดให้กลับมาขยายตัวได้ตามเป้าหมาย

 

ด้านคุณภาพสินเชื่อ นายอธิศ กล่าวว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของธุรกิจบัตรเครดิตยังอยู่ในระดับมีเสถียรภาพ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคงอัตราชำระคืนขั้นต่ำของบัตรเครดิตไว้ที่ 8% ต่อเดือน ขณะเดียวกันผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนจากสถานการณ์สงคราม ภัยธรรมชาติ และน้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นและบรรยากาศการจับจ่ายโดยรวม

ขณะที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปสะท้อนชัดเจนผ่านการจัดสรรงบประมาณ โดยให้น้ำหนักกับสินค้าและบริการที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันมากขึ้น โดยเฉพาะอาหารและน้ำมัน ขณะที่สินค้าฟุ่มเฟือยและการใช้จ่ายตามอารมณ์มีแนวโน้มชะลอตัว สะท้อนถึงการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างรอบคอบในช่วงที่รายได้และภาระค่าครองชีพยังเป็นข้อจำกัดสำคัญ

อย่างไรก็ตาม การท่องเที่ยวยังคงเป็นหมวดใช้จ่ายที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ โดยหลายคนเลือกประหยัดค่าใช้จ่ายในหมวดอื่นเพื่อจัดสรรงบประมาณสำหรับการเดินทาง พร้อมปรับเปลี่ยนจุดหมายจากประเทศระยะไกลอย่างยุโรปและสหรัฐฯ มาสู่ประเทศในเอเชีย ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเหมาะสมกว่า โดยญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ยังเป็นจุดหมายสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนยอดใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว

อย่าไงรก็ตามภายใต้สภาพตลาดดังกล่าว กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จะเน้นพัฒนาสิทธิประโยชน์และโปรโมชันที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของลูกค้า ควบคู่กับการขยายตลาดกลุ่มผู้มีรายได้สูง ซึ่งยังมีกำลังซื้อ แต่การเติบโตชะลอลงเมื่อเทียบกับช่วง 4-5 ปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันระหว่างสถาบันการเงินและผู้ให้บริการบัตรเครดิตมีความเข้มข้นมากขึ้น ทำให้การสร้างความแตกต่างด้านผลิตภัณฑ์และสิทธิประโยชน์เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาฐานลูกค้าและขยายยอดใช้จ่าย

ล่าสุด กรุงศรี คอนซูมเมอร์ เดินหน้าต่อยอดยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem ด้วยการจับมือ JCB เปิดตัว “บัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี อัลติเมท” เพื่อเจาะกลุ่มลูกค้ารายได้ตั้งแต่ 70,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป โดยตั้งเป้าหมายออกบัตรใหม่ 20,000 ใบในปีหน้า และสร้างยอดใช้จ่ายผ่านบัตร 1,500 ล้านบาทต่อปี คาดว่าจะช่วยผลักดันพอร์ตบัตรเครดิต JCB ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ให้เติบโตประมาณ 4-5% ในปี 2570

ปัจจุบันบัตร JCB ของกรุงศรี คอนซูมเมอร์ มีฐานลูกค้าประมาณ 500,000 ราย และมียอดใช้จ่ายรวม 13,000-14,000 ล้านบาทต่อปี การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ระดับอัลติเมทจึงเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าระดับพรีเมียมที่ต้องการสิทธิประโยชน์ครอบคลุมทั้งการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน การเดินทาง และการรับประทานอาหาร ตลอดจนการจับจ่ายผ่านร้านค้าและแบรนด์ญี่ปุ่น

นายอธิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดตัวครั้งนี้ยังเกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 30 ปี บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด (KCC) ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2539 จากการร่วมทุนระหว่างธนาคารกรุงศรีอยุธยาและ GE Capital Thailand ก่อนเปลี่ยนเป็นบริษัทลูกที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยาถือหุ้นทั้งหมดในปี 2553 ปัจจุบัน KCC มีพอร์ตบัตรเครดิตใหญ่ที่สุดในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ครองส่วนแบ่งตลาดประมาณ 11% และมีฐานลูกค้ากว่า 2.4 ล้านบัญชี

สำหรับยุทธศาสตร์ Japan Ecosystem เป็นการนำจุดแข็งของเครือข่ายพันธมิตรญี่ปุ่นในกลุ่ม MUFG มาผสานกับความเชี่ยวชาญในตลาดบัตรเครดิตไทย ครอบคลุมทั้งร้านค้า แบรนด์ บริการ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น เพื่อรองรับผู้บริโภคที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์แบบญี่ปุ่นทั้งในประเทศไทยและระหว่างเดินทางไปต่างประเทศ

“ความร่วมมือระหว่าง KCC กับ JCB เริ่มต้นในปี 2559 ด้วยการเปิดตัวบัตรเครดิต กรุงศรี เจซีบี แพลทินัม ก่อนขยายฐานสมาชิกได้มากกว่า 500,000 บัญชี การเปิดตัวบัตรระดับอัลติเมทในปี 2569 จึงเป็นการต่อยอดความร่วมมือครบ 10 ปี และขยายตลาดสู่กลุ่มลูกค้าพรีเมียมอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”นายอธิศ กล่าวทิ้งท้าย

columnist

น่าสนใจสำครับคุณ