สำนักข่าวบางกอกทูเดย์

กรุงศรีโกยกำไร 9 เดือนแตะ 2.46 หมื่นล้าน โต 5.1%

 กรุงศรีโกยกำไร 9 เดือนแตะ 2.46 หมื่นล้าน โต 5.1%

ธนาคารกรุงศรีฯ กวาดกำไรสุทธิช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 จำนวน 24,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% จากปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยชะลอตามนโยบายลดดอกเบี้ยของ กนง. แต่ได้แรงหนุนจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตและกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าลงทุนใน “ติดล้อ โฮลดิ้งส์” หลังเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นแตะ 46.51% ตอกย้ำยุทธศาสตร์ขยายฐานรายย่อยและ SME ในระยะยาว

นายเคนอิจิ ยามาโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กรุงศรี เปิดเผยถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยช่วงครึ่งหลังปี 2568 ว่า เศรษฐกิจยังเผชิญแรงกดดันมากขึ้น ทั้งจากผลกระทบทางตรงและทางอ้อมของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ภายใต้บริบทเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน รวมถึงภาคการท่องเที่ยวที่แม้เริ่มฟื้นตัว

แต่ยังเปราะบางต่อความไม่แน่นอนของรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศยังอ่อนแรงจากกำลังซื้อที่ฟื้นตัวช้า อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีคือเสถียรภาพทางการเมืองที่ดีขึ้น และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยเฉพาะการสนับสนุนการบริโภคและท่องเที่ยวภายในประเทศ ซึ่งจะช่วยประคองการเติบโตในระยะสั้น

สำหรับในปี 2568 นี้ธนาคารยังคงประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยที่ระดับ 2.1% โดยคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่ภาคส่งออกยังต้องเผชิญแรงเสียดทานจากนโยบายกีดกันทางการค้าระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตามธนาคารยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์สำคัญที่วางไว้ โดยให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างรัดกุม เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และเน้นการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ

“เรายังคงมุ่งมั่นตามยุทธศาสตร์ระยะกลางและระยะยาว เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของประชาชน สร้างโอกาสการเติบโตให้กลุ่มลูกค้ารายย่อยและผู้ประกอบการ SME ซึ่งเห็นได้จากการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จาก 30.18% เป็น 46.51% ในไตรมาสสามปีนี้ ถือเป็นการต่อยอดความแข็งแกร่งของธนาคารในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่” นายเคนอิจิ กล่าว

นอกจากนี้ธนาคารจะยังคงเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืน อย่างต่อเนื่อง ผ่านการส่งเสริมสินเชื่อสีเขียว การลงทุนในเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) และการยกระดับการให้บริการลูกค้าด้วยนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่ครอบคลุมและเป็นธรรมท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

สำหรับผลประกอบการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกของปี 2568 ธนาคารมีกำไรสุทธิ 24,612 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,188 ล้านบาท หรือราว 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

และกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในบริษัท ติดล้อ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR ซึ่งบางส่วนถูกหักล้างด้วยการชะลอตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ สะท้อนผลจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการชะลอตัวของความต้องการสินเชื่อในระบบธนาคารไทยช่วงที่ผ่านมา

ขณะที่สินเชื่อรวมของกรุงศรีอยู่ที่ระดับ 1.95 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 51,384 ล้านบาท หรือ 2.7% จากสิ้นปี 2567 ด้านเงินรับฝากอยู่ที่ 1.72 ล้านล้านบาท ลดลง 104,602 ล้านบาท หรือ 5.7% จากสิ้นปีที่แล้ว ทั้งนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ อยู่ที่ 4.28% ลดลงเล็กน้อยจาก 4.33% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยนโยบายที่ถูกปรับลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี

ส่วนรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยในรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ระดับสูงขึ้น 15.8% หรือราว 5,294 ล้านบาท รวมถึงหนี้สูญรับคืนที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ อยู่ที่ 46.4% ขณะที่อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ที่ 3.49% ลดลงจากปีก่อนหน้าเล็กน้อย

ทั้งนี้ สัดส่วนการตั้งสำรองต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 215 เบสิสพอยท์ จาก 245 เบสิสพอยท์ในปีก่อนหน้า ส่วนอัตราส่วนเงินสำรองต่อสินเชื่อด้อยคุณภาพ อยู่ที่ 123.1% ณ สิ้นเดือนกันยายน 2568 กรุงศรียังคงรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยเงินกองทุนรวมของธนาคารที่ 336,980 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง อยู่ที่ 20.23% เพิ่มขึ้นจาก 19.38% ณ สิ้นปี 2567

**********************

samanyavee

https://bangkok-today.com

น่าสนใจสำครับคุณ