กก.หนี้ฯ อนุมัติรายชื่อรอชำระหนี้แทน 2 ไตรมาส 6 พันกว่าราย มูลหนี้กว่า 4 พันล้าน
สำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เดินหน้าแก้หนี้สินให้สมาชิกทั่วประเทศ โดย 2 ไตรมาสที่ผ่านมา บอร์ดหนี้ กฟก. ได้อนุมัติรายชื่อรอชำระหนี้แทนลูกหนี้ที่เป็นสหกรณ์ ธนาคารพาณิชย์ และนิติบุคคลกว่า 6 พันราย มูลหนี้กว่า 4 พันล้านบาท พร้อมเดินหน้าภารกิจดูแลและพัฒนาอาชีพเกษตรกรไปพร้อมกัน
นายสไกร พิมพ์บึง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร (กฟก.) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในการแก้ไขปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรสมาชิกในช่วง 2 ไตรมาส ที่ผ่านมาว่า คณะกรรมการจัดการหนี้ของเกษตรกร ได้เห็นชอบอนุมัติรายชื่อและให้ชำระหนี้แทนเกษตรกร จำนวน 6,106 ราย 9,052 สัญญา เป็นจำนวนเงิน 4,806,772,699.68 บาท
โดยมีรายละเอียดดังนี้ กรณีลูกหนี้สหกรณ์ จำนวน 5,618 ราย 8,552 สัญญา จำนวนเงิน 3,993,732,608.01 บาท กรณีลูกหนี้ธนาคารพาณิชย์ จำนวน 144 ราย 148 สัญญา จำนวนเงิน 350,280,315.32 บาท และนิติบุคคล 336 ราย 344 สัญญา จำนวนเงิน 449,665,337.38 บาท ซึ่งหลังจากนี้จะนำรายชื่อเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ให้ความเห็นชอบ และสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ จะชำระหนี้แทนเกษตรกรเพื่อแบ่งเบาภาระหนี้สิน และรักษาที่ดินทำกินไว้ให้เกษตรกรสมาชิกต่อไป
เลขาธิการ กฟก.กล่าวอีกว่า ส่วนภารกิจด้านการฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกร ได้ทำควบคู่ไปกับการแก้หนี้ โดยตลอดระยะเวลาการก่อตั้งกองทุนฟื้นฟูฯ หรือตั้งแต่ปี 2549-2567 มีการอนุมัติโครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรให้แก่องค์กรเกษตรกรไปแล้วทั้งสิ้น 12,375 โครงการ มีผู้เข้าร่วมโครงการ 593,989 ราย ใช้งบประมาณไป 1,528,860,385 บาท แยกเป็น 1.โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2549-2566 เป็นโครงการอุดหนุน 9,561 โครงการ มีผู้เข้าร่วม 509.989 ราย งบประมาณ 407,924,964 บาท และเป็นโครงการงบกู้ยืม 2,751 โครงการ ผู้เข้าร่วม 82,780 ราย งบประมาณ 1,090,934,421 บาท และ 2.โครงการฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร ปีงบประมาณ 2567 เป็นโครงการงบกู้ยืม 63 โครงการ ผู้เข้าร่วม 933 ราย ใช้งบประมาณ 30,000,000 บาท
“ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กฟก.ทุกฝ่าย ยังคงเดินหน้าพัฒนาอาชีพและดูแลปัญหาหนี้สินให้เกษตรกรทั่วอย่างต่อเนื่อง โดย กฟก. มีสำนักงานสาขาทั้ง 77 จังหวัด เพื่อให้บริการแก่องค์กรเกษตรกรและสมาชิกในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเกษตรกรที่มีปัญหาหนี้สิน หรือ ต้องการความช่วยเหลือด้านเกษตร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โทรศัพท์ 02-158 0342 ในวันและเวลาราชการ หรือ ติดต่อได้ที่สำนักงานสาขาจังหวัด ได้ทั้ง 77 จังหวัด” เลขาธิการ กฟก.กล่าว

