ไทยเครดิต เผย Q3/69 กำไรทุบสถิติ 1,239 ล้านบาท โต 22.2% สินเชื่อพุ่ง 13.8%
ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/2569 ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสใหม่ที่ 1,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิสะสม 9 เดือนแรกอยู่ที่ 3,392.9 ล้านบาท เติบโต 19.4% รับแรงหนุนจากสินเชื่อรวมขยายตัว 13.8% โดยเฉพาะสินเชื่อ Micro SME และสินเชื่อบุคคล พร้อมเดินหน้าบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ มุ่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน
ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/2569 ยอดสินเชื่อรวมอยู่ที่ 202,102.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยสินเชื่อธุรกิจ Micro SME เติบโต 14.6% จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ใหม่และการเปิดศูนย์ธุรกิจสินเชื่อไมโครเอสเอ็มอีที่ตอบโจทย์ความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของผู้ประกอบการ ขณะที่สินเชื่อที่ใช้บ้านเป็นหลักประกันเพิ่มขึ้น 10.7% และสินเชื่อบุคคลเติบโตโดดเด่น 30.1%
ซึ่งการเติบโตของสินเชื่อส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 1,337.2 ล้านบาท หรือ 9.9% โดยยังได้รับแรงหนุนจากรายได้เงินชดเชย FIDF ตามมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทางภาคใต้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยในไตรมาส 3 ลดลง 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจาก IFC ในไตรมาส 2
ด้านส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) สำหรับงวด 9 เดือนแรกอยู่ที่ 7.3% ลดลงจาก 7.7% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม NIM รายไตรมาสมีแนวโน้มฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในไตรมาส 1 ปี 2569 โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับความเสี่ยง อาทิ “SME กล้าช่วย” “SME กล้าสู้” ซึ่งนำหลักการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามระดับความเสี่ยงมาใช้ และ “Micro Max” ที่ขยายวงเงินสินเชื่อให้ผู้ค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ
สำหรับคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารบริหารจัดการอย่างรัดกุม โดยอัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Gross NPL Ratio) ลดลงเหลือ 4.0% จาก 4.2% ในไตรมาส 3/2568 ขณะที่อัตราส่วนสำรองต่อหนี้เสีย (NPL Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 156.0% จาก 148.2% ในไตรมาส 2/2569 สะท้อนการตั้งสำรองอย่างรอบคอบเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต กล่าวว่า ธนาคารยังคงขับเคลื่อนธุรกิจด้วยความรอบคอบและรักษาวินัยทางการเงิน โดยตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อในระดับเลขสองหลัก ควบคู่กับการควบคุม NPL ให้ต่ำกว่า 4.5% พร้อมยกระดับแพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการทางการเงินได้สะดวก รวดเร็ว และทั่วถึง รวมถึงใช้แนวทางพิจารณาสินเชื่อที่ประเมินกระแสเงินสดควบคู่กับหลักประกัน เพื่อสนับสนุนธุรกิจที่มีศักยภาพและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากนี้ ธนาคารยังได้รับการจัดอันดับเป็นหนึ่งใน 500 ธนาคารที่มีผลการดำเนินงานยอดเยี่ยมที่สุดในโลกประจำปี 2026 จาก Forbes พร้อมได้รับอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาว “A(tha)” และระยะสั้น “F1(tha)” โดย Fitch Ratings คงแนวโน้มอันดับเครดิตที่ระดับ Stable สะท้อนความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะกลุ่ม ความเป็นผู้นำด้านสินเชื่อ Micro SME และการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ
