ไซมิส แอสเสท ‘เชื่อมั่น’ ลูกค้ากำลังซื้อสูง ยังมองการลงทุนเพื่ออนาคต
เรียกว่า เป็นอีกมุมมองของนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์ ของไทย ที่ยังคงเชื่อมั่นว่า โครงการที่อยู่อาศัย ในประเทศไทย ยังเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ ที่น่าจับตามองของกลุ่มลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง รวมถึง มีอิสระทางการเงิน ที่กำลังมองหาการลงทุนเพื่ออนาคต
ขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ บริษัท ไซมิส แอสเสท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมครึ่งปีแรก และแนวโน้มครึ่งปีหลัง 2568 มีความท้าทายอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะผลกระทบจากปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ “แต่ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ ปัจจัยภายในประเทศ โดยเฉพาะ นโยบายภาษีที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเริ่มส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่ม High-End เช่น ภาษีที่ดิน ภาษีบ้านหลังที่สอง หรือภาษีรายได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ เพราะแม้ลูกค้ากลุ่มนี้ยังมีกำลังซื้อในเชิงศักยภาพ แต่ก็พบว่ามีความระมัดระวังในการตัดสินใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผู้บริโภคไม่ได้มองแค่โครงการที่สวยหรือทำเลดีอีกต่อไป แต่พิจารณาอย่างรอบด้านถึงมูลค่าสินทรัพย์ในระยะยาว ความยั่งยืนของโครงการ และ ความคุ้มค่าทางภาษี”
บ้านแนวราบราคาสูง ยังเป็นที่สนใจ
สำหรับประเด็นในเรื่องของ โอกาสการลงทุน ในอสังหาริมทรัพย์ นั้น ทางด้าน ซีอีโอ กล่าวว่า ณ ปัจจุบัน โดยเฉพาะ บ้านแนวราบราคาสูง ยังคงอยู่ในความสนใจของนักลงทุนอีกมาก “จากปัจจัยของที่ดินในเมืองและแนวเมืองขยายมีแนวโน้มราคาปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะทำเลที่มีโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เช่น รถไฟฟ้าสายใหม่ ทางด่วน หรือแหล่งชุมชนที่มีอัตราการเติบโตสูง บ้านแนวราบโดยเฉพาะประเภทพูลวิลล่าในทำเลแบบนี้ มีแนวโน้มราคาขายต่อดี และค่าเช่าในกลุ่มต่างชาติสูง จึงเหมาะทั้งซื้อเพื่ออยู่เองและเพื่อปล่อยเช่าระยะยาว”
“บ้านแนวราบระดับลักซูรี่ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการสูงและมี Supply จำกัด โดยเฉพาะในทำเลศักยภาพ อย่าง ย่านราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า ถือว่า เป็นที่ดินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี ลูกค้าที่ตัดสินใจวันนี้ได้เปรียบอย่างมาก เพราะราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้างมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งไซมิส แอสเสท ได้บริหารต้นทุนล่วงหน้าไว้แล้วในหลายโครงการ และยังคงราคาขายเดิมไว้ในช่วงโปรโมชั่น ทำให้เป็นโอกาสของผู้ซื้อในช่วงนี้ที่สามารถจับจังหวะการเข้าซื้อได้ในราคาต้นทุนเดิม ในภาวะที่ต้นทุนเตรียมจะขยับขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับโครงการระดับเดียวกันในโซนใกล้เคียง Monsane Exclusive Villa มีราคาที่ Competitive แต่คุณภาพเหนือกว่า ทั้งในด้านทำเลหนึ่งเดียวในย่านที่ตั้งอยู่บนถนนใหญ่ การออกแบบ และระบบบริหารจัดการ ซึ่งทำให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการปิดดีล เพื่อ การล็อกต้นทุน และ สร้างโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว” นายขจรศิษฐ์ กล่าว
เฟสใหม่ เพื่อการอยู่อาศัยและลงทุน
ทั้งนี้ โครงการ Monsane Exclusive Villa ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า ถือเป็นเฟสใหม่ ของโครงการมนต์เสน่ห์ ที่มีราคาเริ่มต้นที่ 29-50 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ เป็นบ้านแปลงมุมทุกหลัง ที่ดินใหญ่เริ่มต้น 100 ตร.วา และใกล้ชิดธรรมชาติ โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ นักธุรกิจ และชาวต่างชาติที่ต้องการบ้านในเมืองที่ให้ความรู้สึกเหมือนรีสอร์ต นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ซื้อเพื่อการลงทุนระยะยาว เพราะอสังหาฯ แนวนี้มีดีมานด์เช่าระดับสูงและราคาประเมินมูลค่าที่ดีในอนาคต
“เฟสใหม่นี้ ออกแบบมาเพื่อรองรับกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ที่ต้องการพื้นที่ใช้ชีวิตครบวงจรในบ้านเดี่ยว ทั้งเพื่ออยู่อาศัยและการพักผ่อนเสมือนรีสอร์ตส่วนตัว รวมถึงกลุ่มนักลงทุนที่มองหาสินทรัพย์ที่มีโอกาสเพิ่มมูลค่าในระยะยาว บ้านพูลวิลล่าใกล้สวนจึงไม่เพียงเป็นบ้าน แต่เป็น Investment-Grade Asset ที่สร้างทั้งคุณค่าในการอยู่อาศัยและมูลค่าเพิ่มในอนาคต” นายขจรศิษฐ์ กล่าว
‘ตลาดบ้านหรู’ ยังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ด้าน มร.แฟรงค์ ข่าน หุ้นส่วน และหัวหน้าฝ่ายที่ปรึกษาด้านที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม เซ็กเมนต์ ที่อยู่อาศัยระดับหรูกลับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 12,349 ยูนิต ในปี 2562 เป็น 37,775 ยูนิต โดยตั้งแต่ในครึ่งปีหลัง 2567 จนถึง เมษายน 2568 ชี้ให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดบ้านระดับบน แม้ภาพรวมเศรษฐกิจและเกณฑ์สินเชื่อจะยังคงตึงตัว อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ซื้อสินทรัพย์สูง (High-net-worth) ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในเซ็กเมนต์นี้ ที่มองหาที่อยู่อาศัยเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตและคุณภาพชีวิตระยะยาว
“การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้เริ่มเป็นสัญญาณที่ชัดเจนตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2567 สะท้อนถึงความต้องการของนักลงทุนและผู้ซื้อจริงในกลุ่มบ้านระดับราคาสูงประเภท low-rise โดยอุปทานเปิดตัวใหม่ ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 10–30 ล้านบาท คิดเป็น 78% ของอุปทานใหม่ทั้งหมด โดยเฉพาะช่วง 21–30 ล้านบาท มีสัดส่วน 30%”
“จากการกระจายตัวของอุปทานบ้านหรูตามทำเลในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังพบว่า พื้นที่ที่มีอุปทานสูงสุด คือ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก (พระราม 9 – กรุงเทพกรีฑา – ลาดกระบัง) ครองสัดส่วนสูงสุดคิดเป็น 26% สะท้อนตามด้วย ปริมณฑลฝั่งตะวันตก (21%) และ กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก (20%) สะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยระดับลักชูรีที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในฝั่งตะวันตกของเมือง ซึ่งมี “ราชพฤกษ์–ปิ่นเกล้า” เป็นทำเลศักยภาพสูงในโซนนี้ ขณะที่ไม่มีอุปทานใหม่เกิดขึ้นในพื้นที่ราชพฤกษ์ โดยเฉพาะช่วงครึ่งแรกของปี 2568 ทำให้สามารถสร้างผลตอบแทนสูงต่อยูนิต และมีความเสี่ยงจากภาวะสต็อกคงค้างต่ำกว่าตลาดโดยรวม” มร.แฟรงค์ ข่าน กล่าว
สะท้อนความนิยมของผู้ซื้อ
นอกจากนี้ เมื่อวิเคราะห์ตามช่วงราคา พบว่าความต้องการกระจุกตัวอยู่ในช่วงราคา 10–30 ล้านบาท โดยเฉพาะช่วง 10–20 ล้านบาท มียอดขายสูงสุด 13,891 ยูนิต คิดเป็น 38% ของยอดขายทั้งหมดในครึ่งหลังของปี 2567สะท้อนถึงความนิยมของ ผู้ซื้อที่มองหาสินค้ามูลค่าคุ้มค่าระดับ mid-luxury ตามมาด้วยช่วงราคา 21–30 ล้านบาท และช่วงราคา 31–40 ล้านบาท ซึ่งแรงสนับสนุนมาจากปัจจัย เช่น พื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ ราคาต่อยูนิตที่สมเหตุสมผล และการขยายตัวของโครงข่ายรถไฟฟ้า
ทั้งนี้ อุปทานที่ใหญ่ขึ้น ชี้ให้เห็นถึงจังหวะการขายที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับจำนวนสต็อก แม้ว่าจะไม่มีความต้องการใหม่เข้าสู่ตลาด ในขณะที่กำลังซื้อในกลุ่มอัลตร้า ลักชูรี่ ยังมีความต้องการคงที่จากลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยที่ในอนาคต ผู้พัฒนาโครงการควรมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่างของสินค้าและนำเสนอสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้ตลาดมีความมั่นคงในระยะยาว
******************
