‘แรมรุ้ง วรวัธ’ กับบทบาท กรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว
เป็นที่ทราบกันดีว่า วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็นวันครอบครัว ซึ่งคำว่า “ครอบครัว” นอกจากจะมีความหมายถึง การอยู่รวมกันของคนกลุ่มหนึ่ง ที่มีความเชื่อมโยงทางสายเลือด และสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอบอุ่นแล้ว ยังถือเป็นอีกสถาบันที่สำคัญพื้นฐานที่จะช่วยกำหนดความเป็นไปของสังคมให้ดำรงอยู่ได้ ตลอดไปด้วย

ความสำคัญของครอบครัว
ด้วยการเล็งเห็นถึงความสำคัญ ของ “สถาบันครอบครัว” น.ส.แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า สค. ถือเป็นหน่วยงานหลักที่มีภารกิจในการพัฒนาศักยภาพ สตรี ไปพร้อมกับการส่งเสริมความเสมอภาคและความเท่าเทียมระหว่างเพศ การคุ้มครองพิทักษ์สิทธิสตรี รวมถึงผู้แสดงออกที่แตกต่างจากเพศโดยกำเนิด และบุคคลในครอบครัว ตลอดจนการป้องกันและแก้ไขปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และอื่นๆ “ทั้งหมดนี้เราทำงานผ่านวิสัยทัศน์ที่ว่า สตรีและครอบครัว มั่นคง สังคมเสมอภาค”
นอกจากนี้ อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ยังอธิบายด้วยว่า ทางกรมฯ ยังมีภารกิจส่งเสริมและพัฒนาสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็งตั้งแต่ การกำหนดมาตรการสนับสนุนสตรีให้เป็นพลังสำคัญทางเศรษฐกิจ ไปพร้อมกับการส่งเสริมสนับสนุนให้สมาชิกครอบครัว มีพื้นที่ส่วนกลางในการทำกิจกรรมสร้างสรรค์ ร่วมกันอีกด้วย

การขับเคลื่อนเพื่อลดความรุนแรงในครอบครัว
ทาง สค. ตระหนักดีว่า ปัญหาความรุนแรง ในครอบครัว ถือเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบและเชื่อมโยงไปถึงปัญหาสังคมในวงกว้าง “วันนี้เราพยายามผลักดัน และขับเคลื่อนนโยบาย ตลอดจนแนวทางในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในครอบครัวมาอย่างต่อเนื่อง” อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว อธิบายด้วยว่า ทาง สค. ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 ด้วยการยกเป็น “ร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ถูกกระทํา ด้วยความรุนแรงในครอบครัว (ฉบับที …) พ.ศ… สรุปสาระสําคัญ เพื่อให้สอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบันและเกิดประโยชน์ต่อประชาชน โดยเมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าว ได้ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาและปรับปรุงการให้ความช่วยเหลือผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว ด้วยการปรับการทํางานเชิงรุก สนับสนุนการปฏิบัติงานของ ศรส. และหน่วย เคลื่อนที่เร็วในการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน พร้อมกับการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ ศูนย์ปฏิบัติการ และการจัดอบรมพนักงาน เจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันการกระทําความรุนแรงในครอบครัว เช่นเดียวกับ การพัฒนาระบบข้อมูลคุ้มครองช่วยเหลือเด็ก สตรี และผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว ( VCIS) เพื่อยกระดับการประสานงาน และการส่งต่อให้มีการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วมากขึ้น
วันแห่งครอบครัว
ในส่วนของ “วันแห่งครอบครัว” 14 เมษายน ของทุกปี อธิบดี กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ย้ำว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทย “โดยทางองค์การสหประชาชาติได้กำหนดให้ปี 2537 เป็นปีครอบครัวสากล (1994 International Year of the Families) “สำหรับประเทศไทย คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้มีวันแห่งครอบครัวขึ้นเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2532 และเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2533 ได้มีมติอนุมัติให้วันที่ 14 เมษายน ของทุกปี เป็น ‘วันแห่งครอบครัว’ และใช้ภาษาอังกฤษว่า ‘Family Day’ เพื่อให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างครอบครัวให้อบอุ่น”
และด้วยวันแห่งครอบครัว ตรงกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ หรือ วันขึ้นปีใหม่ไทย ประกอบกับเป็นวันหยุดยาว ซี่งทาง อธิบดีกรมกิจการสตรี ละสถาบันครอบครัว เล็งเห็นว่าเป็นโอกาสอันดี ที่สมาชิกในครอบครัวจะได้ใช้โอกาสนี้ รวมตัวพบปะ และทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน ถือเป็นอีกวันรวมญาติ รวมครอบครัวประจำปี ซึ่งในปี 2568 นี้ ถือเป็นวันแห่งครอบครัว ปีที่ 35 ในประเทศไทย
“ดังนั้น ทางกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงองค์กรต่างๆ จึงได้มีการจัดงานที่เกี่ยวเนื่องกับ ‘วันผู้สูงอายุแห่งชาติ’ และ ‘วันแห่งครอบครัว’ เป็นประจำทุกปีมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของผู้สูงอายุ และสถาบันครอบครัว พร้อมกับการยกระดับการพัฒนา ผู้สูงอายุ และสมาชิกในครอบครัวให้สอดรับกับบริบทโลกใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไป ตลอดเวลา ตลอดจนสร้างแนวคิดการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติด้วย” อธิบดีกรมกิจการสตรี และสถาบันครอบครัว กล่าว
กิจกรรมวันแห่งครอบครัว
สำหรับกิจกรรม ที่จัดขึ้นเนื่องในวันผู้สูงอายุ และ วันแห่งครอบครัว ประจำปี่ 2568 อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวว่า งานที่จัดขึ้น ทางกรมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อ ยกย่องเชิดชูเกียรติ เสริมพลังใจ และความภาคภูมิใจ ให้กับผู้สูงวัย และครอบครัว ที่ทำคุณประโยชน์ และเป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม รวมถึงหน่วยงาน และองค์กรที่สนับสนุนงานด้านผู้สูงอายุ และครอบครัว เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพัฒนากลุ่มเป้าหมายและสังคม ขณะเดียวกัน ก็ยังต้องการให้ทุกคนตระหนักรู้ว่า “บ้าน….ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย แต่คือ พื้นที่แห่งความรู้สึก ความรัก และ ความเข้าใจ “กิจกรรมสำคัญที่ทางกรมฯ จัดขึ้น ประกอบด้วยการจัดนิทรรศการ ‘พื้นที่สร้างสรรค์สำหรับครอบครัว’ ซึ่งเป็นพื้นที่ให้ทุกคนได้มาร่วมเดินทางผ่าน ห้องต่างๆ ในบ้าน ที่ไม่ได้มีแค่ไว้ใช้งาน แต่ยังเป็นพื้นที่หล่อหลอมจิตใจ และความสัมพันธ์ภายในครอบครัวอีกด้วย”
“ภายในนิทรรศการ มีตั้งแต่ ห้องนั่งเล่น ที่ถือว่าเป็นหัวใจของบ้าน ซึ่งสมาชิกสามารถพูดคุย รับฟัง และอยู่ร่วมกันอย่างอบอุ่น แม้ในความเงียบ หรือจะเป็น ห้องครัว อีกพื้นที่ภายในบ้าน ที่สร้างความผูกพันผ่านการร่วมมือกันปรุงอาหาร เติมเต็มทั้งท้องและใจ อีกทั้งยังมี ห้องนอน มุมพักผ่อนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก นิทานกล่อมนอน และอ้อมกอดที่ปลอบโยนหัวใจ” อธิบดี กล่าว
นอกจากนี้ ยังมี “ห้องเรียนรู้” พื้นที่แห่งการเรียนรู้ และแบ่งปัน ช่วยปลูกฝังความใส่ใจและมีพัฒนาการร่วมกัน เช่นเดียวกับ “ห้องศาสนา” ถือเป็นมุมสงบของจิตใจ ที่อยู่ภายในบ้าน สําหรับการสวดมนต์ พูดคุยเรื่องคุณธรรม รวมถึงทบทวน ตนเองได้อย่างดี “ทุกห้องภายในนิทรรศการ ถือเป็นฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่จะมาช่วยขับเคลื่อนให้ บ้าน เป็นเวทีชีวิต ที่สร้างครอบครัวให้แข็งแรง และอบอุ่น” อธิบดี ฯ กล่าวย้ำอีกด้วยว่า เมื่อครอบครัวมีความมั่นคง สังคมก็เข้มแข็ง และขอให้ทุกท่านได้ใช้ช่วงเวลานี้มอง “บ้าน” ด้วยหัวใจอีกครั้งหนึ่ง
อย่างไรก็ดี ในช่วงท้าย อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ได้เชิญชวนให้ประชาชน เห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัวอย่างจริงจัง “สมาชิกในครอบครัวมีสัมพันธภาพที่ดี มีกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน มีความเข้าใจในบทบาทที่เปลี่ยนแปลงในทุกช่วงวัย รวมถึงการมีส่วนร่วมในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ซึ่งหากทุกภาคส่วนได้เข้ามามีส่วนร่วม ในการส่งเสริมความเข้มแข็งให้ครอบครัว รวมถึง สนับสนุนนโยบายที่เป็นมิตรต่อครอบครัว สร้างพื้นที่สร้างสรรค์ สร้างสรรค์สําหรับสมาชิกในครอบครัวให้ มีความพร้อมรับมือกับบริบทโลกใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานั้น จะทำให้ครอบครัวมี ความเข้มแข็ง และเมื่อครอบครัวเข้มแข็งแล้ว ประเทศชาติก็จะเข้มแข็ง และเราทุกคน ก็จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป”





