เศรษฐกิจครึ่งปีหลังแผ่ว ส่งออกทรุด-บาทแข็ง-การเมืองป่วน ฉุดโตต่ำ 2%
กกร.ห่วงจีดีพีไทยโตต่ำสุดในภูมิภาค ชี้ส่งออกครึ่งปีหลังมีสิทธิ์ติดลบเกิน 10% ขณะเงินบาทแข็งเกินพื้นฐาน ธปท.เมินลดดอกเบี้ย สัญญาณภายในแผ่วแรงอุปสงค์-ท่องเที่ยว-การเมืองถ่วงงบล่าช้า
เศรษฐกิจโลกยังเปราะต่อแรงกดดันทั้งสงครามการค้าและความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การส่งออกไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มหดตัวแรง หลังเร่งนำเข้าช่วงต้นปี หวั่นจีดีพีโตไม่ถึง 2% หากสหรัฐฯ ขึ้นภาษีเต็มอัตรา ขณะนักท่องเที่ยวจีนไม่ฟื้น รายได้ครัวเรือนอ่อนแอ หนี้ครัวเรือนสูง
คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังเปราะบางกว่าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินไว้ โดยกกร.ระบุว่า การขยายตัวเศรษฐกิจทั้งปี 2568 อาจอยู่ที่ 1.5-2.0% เท่านั้น ขึ้นอยู่กับระดับภาษีนำเข้าสหรัฐฯ หากยังคงไว้ที่ 10% จีดีพีอาจขยายตัวได้ราว 2.0% แต่หากขยับเป็น 18% จะเหลือเพียง 1.5%
แม้มูลค่าส่งออก 5 เดือนแรกของปีจะขยายตัวถึง 14.9% แต่เกิดจากแรงเร่งนำเข้าสินค้าก่อนสิ้นสุดมาตรการผ่อนปรนภาษีจากสหรัฐฯ และเริ่มมีสัญญาณแผ่วลงแล้ว โดยคาดว่าครึ่งหลังของปีอาจหดตัวมากกว่า 10% ส่งผลต่อการผลิตและการจ้างงานในอุตสาหกรรมต่อเนื่อง
นอกจากภายนอกที่กดดัน ภายในประเทศก็ยังอ่อนแรง ทั้งการใช้จ่าย การลงทุนเอกชน และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ยังต่ำกว่าคาด และไม่สามารถทดแทนด้วยกลุ่ม Long haul ได้อย่างเพียงพอ ขณะที่ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มกดดันการเบิกจ่ายงบประมาณปี 2568 และส่งผลกระทบต่อการพิจารณางบปี 2569
กกร.ยังแสดงความห่วงกังวลต่อการแข็งค่าของเงินบาทที่เร็วเกินพื้นฐาน เฉลี่ยแตะระดับ 32.5 บาทต่อดอลลาร์ฯ แข็งค่ากว่าหลายประเทศในภูมิภาค เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และจีน ซึ่งกระทบความสามารถในการแข่งขันของภาคการส่งออก
นอกจากนี้ กกร.ยังเสนอให้ ธปท. พิจารณาปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย พร้อมดูแลทิศทางค่าเงินบาทให้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานจริงของเศรษฐกิจ พร้อมเสนอให้แยกแยะปัจจัยกระทบ เช่น การซื้อขายทองคำ หรือ Error & Omission ที่สูงผิดปกติ
ในฝั่งการแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ รัฐเดินหน้าโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ตั้งแต่ธันวาคม 2567 ซึ่งเป็นกลไกแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยั่งยืน มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1.4 ล้านราย โดยมี 6.3 แสนรายที่เข้าข่ายความช่วยเหลือ คิดเป็นยอดหนี้ 4.6 แสนล้านบาท
โครงการระยะที่ 2 เพิ่มมาตรการใหม่ ได้แก่
“จ่ายตรง คงทรัพย์”
“จ่าย ปิด จบ”
“จ่าย ตัด ต้น”
เพื่อช่วยลูกหนี้กลุ่มเปราะบางให้ฟื้นตัวอย่างมีศักยภาพ ควบคู่กับการผลักดันให้ผู้ประกอบการปรับตัว สร้างรายได้ ลดหนี้นอกระบบ และยกระดับความสามารถแข่งขัน
กกร.เตรียมเข้าพบ ธปท. สภาพัฒน์ และกระทรวงเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อเสนอแนวทางปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม สร้างความเข้าใจร่วม และจัดลำดับอุตสาหกรรมที่ควรส่งเสริมเร่งด่วนในยุคทรัพยากรจำกัด
