เปิดโร้ดแมป “พล.ต.พัชร รัตตกุล” ปธ.ขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สู่โอลิมปิก 2032
หลังจากสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ
ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนมุ่งหน้าสู่ปี 2026-2028 ด้วยการเปิดตัว “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล นั่งประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย
ด้วยการรีแบรนด์นำคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน สร้างตัวตนให้ชัดเจน ปั้นแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ที่วางรากฐานไปที่การพัฒนานักกีฬาเยาวชนบนเส้นทางไปสู่โอลิมปิกเกมส์ โดยหวังเห็นทุกฝ่ายร่วมมือกันการทำงาน ไม่แข่งขัน ไม่ทะเลาะกันเอง
โดยทางด้าน “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสัมภาษณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่บริษัท หาดทิพย์ จํากัด (มหาชน) แบบเป็นกันเองเกี่ยวกับเรื่องราวของตนเองกับการก้าวเข้ามาเป็น นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ
“พื้นฐานของผมไม่ได้เป็นนักมวยไทยมาก่อน และจริง ๆก็ไม่ได้ติดตามมวยไทยเท่าไหร่ แต่ตอนเด็กๆ ผมเคยเป็นลูกศิษย์อาจารย์เขตร ศรียาภัย ซึ่งท่านเป็นปรมาจารย์ทางด้านมวยไทย และโชคดีที่ท่านเป็นเพื่อนกับคุณปู่ เลยได้เรียนมวยไทยตั้งแต่เด็ก เป็นมวยไชยาและตัวผมเองเคยต่อยมวยสากลสมัยเป็นนักเรียนนายร้อยรวมทั้งตอนไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษก่อนได้แชมป์เฟเธอร์เวทของประเทศอังกฤษในระดับมหาวิทยาลัย”
“แต่ที่เข้ามาเพราะ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ อยากให้มีทีมที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนกีฬามวยไทย เนื่องจากปัจจุบันความเข้าใจเรื่องการสร้างนักกีฬามวยไทยสู่ความเป็นเลิศในหมู่ประชาชนคนไทยยังมีน้อย”
“ภาพจำของมวยไทยส่วนใหญ่ คนไทยจะมองไปที่มวยอาชีพไม่ได้มองว่ามันมีกีฬาชนิดหนึ่งคือ กีฬามวยไทยซึ่งเยาวชนสามารถเล่นได้อย่างปลอดภัย มีมาตรฐาน มี Safety Standard ต่างๆ ดีเท่า ๆ กับกีฬาอื่น เช่นเทควันโด ยูโด หรือคาราเต้ ผมและทีมอยากมาสร้างความรับรู้ตรงนี้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย
เพราะมรดกนี้เหมือนเรามีทุนอยู่แล้ว แต่เรายังใช้ได้ไม่เต็มที่”
“ถ้ามองไปต่างประเทศเราจะตกใจว่า ปัจจุบันคนทั่วโลกเข้าสู่เส้นทางกีฬามวยไทยจำนวนมหาศาล หลายล้านคนแต่ประเทศไทยยังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอที่จะสามารถเลือกนักกีฬาได้อย่างล่าสุดที่ที่เราส่งนักกีฬาทีมชาติไทยไปแข่งขันชิงแชมป์โลก ที่โคโซโวเรามีเพียง 3 คน อันนี้ชี้ชัดว่าเรายังไม่มีจำนวนนักกีฬาเพียงพอ”
“ในความเป็นจริง เราต้องไปหาจากกลุ่มของมวยอาชีพซึ่งจะมาต่อยกีฬามวยไทยสมัครเล่น เอาจริงๆ กติกามันมีข้อแตกต่าง และรายละเอียด ซึ่งเราอาจไม่สามารถไปแข่งขันกับเขาได้ โดยสรุปง่าย ๆ มวยไทยอาชีพกะจะน็อกอย่างเดียว แต่มวยกีฬาจะต้องมีการเก็บคะแนน เหมือนมวยสากลสมัครเล่น ต่อสู้กันคนละอย่าง ผมและทีมอยากมาขับเคลื่อนให้เกิด “การรับรู้” และเกิดความนิยมในหมู่คนไทยด้วยกันเอง”
“ส่วนตัวผมอยากให้กระทรวงศึกษาธิการมีการกำหนดหลักสูตรกีฬามวยไทยเป็นพื้นฐาน
เพราะมันเป็นมรดกของเราอยู่แล้ว แต่เรายังไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่แทนที่จะเรียนแค่กระบี่กระบอง ก็อยากให้หันมามองว่า นอกจากเส้นทางความเป็นเลิศแล้ว มวยไทยยังเกี่ยวกับการออกกำลังกายและสุขภาพร่างกายอีกด้วย”
“ปัจจุบันเราสามารถให้ลูกหลานเล่นได้อย่างปลอดภัย เพราะมี อุปกรณ์ป้องกัน ทั้ง สนับแข้ง, เกราะลำตัว, เฮดการ์ด และอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังนั้นผู้ปกครองสบายใจได้เลย เพราะอุปกรณ์ป้องกันสมัยนี้ป้องกันอาการบาดเจ็บรุนแรงจากการซ้อมได้ 100% ที่สำคัญนอกจากอุปกรณ์ป้องกันแล้ว ผู้ฝึกสอน กรรมการหรือโค้ชต่าง ๆ ก็ได้รับการฝึกมา โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก”

“ตอนนี้กีฬามวยไทยถูกบรรจุอยู่ในกีฬาระดับนานาชาติเกือบทุกเวทีทั่วโลกแล้วไม่ว่าจะเป็น ยูธ โอลิมปิก, ยูโรเปี้ยนเกมส์ กีฬาในทวีปต่าง ๆ ทั้งละตินอเมริกา ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย และมหกรรมกีฬานานาชาติต่างๆ ยกเว้น โอลิมปิกเกมส์ กับเอเชี่ยนเกมส์ ผมอยากให้คนไทยมองว่า
กำลังใจมีความสำคัญสำหรับนักกีฬา และสำหรับความรับรู้ในระดับโลก เราอาจภูมิใจได้แล้วว่ากีฬามวยไทยอยู่ในระดับโลกและอยู่ในมหกรรมกีฬาทั่วโลกเพียงแต่เรายังขาดการสนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน”
“ถ้าเราไปอยู่ในโอลิมปิก หรือเอเชี่ยนเกมส์ได้ก็ยิ่งดี
นั่นคือเป้าหมายที่เราอยากทำแต่วันนี้เราต้องทำให้ดีที่สุดในทุกมหกรรมกีฬาที่เราอยู่ มวยไทยเกิดที่ประเทศไทยเป็นของคนไทย แต่เราก็อยากให้คนทั่วโลกรักมวยไทยเหมือนกับที่เรารัก”
“ในตอนนี้ผมไม่สามารถทำคนเดียวได้ทุกอย่าง สิ่งแรกที่อยากทำคืออยากสร้างความสามัคคีในวงการมวยให้เกิดขึ้น ผมมองว่าเราต้องช่วยกันสนับสนุน
เพราะเรามีเป้าหมายเดียวกันคือ ให้คนทั่วโลกรักมวยไทยมากขึ้น มีคนเล่นมวยไทยมากขึ้น และให้คนไทยเองนอกจากจะรักมวยไทยแล้ว ก็ส่งลูกหลานมาเรียนมวยไทยมากขึ้น มันต้องสามัคคีกัน ต้องไม่เตะขัดขากัน ใครทำได้ดี ใครสนับสนุนกีฬาให้มีความรับรู้มากขึ้น เป็นที่นิยมมากขึ้น เราต้องยินดี
นักกีฬาไม่ว่าจะเป็นมวยอาชีพหรือมวยสมัครเล่น ถ้าทำได้ดี เราก็ต้องแสดงความยินดีด้วย ผมคิดว่าความสามัคคีเป็นสิ่งเริ่มต้นเป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้มวยไทยไปได้”
“ประการต่อไปที่ต้องรีบทำคือ การสร้างฐานนักกีฬา
และสร้างระบบนิเวศของมวยไทยให้มารองรับการสร้างนักกีฬาเก่งๆ ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต เพราะอนาคตของมวยไทยไม่ได้อยู่ที่นักมวยในวันนี้
แต่อยู่ที่เด็กที่เราจะสร้างมากกว่า เด็กตั้งแต่อายุ 6 ขวบเป็นต้นไปต้องเล่นกีฬามวยไทย ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง หรือ LGBTQ เพราะเรา เปิดกว้างกีฬานี้เราไม่แบ่งเพศ”
“จำนวนนักกีฬาเป็นประเด็นที่สองที่เราต้องรีบสร้าง ระบบนิเวศไม่ว่าจะเป็นการสอน โค้ช กรรมการ วิทยาศาสตร์การกีฬา ต้องนำมาใช้ เพราะเกี่ยวกับเรื่องการป้องกัน, การควบคุมสารต้องห้าม และเรื่องต่างๆ เราต้องพร้อม ค่ายมวยก็เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็น ค่ายมวยซึ่งมีอยู่มากมายในเมืองไทยมาเป็นสมาชิกกับสมาคม ช่วยกันส่งเสริม เพราะเส้นทางอาชีพก็เดินได้แต่เส้นทางสมัครเล่นก็ต้องมีด้วย เพราะมหกรรมกีฬาบนเส้นทางโอลิมปิกที่มีอยู่ทั่วโลกวันนี้ต้องการนักมวยสมัครเล่น ซึ่งเราไม่มีเลย”
“อีกประเด็นคือ การสร้างระบบนิเวศ ผลพลอยได้ที่จะออกมาคือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ จะทำอย่างไรให้เด็กเจน Z หรือเจน Alpha อยากเล่นมวยไทย มันต้องเด่น มันต้องจ๊าบ ไม่ใช่เชย ภาพจำของมวยไทย เราจะมองเรื่องความรุนแรง การพนันชีวิตรันทด เด็กต้องลำบากยากเข็ญ แต่ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นเด็กที่พ่อแม่มีเงินก็มาเรียนมวยไทยได้’
“เราต้องรีแบรนด์ใหม่หมด ซึ่งผมเชื่อว่าทำได้
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่จะเข้ามา เรามีเอกลักษณ์เยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นมงคล ประเจียด กางเกงมวย เราสามารถต่อยอดได้อีกเยอะ แฟชั่นดีไซเนอร์เมืองไทยเก่ง ๆ ทั้งนั้น เราสามารถสร้างอะไรได้อีกเยอะ และทำให้เยาวชนสนใจมวยไทยมากขึ้น”
“การทำคอนเทนต์รูปแบบสั้นทุกแพลตฟอร์มต้องช่วยกันตอนนี้พอผมเริ่มเข้ามาจับเรื่องนี้ ผมตกใจว่าทำไมเมืองนอกเขาไปถึงไหนกันแล้ว คนไทยเราเองไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ถ้าเข้าไปดู เมืองนอกเขาไปไกลมากเราน่าภูมิใจที่เรามีทุนอันนี้อยู่ในตัว แต่เรายังใช้มันได้ยังไม่เต็มที่เท่านั้นเอง”
นายกสมาคมกีฬามวยไทยฯ ยังได้กล่าวถึงทีมงานที่มีการผสมผสานคนรุ่นใหม่เข้ามาขับเคลื่อนมวยไทยครั้งนี้
“แนวทางที่ ดร.ศักดิ์ชาย ทัพสุวรรณ นายกสมาคมกีฬามวยไทยฯ ได้กรุณามอบให้คือ สิ่งดี ๆ ที่สมาคมหรือทีมงานได้สร้างมาและทำให้เรามาถึงจุดนี้ได้ เราต้องคงไว้ อย่าลืมว่าการที่กีฬามวยไทยจะถูกบรรจุอยู่ในมหกรรมกีฬาระดับโลกได้ ไม่ใช่เรื่องง่าย เบื้องหลังการทำงานหลายทศวรรษ เราจะไปลืมไม่ได้ กว่าจะมาถึงวันนี้ เขาทำงานกันมาเยอะมาก แต่ท่านนายกฯ มอบหมายให้ผมว่า เราต้องหาคนรุ่นใหม่มาช่วยกันทำงานด้วย เพราะหลายอย่างเปลี่ยนไป สิ่งแวดล้อมเปลี่ยนไป ความรับรู้เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเปลี่ยนไป โดยเฉพาะถ้าเราจะต้องไปในเส้นทางโอลิมปิกซึ่งมีมาตรฐานที่ชัดเจน เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนหลายอย่างเราต้องมีมาตรฐานมวยไทยที่คนทั่วโลกคุยภาษาเดียวกัน”
“หลายคนจะบอกว่ามวยไทยจะมีมาตรฐานได้อย่างไร เพราะเรามีทั้งมวยโบราณ มวยไชยา มวยอีสาน แต่มันต้องมี ถ้าไม่มีเราก็จะไปแข่งขันกับเขาไม่ได้ มวยอาชีพก็อย่างหนึ่ง แต่มวยสมัครเล่นก็ต้องมีมาตรฐาน การจะคุยกับคนรุ่นใหม่เราก็ต้องมีทีมงานที่เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ที่เข้าใจว่าอะไรทำให้เยาวชนปัจจุบันสนใจ เราจะเชิญบุคลากรจากหลายแขนงเข้ามาร่วมงาน เพื่อทำให้มวยไทยเป็นที่สนใจมากขึ้น”
“ในตอนนี้เป้าหมายสำคัญคือการผลักดันมวยไทย ให้ถูกบรรจุเข้าร่วมการแข่งขันในโอลิมปิกได้แล้ว
แต่การเข้าโอลิมปิกเกมส์มีปัจจัยหลายอย่าง เราดูเกาหลีใต้ กว่าเขาจะเอาเทควันโดเข้าไปได้ ต้องใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ใช่เงินอย่างเดียว เงินเป็นปัจจัยสำคัญ แต่ต้องได้รับการสนับสนนจากรัฐบาล รวมถึงจากเอกชน และความมุ่งมั่นของคนทั้งประเทศการเอามวยไทยเข้าโอลิมปิกเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันทุกฝ่าย แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไปหน่อย เพราะเหลือแค่ 2 ปี ส่วนออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 อาจจะเป็นไปได้มากกว่าประเทศเจ้าภาพก็มีความสำคัญในการเลือกประเภทกีฬาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีความสำคัญ รัฐบาลต้องเข้ามาช่วย เพราะนี่เป็นเรื่องของคนไทยทุกคนจะนิ่งเฉยแล้วมาขอบคุณอย่างเดียวไม่ได้ ต้องออกแรง และออกเงิน ทุกคนอยากเห็นมวยไทยแต่ไม่มีใครทำอะไรเลย มันก็เป็นไปไม่ได้”

“ถ้าทุกคนทำอย่างที่พูด ผมเชื่อว่าโอลิมปิกเข้าได้แน่ๆ ไม่ได้ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะคนทั่วโลกพร้อมดูอยู่แล้ว ความนิยมมีอยู่แล้ว มันจะทำให้เยาวชนเห็นชัดเจนว่า นอกจากมีอนาคตในกีฬาสู่ความเป็นเลิศแล้ว ยังสามารถมีเส้นทางไปเล่นอาชีพได้ด้วย เมื่อทำได้แบบนี้ ผมคิดว่ามันจะเป็นไปได้”
“สำหรับโร้ดแมปที่จะนำมวยไทยไปสู่โอลิมปิก 2032 ประการแรกเราต้องมีความพร้อมก่อน ตอนนี้
ระบบนิเวศเรายังไม่ค่อยพร้อม เราต้องเริ่มสร้างนักกีฬาตั้งแต่เล็กๆ ตั้งแต่อายุ 6 ขวบขึ้นไปจนถึงระดับซีเนียร์ เพื่อให้เรามีตัวเลือกในการสร้างทีมชาติไทยที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะไปแข่งขันในมหกรรมกีฬาใด รวมทั้งโอลิมปิกถ้าเราได้เข้าไป
“เรื่องที่สองคือ ในระบบนิเวศ เราต้องมีความพร้อมในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ค่ายมวย โค้ช กรรมการ เราต้องเทรน และนำวิทยาศาสตร์การกีฬา เข้ามาช่วยพัฒนาศักยภาพ และสมรรถภาพของนักกีฬา รวมถึงโภชนาการ ไม่ใช่ปล่อยกันไปตามมีตามเกิด การจะสร้างความเป็นเลิศต้องทำในทุกมิติ”
“ดังนั้นโร้ดแมป คือ สร้างจำนวนนักกีฬา สร้างระบบนิเวศให้รองรับและสร้างความรับรู้ เพื่อให้กระแสสังคมทั้งในประเทศและทั่วโลกมากดดันผู้ที่เราอยากให้มาสนับสนุนทั้งภาครัฐ และเอกชนต้องขยับ สื่อมีความหมายมากในการทำให้ทุกคนตื่นตัว
และรู้ว่านี่เป็นวาระแห่งชาติแล้ว เราพูดว่ามีมรดกวัฒนธรรมที่เลิศเลอแต่ไม่มีใครออกแรง มันไม่ได้ หรือมาทะเลาะกันหรือมาหวงว่าอันนี้ของผม
มันไม่มีของใคร มันเป็นของคนไทยทุกคน ต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ”
“ถ้าเราทำตามแผนทั้งหมดนี้ผมว่าไปได้ แต่หลายมิติ ประเทศเจ้าภาพสามารถเลือกกีฬาได้ 4 ประเภท ถ้าเขารักเราโดยไม่มีเงื่อนไขมันก็น่าจะได้ โดยไม่ต้องไปดูอย่างอื่นเลยแต่เราจะดำเนินไปถึงตรงนั้นอย่างไร เราจะมีนโยบายการต่างประเทศอย่างไร เราจะเดินหน้ากล้องอย่างไร หลังกล้องอย่างไร
มันเป็นงานที่ต้อง ในเมื่อประชาชนทั่วโลกชอบมวยไทยอยู่แล้ว ผมมองว่าเป็นไปได้ โอลิมปิก 2028 อาจจะเร็วไป แต่ออสเตรเลีย หรือโอลิมปิก 2032 ผมว่ามีสิทธิ์ แม้ไม่มีสิทธิ์ ก็อยากให้คนไทยเข้าใจว่า มหกรรมกีฬาระดับโลกเราก็อยู่ในการแข่งขันอยู่แล้ว แต่มันไม่มีใครรับรู้ ทีมชาติไทยไม่มีใครรู้ว่าใครคือ ทีมชาติไทย ถ้าช่วยกันโหมโรง ผมว่ามันเป็นส่วนสำคัญในการทำให้คนอยากมาเข้าทีมชาติ
และทีมชาติที่มีอยู่แล้วก็มีแรงใจในการไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ”
“สิ่งที่จะทำให้ประชาชนและรัฐบาลเห็นเป็นรูปธรรมว่าเรากำลังเดินหน้าโร้ด ทู โอลิมปิก ผมคิดว่าการจัดการแข่งขันก็สำคัญเพราะมันทำให้ทุกคนมารวมกัน ทั้งนักกีฬาและคนดู”
“การแข่งขันระดับนานาชาติ อย่างในปีหน้าเราก็จะเริ่มเป็นเจ้าภาพมีกีฬาโรงเรียนเวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งเราจัดคู่กับกรมพลศึกษา ก่อนหน้านั้นปลายปีนี้ก็มีเวิลด์คัพ ซึ่งสำคัญมาก และน่าจะมีคนต่างชาติเข้ามาร่วมหลายพันคนระดับโรงเรียน เราได้มวลชน
ไม่เฉพาะนักกีฬา แต่ได้พ่อแม่ด้วย เพราะนักกีฬาตัวเล็ก ๆ มาก็มาหมด ทั้งพ่อแม่ พี่เลี้ยง ปู่ ย่า ตา ยาย เศรษฐกิจก็จะดีด้วย แล้วก็มี ยูธ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งโตขึ้นมาอีกหน่อย เราก็จะจัดมันต้องทำ นักกีฬาที่เข้าทีมชาติไทยได้ก็ต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ใช่ตามมีตามเกิด”
“เราจะหวังความเป็นเลิศแล้วกินข้าวกะเพราคนละจานก็คงไม่ได้ต้องเต็มที่กับเขา ทั้งเรื่องโภชนาการ และการต่อต้านสารต้องห้ามเราต้องพัฒนาสมรรถภาพในทุกวิถีทาง ทั้งการออกกำลังกาย การกิน และทุกอย่าง เมื่อเขาได้รับชัยชนะแล้ว ก็ต้องมีรางวัล หรือแรงจูงใจ ให้เขาอยากทำ ไม่อย่างนั้นจะทำไปทำไม เป็นเลิศได้แต่เรียนแล้วไปแขวนที่บ้านก็คงไม่ใช่ เราต้องทำให้เกิดเป็นรูปธรรมแล้วเยาวชนจะเห็นเอง”
“ตอนนี้เรายังมองไม่เห็นอุปสรรค เห็นแต่โอกาส ผมเพิ่งเริ่มเดิน เพิ่งเริ่มก้าว ถ้าให้มองตอนนี้ก็กลับมาที่เรื่องเดิม ทุกคนต้องสามัคคีกัน และต้องเข้าใจบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน อย่ามีความอิจฉาริษยา
เพราะเราทุกคนทำเพื่อกีฬาของเรา ทำเพื่อมวยไทย ใครทำได้ดีในแง่ของการต่อยแบบความบันเทิงก็เต็มที่ใครทำได้ดีในด้านมวยอาชีพก็เต็มที่ ของเราคือ กีฬาสู่ความเป็นเลิศ สายโอลิมปิกยึดธรรมนูญโอลิมปิก เราต้องรู้บทบาทหน้าที่ของแต่ละคน เมื่อมันชัดเจนและมีความปรองดองกัน ผมว่าไปได้เร็วกว่านี้เยอะ อุปสรรคคือ ความอิจฉาริษยา ต้องไม่มี”
“สุดท้ายต้องฝากไปยังหน่วยงานของรัฐ รวมทั้งรัฐบาลเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องทำกันจริงจัง เพราะไม่ว่าเราจะไปที่ไหนเราจะได้รับการต้อนรับมากขึ้นถ้ารัฐบาลอยู่หลังเราไม่ใช่ปล่อยเราไปเป็นหัวหมู่ทะลวงฟันเดี่ยวโดยไม่มีอะไรเลย มันก็เป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าเราจะไปประเทศไหน กระทรวงการต่างประเทศต้องรับรู้และช่วยเหลือ”
นี่คือการเปิดใจแบบหมดเปลือกของ “เสธ.ดอลลาร์” พล.ต.พัชร รัตตกุล ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนกีฬามวยไทย สมาคมกีฬามวยไทยแห่งประเทศไทยฯ ก่อนจะเริ่มลุยงาน 3 ปีนับจากนี้
เดอะ โชว์ มัส โก ออน…
